“ปรเมศวร์ เป็น idol สไตล์นักบุกเบิก ทำงานประเภท breakthrough อ่าน trend ขาด เหนือกว่าผู้อยู่ในวงการเดียวกัน ยากนักที่จะผู้ใดสร้าง Breakthrough ถึงสองในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปี”
(สุดยอดคำชื่นชมจากพี่ “ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย” นักกลยุทธ์ผู้เฉียบคม คนหนึ่งของเมืองไทย ซึ่งผมแอบหยิบฉวยมาจาก “บทสังสรรค์ทางปัญญาก่อนฟ้าสาง – ณ ลานทวิทเตอร์”)
……………………………
จังหวะแรกที่ผมได้พบกับพี่ “ปรเมศวร์ มินศิริ” ในร้านกาแฟสตาร์บัคส์ Central World ผมรู้สึกถึง “พลังขับเคลื่อน” ในทุกอณูของกล้ามเนื้อและบุคลิก ในใจจึงอดอุทานไม่ได้ว่า
“จอมคน” ต้องเป็นเช่นนี้
ฉับพลันนั้น ผมบังเกิดความรู้แจ้งขึ้นมาในทันทีว่า เหตุใด “ราชันแห่งการบริหารจัดการ” อย่าง Jack Welch จึงให้ความสำคัญกับ Energy และ Energizers มาเป็น 2 อันดับแรกของภาวะความเป็นผู้นำ (Leadership) พี่ปรเมศวร์ทำให้ผมรู้สึกว่า ชายคนนี้พร้อมจะเปิดรับและมองหาโอกาสใหม่อยู่เสมอ ไม่ใช่แค่คิด แต่ลงมือทำด้วยความทรหดอดทน
นอกจากมีพลังขับเคลื่อน (Energy) ในทุกอณูของชีวิตแล้ว เขายังทำให้คนรอบข้างรู้สึกมีชีวิตชีวา (Energizers) รู้สึกว่าโลกนี้เต็มไปด้วยโอกาสและแรงบันดาลใจ
หลังจากนั้น ผมได้พบกับพี่ปรเมศวร์อีกครั้ง ในงาน BarCamp และได้โอกาสฟัง “ความหลัง” เมื่อครั้งยังเป็นนิสิตในคณะวิศวะจุฬาฯ พี่ปรเมศวร์เป็นคนริเริ่มบุกเบิกในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อหารายได้ให้กับชุมนุมวิชาการ และเนื่องจากอยากจะเสพอรรถรสของภาพยนตร์ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ พี่ปรเมศวร์จึงคิดกิจกรรมรีวิวเนื้อหาภาพยนตร์ เพื่อแลกกับการได้ชมภาพยนตร์จากร้านวีดีโอ
ความคิดริเริ่ม (Originality) และไม่หยุดนิ่งในการค้นหาสิ่งใหม่ๆ ตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยหรือก่อนหน้านั้น ได้ทำให้พี่ปรเมศวร์วิ่งเข้าหาโอกาสใหม่ๆในชีวิต และหนึ่งในนั้นก็คือ การเสกสร้างเว็บไซต์ Sanook ที่กลายเป็น “ตำนาน” ลือลั่นในวงการไอทีเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว
23 กรกฎาคม 2552 เป็นโอกาสครั้งใหญ่ของผมในการ “เปิดตัวหนังสือ The Big Secret” และเป็นโอกาสอีกครั้งที่ผมจะได้รับฟังประสบการณ์อันหลากล้นด้วยแรงบันดาลใจของพี่ปรเมศวร์ โดยเฉพาะเมื่อเว็บไซต์ Sanook ที่ทำเพราะความสนุกของพี่ปรเมศวร์ ได้แปรเปลี่ยนชีวิตของเด็กหนุ่มธรรมดาที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและความใฝ่ฝันให้กลายเป็นเศรษฐีเงินล้านขึ้นมาในชั่วพริบตา
หากเป็นคนธรรมดา อาจจะหยุดความฝันและแรงบันดาลใจไว้ที่ตรงนี้ ปลดปล่อยตนเองให้เพลิดเพลินกับความมั่งคั่งที่ได้รับมาอย่างเต็มที่ แต่ชีวิตของจอมคนย่อมมีประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดา ด้วยสายโซ่ของเหตุการณ์พิสดารมากมาย ได้ทำให้ชายคนนี้ต้องกลับเข้าสู่วงการไอทีอีกครั้งหนึ่งด้วยการปลุกปั้น Kapook ขึ้นมาเป็นเว็บยอดนิยมอันดับต้นๆของเมืองไทย
Keep Walking คือ ประโยคธรรมดาที่ใครๆก็พูดได้ แต่ประโยคนี้ได้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่งในชีวิตของพี่ปรเมศวร์ ในห้วงจังหวะที่ลังเลระหว่างยุทธศาสตร์ Exit Strategy หรือการสร้างกิจการดีๆขึ้นมา ขายทิ้ง และลาออกไปนั่งเสพสุข กับการทำในสิ่งที่รัก แม้ว่าจะต้องเริ่มต้นใหม่ และอาจจะต้องเหน็ดเหนื่อยปวดร้าวในการต่อสู้ฟาดฟันอันหนักหน่วงในโลกธุรกิจ
หากพี่ปรเมศวร์ไม่ตัดสินใจ Keep Walking ในวันนั้น ก็คงไม่มีตำนานอันลือลั่นบทที่สอง “Kapook” เว็บไซต์ที่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ เต็มแน่นไปด้วยสาระและคุณค่าความรื่นรมย์ แต่สิ่งที่สำคัญคือ การพิสูจน์ว่า คนไทยไม่ควรหยุดยั้งความสำเร็จไว้เพียงแค่ครั้งเดียว แต่ควรจะขยายความสำเร็จนั้นออกไปให้เต็มล้นกว่าเดิม โดยต้องไม่ลืมว่า “เศรษฐกิจโลก” ในวันนี้กำลังมีปัญหา ทุกประเทศได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า การลุกขึ้นมาทำอะไรดีๆ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีนวัตกรรม ซึ่งนำไปสู่การจ้างงานและสร้างช่องทางธุรกิจให้คนอื่นเข้ามาต่อยอด ถือว่าเป็น “ภาระหน้าที่” ซึ่งคนไทยพึงมีต่อกัน
ยิ่งกว่านั้นพี่ธันยวัชร์ พิธีกรรายการ ยังได้สรุปอย่างเห็นภาพชัดเจนว่า พี่ปรเมศวร์เปรียบได้กับ Steve Jobs จอมคนผู้สร้างตำนานความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ถึง 2 ครั้งในชีวิต แน่นอนว่า Steve Jobs ก็ต้องเผชิญกับความลังเลระหว่างการตัดสินใจใช้ชีวิตอย่างสุขสบายกับเงินที่ได้มาจากความสำเร็จครั้งแรก กับการเริ่มต้นใหม่ในวงการไอที เพื่อสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อีกครั้ง
หาก Steve Jobs ตัดสินใจเลือกความสนุกสบายหรูหรา โลกก็คงไม่ได้รับโอกาสในการรื่นรมย์ไปกับเสียงดนตรีผ่านเครื่องเล่น iPod โลกคงขาดแคลนประสบการณ์และรสสัมผัสจากสุดยอดมือถือยี่ห้อ iPhone และเศรษฐกิจอเมริกาก็คงยิ่งแย่หนักกว่าที่เป็นอยู่ เพราะขาดแคลนสุดยอดบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศปีละหลายหมื่นล้านดอลลาร์
แน่นอนว่า ความสำเร็จของ “จอมคน” จากมหาอำนาจอย่างประเทศอเมริกา ย่อมเหนือล้ำกว่า “จอมคน” จากประเทศเล็กๆอย่างไทย แต่กระนั้น “คุณูปการ” ในฐานะนักบุกเบิกและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ Breakthrough ถึงสองครั้งสองหน ย่อมเป็นสิ่งที่ประเทศชาติควรภาคภูมิใจ
ความสำเร็จของ “จอมคน” ย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยลำพังคนเดียว “จอมคน” จะต้องมีทีมงานที่ยอดเยี่ยม และพี่ปรเมศวร์ได้เผยเคล็ดลับให้ฟังว่า “ผมให้อิสระลูกน้องในการทำงาน ผมจะไม่บังคับ เพราะเชื่อว่าแต่ละคนมีความถนัดของตนเอง การให้เขาทำในสิ่งที่รัก เราย่อมได้รับผลงานที่ดีที่สุด” นี่คือ ความพิเศษสุดๆของผู้นำในยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่งนอกจากตนเองจะมีความกระหาย (Stay Hungry. Stay Foolish) ในการทำสิ่งที่รักอย่างเต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์(Energy) แล้วยังกระตุ้นและเผื่อแผ่พลัง (Energizers) ไปยังทีมงานและผู้ใกล้ชิดอีกด้วย
ท่ามกลางงานเปิดตัวหนังสือ The Big Secret ที่ผมทั้งตื่นเต้นและยินดีนี้เอง ยามใดที่ผมมองไปยังพี่ปรเมศวร์ จะพบกับแววตาที่เชื่อมั่นและให้กำลังใจ ซึ่งช่วยขับเคลื่อนให้ผมเกิดพลังและความมั่นใจจะต่อสู้ฝ่าฟัน เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแฟนหนังสือของผม
นี่คือ “บุคลิกภาพจอมคน” ที่เจิดจ้าซึ่งช่วยจุดประกายเติมเต็มให้คนรอบข้าง พัฒนาตนเองไปสู่ความสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม พี่ปรเมศวร์ได้เคยสารภาพกับผมว่า “คนส่วนใหญ่มักจะสนใจแต่ความสำเร็จของพี่ แต่จริงๆแล้วพี่ล้มเหลวมากกว่าสำเร็จเสียอีก เพียงแต่คนไม่ค่อยพูดถึงกัน” สิ่งนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ที่สอนใจคนไทยทุกคนว่า ในเส้นทางแห่งความสำเร็จนั้น มันไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่หากเราต้องการที่จะสร้างปรากฎการณ์อันยิ่งใหญ่ให้ชีวิตและประเทศชาติอย่างพี่ปรเมศวร์ เราก็ไม่ควรท้อถอย แต่ต้องปลุกเร้าทุกอณูพลังของชีวิต เพื่อคิดค้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และผลักดันไปสู่ความสำเร็จ
Keep Walking. Don’t Settled.
