Practical Report โน้ต อุดม แต้พานิช วิพากษ์ “รัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลง”

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับล่าสุด (12-18 พฤศจิกายน 2553) ลงหน้าปก โน้ต อุดม แต้พานิชย์ พร้อมระบุ ” ‘ตลก’วิจารณ์การเมือง – ‘รัฐ’ ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” และในหน้า 9 ซึ่งได้มีการตีพิมพ์งานวิพากษ์รัฐบาลอย่างต่อเนื่องก็ได้ระบุ ไม่มีประชาชนที่ไหนอยากได้ รัฐบาลโกงแต่ทำงานเก่ง แต่ตัวเลขผลสำรวจโพลที่ออกมาแสดงการยอมรับ “รัฐบาลโกง แต่เก่ง” เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ แสดงว่ารัฐบาล “อภิสิทธิ์ ” ยังมีตำหนิ





การแสดงของโน้ต ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาณสะท้อนอารมณ์ของสังคม

“ที่ลาวยังมี 3จี แต่ประเทศไทยนี้คงชาติหน้าชาติหน้า นายกฯมีดีที่หล่อ แต่ไม่มีอำนาจตัดสินใจ ฯลฯ ”

อย่าลืมว่าแฟนการแสดงของโน้ตนั้นคือ “คนชั้นกลาง”

และคนชั้นกลางเหล่านี้เมื่อฟังลีลาของโน้ต ที่วิพากษ์ “อภิสิทธิ์” และ “รัฐบาล” เข้าเต็มๆอย่างนี้ กลับตบมือโห่ร้องชอบใจ

นี่เป็นสัญญาณไม่ธรรมดา

“โปรดชม”



นอกจากล้อเลียนการเมือง โน้ต อุดม ยังล้อเลียนท่าทางการแสดงคอนเสิร์ตของเพลง ติ๊ก ชีโร่ อีกด้วย แน่นอนว่าเนื้อหาเพลงลึกซึ้ง กินใจไม่ธรรมดา

ติ๊ก ชีโร่ ร้องเพลงนี้ด้วยอารมณ์ของ “คนห่างกัน”



GMM แกรมมี่ นำเพลงนี้ มาให้ นิโคล เทริโอ ขับร้องใหม่ด้วยอารมณ์ความอบอุ่นของ “คนใกล้กัน” และ GSM ของ AIS รับมาใช้ในการแสดงถึงเครื่องมือสื่อสาร เพื่อเพิ่มความใกล้ชิดกัน



  • http://www.imenn.com iMenn

    สรุปข่าวนี้ได้ดีมากๆ เลยครับ ชอบๆ

    เพราะคิดว่า คนที่อ่านมติชนทั้งหลายก็ย่อมอยากฟัง ยิ่งเมื่อมีตัวอย่างคลิปที่ตีความ “รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” แบบอื่นๆ อีกยิ่งดูสนุก

  • พี่โน้ต

    น้อง “มอ” ครับ สายน้ำที่มันไหลไปแล้วบางทีมันก็ไม่ไหลกลับมานะครับ เพราะฉนั้นที่พี่ร้องเพลงว่า รัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลงเนี้ย พี่หมายถึงว่ารัฐไม่ยอมเปลี่ยนเเปลงไปในทางที่ดีขึ้น ดั้งนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยทีีน้อง มอ สุดหล่อจะหวังให้ความรักของประชาชนที่มีคุณภาพ ไม่ให้เปลี่ยนแปลงไป ยุคสมัยนี้แค่ความหล่อและพูดเก่งไม่สามารถซื้อใจประชาชนที่มีคุณภาพได้อีกต่อไป ดูอย่างพี่โน้ตซิครับไม่หล่อแต่เล้าใจนะครับ แค่เรื่องส้วมอย่างเดียวพี่ต้องไปทำวิจัยกันเป็นเดือนๆๆเลยนะ สุดท้ายนี้พี่ขอแนะนำน้องว่า ถ้าประสบการณ์ของน้องยังไม่เพียงพอก็ถอนตัวออกไปฝึกวิทยายุทธให้แข่งแกร่งก่อน อย่าดันทุลังให้เสียหายต่อประเทศและตัวเองอีกต่อไปเลย หรืออยากจะมาเป็นผู้ช่วยหาข้อมูลเรื่องส้วมลอยน้ำกับพี่โน้ตก็ยินดีนะครับ

  • S

    คุณสมบัติของคุณ “น้องมอ” ในสายตาชนชั้นกลางที่จบปริญญาตรี โดยเฉพาะเพศหญิง ในขณะแรกพบสบตาก็ดูน่าหลงไหล เหมือนได้เจอะเจอรถเฟอรารี่เลิศหรู อยากได้มาประดับกายขับโฉบไปในนานาประเทศว่านี่คือผู้นำประเทศไทยไชโยที่มีภาพลักษณ์หรูเท่ห์สุด”เก๋ไก๋”

    ฉับพลันทันใดเทพเทวดานางฟ้าอุ้มสมให้ “น้องมอ ซ๊รีย์7″ ได้เป็นพาหนะนำพาประเทศไทยสู่แดนศิวิไลซ์ เป็นบทเรียนเริ่มต้นของชนชั้นกลางที่คิดว่าตนมีปัญญาและวัฒนธรรมสูงล้ำกว่าใครๆเพิ่งตระหนักพบความจริงได้ทันใดว่าภาระการบริหารประเทศไทยที่มิใช่แค่กรุงเทพ จะได้มีภาระแค่เดินหน้าเชิดเตรียมคำพูดแสนหรูอยู่หน้าโพเดียม อีกทั้งสมุนทั้งหลายที่รายรอบกลับนำพาความเสือมเสียหายมาสู่”น้องมอ” อย่างน่าใจหาย ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นชนชั้นกลางหลายคนเริ่มตระหนักว่า ถ้าต้นทุนของการมีเฟอรารี่ไว้ขับอวดชาวโลก มันสูงลิ่วถึงขนาดนั้น ผู้นำไม่กล้าลุยโคลน ไม่กล้าเผชิญหน้ากับแก้ปัญหาให้กับประชาชน นักข่าวหลายคนทำหน้าที่สั่งการในภาวะวิกฤติด้วยภาวะผู้นำได้ดีกว่าหลายร้อยเท่า

    ตกลงเราจ่ายเงินจ้างเดือนแสนแพงซื้อเฟอรารี่มาเพืออะไรกัน? ประเทศเรารวยขนาดนั้นเลยเหรอ? ยอมมี”น้องมอ” ที่ทำงานไม่เป็น เพราะกลัว”พี่มอ” จะมาทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสือมโทรม คุ้มกันมั๊ย

    ยิ่งไปกว่านั้น นโยบายล่วงละเมิดข้อมูลส่วนตัวของประชาชนโดยอาศัยความรู้ไอที ถึงขนาดเจาะลึกถึงบทสนทนาพาเพลิน การสือสารบนอีเมล์ การเข้าเยี่ยมชมเวปไซต์ต่างๆ เป็นสิ่งที่ชนชั้นกลางไม่ว่าชาติไหนภาษาใดก็มิอาจรับได้ โดยใช้เรืองความมั่นคงมาเป็นข้ออ้างแบบทุเรศๆ

    ไม่แน่ใจว่า “น้องมอ” เองก็เคยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการออกมาเรียกร้องต่อต้านเรืองนี้ อยู่มิใช่หรือ?

    ถ้า”น้องมอ.” ไม่เชือลองหันไปกระซิบถามที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์คนเก่ง ทีชอบชวนเปิดวง…อยู่แถวท่าพระอาจานดูสิ พูดง่ายๆ ไม่ต้องตีความทางวิชาการให้ลึกซึ้ง ตัวอย่างง่ายๆ แบบชาวบ้านร้านตลาดเคยดูในละครน้ำเน่า ไม่ต้องอะไรมากแค่”เมียเปิดอ่านโทรศัพท์ของผัว หรือ ผัวเปิดอ่านจดหมายของเมีย ” ก็เป็นเรืองที่ไม่ควรกระทำ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นต้นเหตุของความร้าวฉานอย่างหนักในครอบครัวแล้ว ฆ่าฟันกันตายมานักต่อนักแล้ว นับประสาอะไรกับการที่”น้องมอ” ซึ่งเป็นเพียง”คนนอก” ที่ชนชั้นกลาง”เคย” สนับสนุนชืนชม จะมากระทำการอุกอาจแบบไร้มารยาทเช่นนี้กับใครๆได้?

    ไม่รู้ว่า อำนาจ วาสนา ความหลงระเริงในความรู้ท่วมหัว หรือแรงยุส่งของสมุนที่รายรอบ อะไรกันที่บังตาให้”น้องมอ” เห็นผิดเป็นชอบไปได้ขนาดนี้นะ

    “เหยือ” บอกว่าไม่ต้องการเอาเรือง ไม่ต้องการเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ขอหลักประกันว่าให้หยุดคุกคามชีวิตของเค้าได้แล้ว

    ฝากเรืองนี้ไปถึง ผู้อำนวยการองค์กรลับให้พิจารณาและดำเนินการ ถึงความเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ความควรไม่ควร อะไรที่ Abuse อะไรที่ก่อให้เกิด Moral Harzard ต่อส่วนรวม ต่อผู้อืนๆ ขอให้ตริตรองกัน พูดคุยกันให้หนักๆ คิดกันให้เยอะๆ อย่าเอาแต่มาพูดเพือหาเงิน หากล่องเข้าองค์กรและพรรคพวกของตนเพียงแค่นั้น เพราะแค่ประเด็นเล็กๆใกล้ๆตัวยังปล่อยให้ผ่านไปได้ง่ายๆ แล้วต่อไปจะเอามาตราฐานเดี่ยวอะไรมายันกับสาธารณะชนได้อีก เรืองแบบนี้คนเยอรมันเค้าถือเป็นเรืองร้ายแรงนะ

    ไม่แปลกที่ทุกคนในโลกนี้อาจเผลอทำอะไรผิดพลั้งไปบ้างเพราะคะนองในความรู้หรือความมีกำลังและโอกาสที่เหนือกว่าผู้อืน หรืออาจเป็นเพราะคนคนนั้นไม่รู้ถึงเหตุผลความควรหรือไม่ควร แต่ถ้ามีคนเตือนแล้วว่าไม่เหมาะสมและทำให้คนอืนเดือดร้อน แต่ยังดึงดันที่จะทำอยู่ มากกว่าสองสามครั้งขึ้นไป แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าสังคมจะมีของเขตของความเข้าใจที่สามารถให้อภัยได้สักเท่าไร

    เรืองแบบนี้”นักรัฐศาสตร์คนนั้น”และ”นักมนุษยชนคนที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใครคนนั้น” เข้าใจเป็นอย่างดีด้วยภูมิรู้และประสบการณ์ แต่ที่แกล้งทำเมินไม่ใส่ใจ อาจเป็นเพราะไม่ใช่งานมีกล่องมีเงินรึเปล่าก็ไม่รู้นะ