เมื่อวันพุธที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา งานเสวนาหัวข้อ “รัฐบาลใหม่กับแนวทางแก้ปัญหาไฟใต้” จัดโดยศูนย์มุสลิมศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ Siam Intelligence Unit (SIU) ร่วมกับมูลนิธิสันติชน ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ และมูลนิธิฟรีดิช นอมัน ได้ร่วมกันจัดงานเสวนาหัวข้อ “รัฐบาลใหม่กับแนวทางแก้ปัญหาไฟใต้” ขึ้นมาโดยเชิญนักการเมืองในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาร่วมบรรยายถึงทางแก้ไขปัญหาไฟใต้ที่ยังไม่มีวี่แววว่าจะถูกดับมอดลงแต่อย่างใด โดยแต่ละพรรคการเมืองได้นำเสนอนโยบายถึงทางแก้ไข ทางออกต่างๆที่คิดว่าจะมาสามารถนำมาใช้แก้ไขได้ในวงเสวนาดังกล่าว

โดยทางด้านนายถาวร เสนเนียมจาก พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันถึงการตั้ง ศอ.บต.เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดแล้ว

นายถาวร เสนเนียม พรรคประชาธิปัตย์
พรรคฯ เสนอให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เพราะปัญหาเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนที่อยากมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า กอ.รมน.ที่เกิดเอกภาพในด้านนโยบายต้องการเน้นใช้สันติวิธีเป็นหลัก นอกจากนี้นายถาวร ยังเสนออีกว่า ต้องถอนกำลังทหารตั้งแต่รองแม่ทัพลงมา โดยให้มีการจัดตั้งกองกำลังประจำถิ่น หรือ อาสาสมัครประจำถิ่น เพราะคนที่มาจากต่างถิ่น จะไม่รู้ประเพณีวัฒนธรรม ส่วนการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่จากการสำรวจพบว่า ประชาชนกว่า 55 % เสนอให้ยกเลิกบางพื้นที่เท่านั้น
ด้านพรรคกลางอย่างชาติไทยพัฒนาระบุคนไทยต้องยอมรับประวัติศาสตร์

นายมูฮำมัด ซูลฮัน ลามะทา พรรคชาติไทยพัฒนา
นายมูฮำมัด ซูลฮัน ลามะทา ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ระบุว่า นโยบายของพรรคจะรวม 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ จังหวัดสงขลาบางพื้นที่ และ อยากเพิ่มอำนาจในการวางนโยบายและวางงบประมาณแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งบางโครงการที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และ จะผลักดันภารกิจกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นให้สมบูรณ์อย่างเร็ว และ มากที่สุด นายมูฮำมัดซูลฮัน กล่าวทิ้งท้ายว่า คนไทยทุกคนต้องยอมรับในเรื่องประวัติศาสตร์ให้ได้
ขณะที่คนพื้นที่เก่าแก่อย่างนายอารีเพ็ญเสนอตั้งทบวงดูแลความไม่สงบขึ้น

นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ พรรคมาตุภูมิ
ด้านนายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ผู้สมัคร ส.ส. และ รองหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ มองว่า ฝ่ายที่ก่อเหตุในปัจจุบันนี้ยังไม่หยุดก่อความไม่สงบถึงจะมีรัฐบาลใหม่แล้วจะยังมีเหตุรุนแรงเหมือนเดิม โดยพรรคเห็นว่าสถานการณ์แบบนี้ควรเป็นการปกครองพิเศษ จะประกาศให้มีการพูดคุยกันกับผู้ก่อความไม่สงบเพื่อไม่ให้เกิดความไม่สงบขึ้นอีก พร้อมตั้งองค์กรมีเอกภาพเพียง 1 องค์กรที่บริหารจัดการที่เดียวไม่ซ้ำซ้อน เช่น ตั้งทบวงเดียวครอบคลุมพื้นที่ดูเรื่องนโยบายสั่งการได้ และ รัฐมนตรีต้องเป็นคนในพื้นที่ซึ่งต้องไปหาประชาชนทุกวัน
” ต้องยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะเป็นสิ่งหนึ่งที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน ทำให้เด็กหนุ่มในพื้นที่ไปเข้าร่วมกับผู้ก่อความไม่สงบ และเรื่องกระบวนการยุติธรรม ต้องให้คดีความมั่นคงแยกออกจากศาลยุติธรรม” รองหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ กล่าวยืนยัน
ฝั่งเพื่อไทยเสนอเขตปกครองพิเศษและยกลเิกพรก.ฉุกเฉิน เพราะว่าที่ผ่านมาไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น

พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ พรรคเพื่อไทย
ขณะที่ พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ และ นโยบายภาคใต้พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาภาคใต้นั้นเพื่อไทยยึดแนวทางพระราชดำริ คือ 3 จังหวัด ไม่ต้องการแบ่งแยกดินแดน ต้องการสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ต้องการเสรีภาพด้านอัตลักษณ์ โดยพรรคเพื่อไทยกำหนดแนวทางในการจัดเขตปกครองพิเศษ โดยให้ประชาชนใน 3 จังหวัดเป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งการกระจายอำนาจถ้ายังมีสถานการณ์เกิดขึ้นรายวันจะกระจายอย่างไร จะยังมีปัญหาอยู่ซึ่งจะต้องยุติปัญหาให้ได้ก่อน โดยเข้าร่วมพูดคุยหารือกับองค์กรต่างๆในพื้นที่ภาคใต้
ทั้งนี้มองว่า สถานการณ์จริงมีเพียง 30 % แต่ว่าสถานการณ์สร้างมีถึง 70% ซึ่งต้องสร้างความสันติทำให้เหตุร้ายรายวันยุติก่อน ซึ่งต้องเกิดจากการเจรจา โดยพรรคเพื่อไทยได้ทดลองทำมาแล้วในบางพื้นที่แต่ไม่เป็นข่าวเพราะเป็นพรรคฝ่ายค้าน ส่วนประเด็นการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะทำเป็นโมเดลในการยกเลิกพ.ร.ก.ทีละอำเภอ
สุดท้ายทางด้านหมอแวร์เสนอ โอมาร์โมเดล

นพ.แวมาฮาดี แวดาโอ๊ะ พรรคแทนคุณแผ่นดิน
ขณะที่ นพ.แวมาฮาดี แวดาโอ๊ะ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคแทนคุณแผ่นดิน กล่าวว่า หากได้เป็นรัฐบาลจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นของขวัญให้คน 3 จังหวัด และทันทีที่บริหารประเทศจะยกเลิกนิคมอุตสาหกรรมแห่งความมั่นคงที่ทุกคนได้ประโยชน์ยกเว้นประโยชน์ ประชาชนต้องเป็นเจ้าของในการจัดการพื้นที่ต้องลบผู้ว่าราชการออก น้ำมันที่มีอยู่ในอ่าวไทยที่คนนราธิวาสไม่ได้ประโยชน์ต้องยกเลิก เพื่อทำไปสู่สันติสุขจะใช้ “โอมาร์โมเดล”
ประเทศใดที่ต้องการมีสันติสุขต้องมี 6 ข้อ 1.ต้องมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2.ประเทศต้องมีรายได้ที่ดีพอค่าใช้จ่าย 3.ต้องมีความยุติธรรม 4.ต้องไม่มีสิ่งมึนเมาและสุรา 5.ต้องมีสวัสดิการที่ดีตั้งแต่เกิดจนตาย 6. ต้องมีการคุ้มครองในสิทธิขั้นพื้นฐาน
หมายเหตุ: ขอขอบคุณสื่อที่นำเสนอข่าวงานเสวนาครั้งนี้ ได้แก่ ThaiPBS, MCOT, DNN, Asia Update TV, เดลินิวส์, ไทยโพสต์, MuslimToday
วิดีโอบันทึกการเสวนา
