Practical Utopia สัมภาษณ์ ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์

Challenge Thailand 2010 ตอนที่เก้า สัมภาษณ์ ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เกี่ยวกับปัญหาด้านนโยบายของภาครัฐไทย อุตสาหกรรมและการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม และทีวีสาธารณะ Thai PBS

อ่านเพิ่มเติม

โครงการ Challenge Thailand 2010 เป็นการสัมภาษณ์ผู้นำความคิด ผู้บริหารนโยบายสาธารณะ นักวิชาการอาวุโส ผู้นำภาคประชาชนที่มีมุมมองต่อความขัดแย้งทางการเมืองตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยบริบทการสัมภาษณ์เป็นการใช้ความเป็นไปได้ของประเทศไทยในอนาคต ที่ถูกกำหนดโดยสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ


โครงการ Challenge Thailand 2010 ครั้งที่ผ่านมา

  • หมวย

    เสียงเบามากเลยค่ะ ต้องเงี่ยหูฟัง สงสัยคนหูไม่ค่อยดีเถิดเจ้าค่ะ

  • http://www.sameskybooks.org/board/index.php แอดมินคนหนึ่งของเว็บ sameskybooks.org

    ร่วมด้วยช่วยประกาดให้แล้วจ้า

    ที่

    sameskybooks.org/board/index.php?showforum=4

  • http://www.palawat.com kan

    ขอบคุณคุณแอดมินคนหนึ่งฯ มากครับ :)

  • ยศวัฒน์

    All I Really Need to Know I Learned in Kindergarten หรือในภาษาไทยในชื่อ “รู้แล้วตั้งแต่อยู่อนุบาล” หน้าปก : http://www.pantip.com/cafe/library/bookcase/preview/1200.html

    ฟูลกัม บอกว่า “ผม ได้ตระหนักแล้วว่า สาระความจำเป็นในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข และมีความหมายนั้น ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือสลับซับซ้อน แต่เป็นสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ มาแล้วนานแสนนาน หลักการที่ผมเขียนเป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้ตั้งแต่สมัยอยู่โรงเรียนอนุบาล ไม่ใช่จากระดับปริญญาโท หรือเอก” สิ่งที่ผมเรียนรู้ตอนเป็นเด็กอนุบาล คือ

    · แบ่งปันทุกสิ่งแก่เพื่อนๆ อย่าเก็บไว้คนเดียว
    · เล่นอย่างยุติธรรม ไม่เอาเปรียบเพื่อน
    · ไม่รังแกคนอื่น โดยเฉพาะผู้อ่อนแอกว่า
    · เก็บสิ่งของให้เข้าที่ เมื่อใช้เสร็จ
    · ทำความสะอาดสถานที่ให้เรียบร้อย เมื่อเล่นเสร็จ
    · ไม่แย่งเอาสิ่งของของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง
    · เมื่อทำให้คนอื่นเจ็บ ต้องขอโทษ
    · ล้างมือก่อนรับประทานอาหารหรือขนม
    · กดชักโครกทุกครั้ง เมื่อทำธุระในห้องน้ำเสร็จ
    · ขนมคุกกี้ใหม่ๆ และนมเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
    · มีชีวิตอยู่อย่างสมดุล รู้จักแบ่งเวลา เรียนบ้าง วาดรูประบายสี ร้องเพลง เต้นรำ เล่นบ้าง ทำงานบ้าง
    · นอนหลับสักงีบในตอนบ่าย
    · เมื่อออกสู่โลกภายนอก จงระวังรถรา จับมือกันไว้ให้มั่น เดินเกาะกลุ่มไปด้วยกัน
    · ปลาทอง หนูพุก หนูขาว หรือเมล็ดพืช มีเกิดแล้วก็มีตาย คนเราก็เช่นเดียวกัน

    ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องเรียนรู้ เราได้เรียนรู้แล้วตั้งแต่ชั้นอนุบาล…

    ที่มา : http://wwisartsakul.wordpress.com/2008/08/

  • สุวรรณี

    พูดตรงดีค่ะ เข้าใจง่าย ไม่มีวิชาการมาก ตรงไปตรงมา ไม่ต้องมาวิเคราะห์ หลักการอะไร ให้ยุ่งยาก เท่าที่ฟังมา ชอบตอนนี้มากที่สุด เลย ขอบคุณ SIU มาก

  • AI

    ทำไมตอนที่ 5 ข้ามไปครับ

  • Iterator

    วิเคราะห์เรื่อง ผลกระทบต่อ hamburger crisis น้อยไปหรือเปล่า
    ปี 2009 โรงงานจะปิดมากมายและเป็นภาคผลิตจริง ผลกระทบต่อแรงงานระดับย่อย ๆ มีมาก แม้เค้ามีสิทธิ์มีเสียงออกสื่อน้อยกว่า แต่ผลกระทบมีมาก คนรวยที่ มีหนี้สินล้นพ้นกลับมาจนเป็นสตอรี่ที่ขายดีและ สื่อตีซ้ำซาก แต่ผลกระทบของชาวบ้านนั้นมีมากกว่า

    โรงงานบางโรงงานเค้าจะหนีไปแบบไม่กลับมา เพราะเค้าไม่ค่อยเชื่อมั่นแล้ว และความได้เปรียบเชิงแข่งขันโดยรวมไม่ได้ดีเหมือนเดิม

    ฟังเรื่องอื่น ๆ ก็คิดเดิม ๆ เข้าข้างตัวเอง tpbs ที่เอียงกะเท่เร่ เหมือนสื่อหลักทั่วไป
    ออกมาแก้ตัวให้ตัวเองอีก

    ถึงทีม siam intelligence

    ควรให้เนื้อที่คนใหม่ ๆ บ้างนะครับ คนคนนี้เค้า เหลืองยิ่งกว่าเหลือง หาได้ตามสื่อทั่วไปอยู่แล้ว ในสื่อหลักมีอยู่มากมายจนเอียน ถ้าคุณจะถามควรจะ เกรงใจให้
    น้อยลง และมีความเป็นสื่อ ต้องกล้าถามกว่านี้

  • http://www.palawat.com kan

    คุณ AI : ตอนที่ 5 เป็นคนละชุดกับชุด Challenge Thailand 2010 น่ะครับ เพื่อไม่ให้สับสนกับทีมงานถ่ายทำ และทีมตัดต่อ เราจึงข้ามไปครับ ต้องขออภัยด้วย

    คุณ Iterator : ขอบคุณสำหรับความเห็นครับ

    แต่ตามมุมมองของผม ดร. สมเกียรติ แกไม่ใช่เหลืองอ๋อย อย่างที่มีการนิยามกันหรอกครับ (แกเคยทะเลาะกับ ngo เรื่อง FTA) ส่วนเรื่อง tpbs แม้ ดร. สมเกียรติจะเป็นผู้มีส่วนอย่างยิ่งในการผลักดัน แต่จุดกำเนิดมาจากต้นตอของงานวิจัยเรื่อง ทีวีสาธารณะในไทย ซึ่งเกิดก่อนการรัฐประหารนานมากแล้ว ลองอ่านงานวิจัย สื่อสาธารณะ (ตค. 2546, เอกสาร PDF) ประกอบดูนะครับ

    ส่วนที่ว่าเป็นบทวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนไป นักเศรษฐศาสตร์จะวิเคราะห์ไปในทางที่ต่างกันโดยมากอยู่แล้ว (ยิ่ง ดร. สมเกียรติไม่ได้จบ ป. เอกทางเศรษฐศาสตร์นะครับ) เราเพียงแต่ดึงมุมมองของ player ที่มีส่วนกำหนด หรือมีอิทธิพลกับนโยบายของรัฐขึ้นมาแสดงให้เห็นเท่านั้นเอง และในความเป็นจริงคนบริหารนโยบายและองคาพยพของรัฐจะทำได้มากน้อยตามแผนแค่ไหน ก็เป็นอีกประเด็นนึงเช่นกันครับ

  • AI

    อ้างอิงจาก โพส ของคุณ kan และในความเป็นจริงคนบริหารนโยบายและองคาพยพของรัฐจะทำได้มากน้อยตามแผนแค่ไหน ก็เป็นอีกประเด็นนึงเช่นกันครับ น่าจะมีการนำมาวิเคราะห์ วิจารณ์กันบ้างนะครับ
    อีกประเด็น ที่ ดร. สมเกียรติ ได้ศึกษาวิจัยไว้ เรื่อง ทฤษฎี โกลาหล ครับ ผมว่ามันมีความเกี่ยวเนืองสัมพันธ์ กับ รูปแบบ การเอาอย่าง หรือลอกเรียนแบบ ของสังคมไทยอย่างมาก ครับ เช่น เมื่อ ผีเสื้อ ตัวแรกกระพือปีก ตัวอื่น ๆ ก็จะทำตาม อันนี้ไม่ชัด อาจเป็นเพราะ ความตื่นตระหนกอันเป็นสัญชาติญาณได้ เป็นเรื่อง ปลูกมะม่วง (เข้าใจง่ายดี) แต่ก่อน มีไม่กี่พันธ์นะครับ ราคาขายก็แพงด้วย ต้นกล้า ต้นละหลายร้อยครับ แต่เมื่อมีเป็นข่าวออกทีวีก็มีคนเรียนแบบ จนเดี๋ยวนี้ปลูกกันแทบทุกบ้าน หรือ เรื่องการศึกษา กลายเป็นค่านิยมไปในช่วง หลายสิบปีที่ผ่านมาว่า ต้อง แพทย์ หรือ วิศวะ จึงจะรุ่ง จนเดี๋ยวนี้ เปิดคณะวิศวะกันแทบทุกสถาบัน แล้วก็จบมาแย่งงานกันทำ พากันตกงานกัน อีกอย่างทำให้มาตรฐานการศึกษา ด้อยลงด้วย เพราะเน้นแต่ปริมาณ ไม่ได้เน้นคุณภาพ กระทบไปถึงคุณภาพ ของงาน หรือพนักงานบริษัท หรือ สถาบันในแขนงวิชานี้ ก็ตกต่ำลงด้วย เรื่องนี้ผมโทษนโยบายของรัฐก็อนุณาติให้เปิดสาขานี้กันให้กลื่อนนี่ครับ เท่าที่ผมเข้าใจอีกไม่กี่ปี ค่านิยมนี้น่าจะเปลี่ยนไป…หรือไม่ ช่วยวิเคราห์ด้วยนะครับ ผมมีเรื่องบ่นเท่านี้ครับ คิดได้จะมาบ่นต่อครับ

  • นืรันดร์

    รายการที่อังกฤษ ลองดูนะครับ จะได้เห็นภาพ ของ crisis ครั้งนี้ชัดขึ้น

    http://www.channel4.com/history/microsites/A/ascent-of-money/index.html

  • Intuitive Aptitude

    ตอบ #6 และ #8

    จากที่ตามดู practical utopia ตั้งแต่แรกเริ่ม ขอประเมินเรื่องการหายไปของตอนที่ 5 เท่าที่จะหาข้อมูลได้ดังนี้

    กำลังสงสัยว่าการหายไปของตอนที่ 5 เป็น “whim” ของ คุณเจริญชัย ที่มีต่อคุณซี ในบางแง่มุม เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า เทปที่ 5 เป็นการสัมภาษณ์คุณซี ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับธีมหลักของ 2010

    เมื่อแกะรอยย้อนกลับไปหาจากบล่อกของบางท่าน เจอภาพการพูดคุยของคุณเจริญชัยกับคุณซีในงาน ๆ หนึ่งด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ในเนื้อหาบล่อกระบุว่ามีการ”แย่งซีน”จากคุณเจริญชัย ด้วยการนับรุ่นกับคุณซีว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบัน และหลังจากนั้นไม่นานก็มีการอัดเทปที่ 5 (ด้วยความสามารถพิเศษในการ”สับราง”ที่คุญเจริญชัยพูดทีเล่นทีจริงในเทปเก่า ๆ จะเป็นข้อเสริมได้เป็นอย่างดี)

    ไม่อยากจะคิดเลย แต่ก็เป็นไปได้ว่าการอัดเทปที่ 5 นั้นเกิดจากความต้องการที่จะสนิทสนมเป็นการส่วนตัวของคุณเจริญชัยต่อคุณซี ซึ่งก็ค่อนข้างมั่นใจว่าทางทีม practical utopia เองก็ต้องรู้สึกผิดเล็ก ๆ ที่ whim ดังกล่าวทำให้ต้องเกิดการข้ามไป

    และกลายเป็นคุณ kan ที่ต้องเป็นผู้อธิบายคำตอบต่อคำถามนี้อยู่ทุกครั้งไป

  • บดินทร์

    Frankly speaking
    ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่า คุณ สมเกียรติ เป็นผู้นำทางความคิด
    (จริงๆ อาจจะมี งานที่มีอิทธิพลต่อสังคมเบื้องหลัง เช่นการ
    ออก กฎหมาย)
    แต่ในความเห็นผมก็เป็นแค่ เทคโนแครต ที่เก่งคนนึงเท่าันั้น

    ดูๆ จากความพยายาม ในการสร้างทีวีช่องนึง
    โดยใช้ ตรรกะ ที่แหวกออกไปจากความเคยชิน
    ของตัวเอง (เรื่องตลาดเสรี)
    ผมก็ขอคารวะที่เป้นคนไม่ยึดติดกับตำรามากเกินไป

    ตอนที่ 5 ที่หายไป ผมทราบ rationale behind แต่
    ไม่ขอตอบ #11 แล้วกันนะครับ เพราะว่า สัญญา กับเจริญชัย ไว้
    ยังไง มันก็เป็นรายการๆ หนึ่งที่มีความหลากหลายออกไปบ้าง
    หวังว่า คงไม่เป็นประเด็นให้เลิกติดตาม SIU นะครับ อิอิ

  • เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

    ขำๆ ดีเหมือนกันนะ
    จริงๆ มันไม่มีอะไรมากมายขนาดนั้นเลย

    “และกลายเป็นคุณ kan ที่ต้องเป็นผู้อธิบายคำตอบต่อคำถามนี้อยู่ทุกครั้งไป”

    555 ตอนแรกผมจะตอบให้แล้วนะครับ
    แต่เป็นปัญหาเชิงเทคนิค กลัวตอบแทนเดี๋ยวผิดพลาด

    “แต่ก็เป็นไปได้ว่าการอัดเทปที่ 5 นั้นเกิดจากความต้องการที่จะสนิทสนมเป็นการส่วนตัวของคุณเจริญชัยต่อคุณซี ซึ่งก็ค่อนข้างมั่นใจว่าทางทีม practical utopia เองก็ต้องรู้สึกผิดเล็ก ๆ ที่ whim ดังกล่าวทำให้ต้องเกิดการข้ามไป”

    อยากจะบอกว่า

    “ความคิดที่จะสัมภาษณ์น้องซีนั้น ไม่ได้เป็นของผมนะครับ”

    ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะเกิดจากความต้องการสนิทสนมกับน้องซี

    แน่นอนว่า “น้องซี” นั้น น่าสนิทสนมเพียงใด แต่การสัมภาษณ์ครั้งนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับจุดมุ่งหมายนั้นเลย 555

    จริงๆ ถ้าเกิดจากสาเหตุนี้ ผมคิดว่าจะ Sublime มากๆเลย แต่เสียดายที่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

    รายการของเราเน้นที่ความอิสระเสรี สร้างสรรค์ ไม่มีกรอบตายตัว

    และช่วงนั้นสถานการณ์ก็ตึงเครียดจริงๆ ทีมงานของเราจึงคิดว่าน่าจะผ่อนคลายกันบ้าง

  • http://www.palawat.com kan

    คุณ AI :
    การบริหารนโยบายและองคาพยพของรัฐ เป็นทักษะคนละประการกับเรื่องการวาดวิสัยทัศน์ครับ ส่วนใหญ่นักบริหารจึงจะมีทักษะด้านนี้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวมักขึ้นอยู่กับความสามารถในการตัดสินใจ การสื่อสารกับผู้คน และความเป็นผู้นำ ฯลฯ

    นักบริหารที่เก่ง แม้ว่า ทรัพยากรจะน้อย สภาพแวดล้อมไม่เป็นใจ ก็อาจจะสามารถพลิกสถานการณ์กลับได้ครับ ซึ่งเรื่องนี้ภาวะความเป็นผู้นำ และพลังใจมีความสำคัญสูงมาก ดังตัวอย่าง ลู เกิตส์เนอร์ส เข้ามาพลิกสถานการณ์ให้ไอบีเอ็มกลับมาผงาดอีกครั้ง ใน Who Says Elephants Can’t Dance? Inside IBM’s Historic Turnaround หนังสือเล่มนี้มีแปลเป็นภาษาไทยด้วยนะครับ , ไอบีเอ็มตอนนั้นอยู่ในช่วงถดถอย วัฒนธรรมแบบข้าราชการ และการไม่เอาใจลูกค้า แต่เกิตส์เนอร์สก็ทำได้ครับ ยิ่งถ้าได้อ่านรายละเอียดจะรู้ว่าไม่ง่ายเลย และมีจุดพลิกผันสำคัญอยู่ ซึ่งก็จะเชื่อมโยงกลับไปยังการวิเคราะห์สถานการณ์

    ดังนั้นเอาเข้าจริงแล้วสองเรื่องนี้ก็แยกกันไม่ออก เปรียบเทียบกับสามก๊ก ก็คือ ผู้นำ ก็ต้องการกุนซือ กุนซือก็เหมือนดั่งสกุณา ต้องการเกาะร่มเงาไม้ใหญ่เพื่อทำงานให้ และแสดงศักยภาพของตนนั่นแล เล่าปี่จึงต้องเยี่ยมคารวะขงเบ้งถึงกระท่อมน้อยตั้งสามครา มังกรซุ่มจึงต้องจากเทือกเขามังกรหลับออกสู่ยุทธภพด้วยเหตุฉะนี้

    ปล. หากสนใจเรื่องภาวะผู้นำ ผมอยากแนะนำให้อ่านบันทึกสั้นๆ ของ นพ. วิจารณ์ พานิช ครับ เรื่อง วิธีประยุกต์ Appreciative Inquiry (ดูข้อ 5 ภาวะผู้นำ)

    ภาวะผู้นำ คุณสมบัติของภาวะผู้นำที่สำคัญต่อ AI มี ๑๕ ข้อ ดังนี้ (๑) ความสามารถในการคิดเชิงบวก (๒) ความสามารถในการสร้างความ สัมพันธ์ระหว่างบุคคล (๓) การบริหารเวลา (๔) ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย (๕) ทักษะในการเรียนรู้ (๖) การคิดสร้างสรรค์ (๗) ใจกว้าง รับฟัง (๘) ทักษะในการทำงานเป็นทีม (๙) ทักษะในการจูงใจ (๑๐) การสื่อสารอย่างชื่นชม (๑๑) จงรักภักดีต่อองค์กร (๑๒) การสร้างเครือข่าย ทั้งภายในและภายนอกองค์กร (๑๓) เข้าใจตนเองและเข้าใจคนอื่น (๑๔) ทักษะในการนำไปสู่แนวคิดใหม่ๆ (๑๕) ทักษะในการสร้างความรู้โดยใช้ AI

    คุณ Intuitive Aptitude :
    ช่วงที่รายการขาดไปเป็นตอนของน้องซีจริงๆ ครับ เผอิญเขารันไฟล์มาอยู่ใน series CT2010 ผมไม่อยากให้สับสนในการประสานงานก็เลยข้ามไป แต่ไอเดียเรื่องสัมภาษณ์น้องซี เป็นของผมเองครับ ไม่ใช่ของคุณเจริญชัย สาเหตุก็เป็นอย่างที่คุณเจริญชัยบอกคือเราอยากให้ผ่อนคลายความเครียดลง และจากที่ได้คุยกับน้องซีก็พบว่าเธอมีแง่คิดที่น่าสนใจ (ลองชมเทปดูนะครับ) แถมยังเล่าประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือในช่วงวันที่ 7 ด้วย ก็ได้หลายมุมดีครับ

  • http://bankny.multiply bankny

    ได้ความรู้ดีครับ