Strategic Intuition : วิถี “กลยุทธ์” เบื้องหลังความสำเร็จของ “จอมคน”
February 9, 2010
ทุกชีวิตต่างมีแรงปรารถนาลึกๆในใจ ที่จะเป็นคนสำคัญ สร้างสรรค์นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ไปตลอดกาล ทั้งเพื่อความร่ำรวย ชื่อเสียง และเกียรติยศ แต่ความจริงอันโหดร้ายก็คือ มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้รับความสำเร็จ
ที่น่าเศร้าก็คือ คนส่วนใหญ่ในสังคมมีมุมมองที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับ “วิธีการ” ในการนำพาตัวเองสู่ความสำเร็จของผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ผู้สำเร็จในทุกวงการต่างก็ออกมาเผยแพร่เคล็ดลับที่ตนเองใช้ในการเดินทางไปสู่ความสำเร็จ แต่เมื่อคนธรรมดานำไปปรับใช้บ้าง ก็กลับไม่ได้ผลตามที่คาดหวังไว้ จึงพลอยน้อยใจคิดไปเองว่า “บางทีความสำเร็จนั้น อาจขึ้นอยู่กับพันธุกรรมหรือโชคชะตา ไม่ใช่เรื่องที่จะฝึกฝนเรียนรู้กันได้เลย”
แต่ไม่เคยมีใครเฉลียวใจเลยว่า บางทีบรรดาผู้ประสบความสำเร็จทั้งหลายนั้น ก็อาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับความสำเร็จของตัวเอง ตัวอย่างเช่น นักธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย มักมีสัญชาตญาณในการตัดสินใจที่เฉียบแหลมซึ่งทำให้พวกเขามองเห็นวิกฤตและโอกาสได้ก่อนคนธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อเขียนเป็นหนังสือออกมา พวกเขากลับบรรยายถึงเรื่องการวางแผนทางธุรกิจที่เต็มไปด้วยหลักเกณฑ์และทฤษฎีมากมาย
ทั้งหมดนี้ก็ไม่อาจกล่าวโทษนักธุรกิจทั้งหลาย เพราะใครกันที่จะเชื่อว่าตนเองประสบความสำเร็จเพราะสัญชาตญาณอันอธิบายได้ยาก ที่สำคัญนักธุรกิจซึ่งเชื่อเช่นนั้นก็คงจะไม่สามารถอธิบายถึงขั้นตอนในการใช้สัญชาติญาณออกมาเป็นหนังสือที่มีความยาวหลายร้อยหน้าได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่หนังสือธุรกิจทั้งหลายจึงเต็มไปด้วยหลักทฤษฎีและหนังสืออ้างอิงมากมาย
ยิ่งหนังสือเล่มใดมีทฤษฎีและตรรกะที่ซับซ้อนลุ่มลึกเพียงใด ก็ยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้คนทั่วไปมากขึ้นเพียงนั้น
Strategic Intuition จึงเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่พยายาม “พลิกเปลี่ยน” มุมมองใหม่ในการค้นหาวิธีการไปสู่ความสำเร็จของผู้ยิ่งใหญ่ในแทบทุกวงการ โดยพยายามอธิบายสิ่งที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า “สัญชาตญาณ” ให้ออกมาเป็นวิธีการที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด เพื่อว่าทุกคนที่มีความปรารถนาอันยิ่งใหญ่จะได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อทำฝันให้กลายเป็นความจริง
Bill Gates ไม่ได้มีความฉลาดหรือทักษะคอมพิวเตอร์สูงล้ำกว่าคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้เกตส์มีความโดดเด่นเหนือกว่าคู่แข่งในยุคเดียวกัน คือ การค้นพบความสำคัญของ Software ในยุคที่ทุกคนต่างมุ่งเน้นไปที่ Hardware
ในตอนเริ่มต้นนั้น เกตส์ก็เป็นเช่นเดียวกับคนอื่นที่ให้ความสำคัญกับ Hardware แต่เนื่องจากการไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรในธุรกิจประเภทนี้ จึงได้กลับมาทบทวนกลยุทธ์ และพิจารณาอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ในมุมมองที่ต่างออกไป จนกระทั่งได้ค้นพบว่า Software เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคอมพิวเตอร์ไม่น้อยกว่า Hardware ในขณะที่แทบไม่มีใครเข้าสู่ธุรกิจนี้เลย
Napoleon ก็ไม่ได้มีความฉลาดเหนือกว่านักการทหารในรุ่นเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้นโปเลียนพิชิตชัยในแทบทุกสมรภูมิก็คือ การมองหา “จุดได้เปรียบ” จากสภาพความเป็นจริง โดยเฉพาะการรบในปี 1783 ที่เมืองตูลอง (Toulon) ซึ่งนายพลฝรั่งเศสคนเดิมได้ใช้วิธีการรบแบบตรงไปตรงมาจึงต้องพ่ายแพ้และถูกปลดออกในที่สุด เหตุการณ์นี้ได้เปิดโอกาสให้นายพลคนใหม่ที่เข้ามารับตำแหน่งแทนได้ทดลองใช้แผนการที่นโปเลียนคิดค้นขึ้นมา โดยหยิบยืมกลยุทธ์ซึ่งอเมริกาเคยใช้ได้ผลในสงครามประกาศเอกราชมาใช้ นั่นคือ การยิงปืนใหญ่เพื่อตัดทัพบกและทัพเรืออังกฤษออกจากกัน ในที่สุดฝรั่งเศสก็สามารถขับไล่กองทัพอังกฤษออกไปได้
นโปเลียนไม่เคยมีแผนการรบสำเร็จรูปอยู่ในใจ แต่ได้พยายามตรวจตราภูมิประเทศและการจัดกำลังของฝ่ายตรงข้าม เพื่อมองหา “จุดได้เปรียบ” เชิงกลยุทธ์ จึงสร้างผลงานทางการทหารที่เหนือธรรมดา และเป็นบันไดในการไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งจักรพรรดิได้ในท้ายที่สุด
Picasso ได้ค้นพบ “วิถีใหม่” ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของตนจากหน้ากากแอฟริกันที่หยิบยืมมาจากเพื่อนศิลปินที่มาสังสรรค์ร่วมกัน ในขณะที่ Yunus ซึ่งแต่เดิมมีแนวคิดเรื่องการลดความยากจนในประเทศด้อยพัฒนาด้วยการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ได้เปิดตัวเองเข้าหาความจริงใหม่ที่ค้นพบในชุมชนที่ตนเองเข้าไปพัฒนา นั่นคือ การขาดแคลนแหล่งเงินกู้ราคาถูก จึงเป็นที่มาของ Grameen Bank ที่ยูนูสได้พัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อให้สามารถเป็นแหล่งสินเชื่อราคาถูกสำหรับคนจน และได้กลายเป็นต้นแบบในการจัดตั้งธนาคารเพื่อคนจนตามมาอีกมากมาย ผลงานนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลในปี 2549
หนังสือเล่มนี้ได้สรุป “วิธีการ” ในการค้นพบสุดยอดกลยุทธ์ไว้ 4 ขั้นตอนดังนี้
1. ศึกษารูปแบบความสำเร็จจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในอดีต เพราะได้รับการพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผล (Work)
2. สร้างภาวะทางจิตแบบ Zen ที่เรียกว่า “ปัจจุบันขณะ” (Presence of Mind) เพื่อปลดปล่อยตัวเองออกจากความคิดเดิมที่ครอบงำ
3. รอเวลาเพื่อปล่อยให้ “สิ่งที่ใช้ได้ผล” ทั้งในอดีตและปัจจุบันได้เชื่อมต่อกันในแนวทางใหม่ (Recombine) เพื่อบรรลุภาวะหยั่งรู้เชิงกลยุทธ์ (Strategic Intuition)
4. เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าและลงมือปฏิบัติด้วยจิตใจยืนหยัด (Resolution) เพราะกลยุทธ์พิสดารที่ได้ค้นพบนั้นมักจะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ละเลยมองข้ามไป
ความล้มเหลวของคนส่วนใหญ่ก็คือ การกำหนดยุทธศาสตร์ที่ต้องทำ (What to do) ไว้ล่วงหน้า โดยคิดว่าการพลิกแพลงยุทธวิธี (How to do) จะสามารถช่วยให้บรรลุความสำเร็จได้ โดยจากตัวอย่างของเกตส์ นโปเลียน ปิกัสโซ และยูนูส ได้ชี้ให้เห็นผลลัพธ์อันยิ่งใหญ่ของการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากสิ่งที่คิดเอาเองว่า “ใช่” มาเป็นสิ่งที่สภาพความเป็นจริงได้สะท้อนออกมาว่า “ใช่”
อย่างไรก็ตาม คนที่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ ก็ยังมีเวลาที่หลงตัวเองและลืมเลือนสูตรความสำเร็จเดิมที่เคยใช้อย่างได้ผล ตัวอย่างเช่น นโปเลียน ที่ถนัดในการค้นหาจุดได้เปรียบจากภูมิประเทศและการจัดวางกำลังของศัตรู ก็กลับประมาทศัตรูและยกทัพล่วงลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียอันเหน็บหนาว ในที่สุดก็พบกับความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน
สิ่งที่ยากที่สุดของการเข้าสู่ภาวะ Strategic Intuition ก็คือ การตรวจสอบสภาพจิตของตนเองว่ากลมกลืนกับความเป็นจริง ไม่ใช่เป็นการคิดเองเออเอง เพราะทั้งความจริงที่รับเข้ามาและสิ่งที่คิดเพิ่มเติมเอาเองก็ล้วนผสมกลมกลืนอย่างยากจะแยกออกจากกัน ยังไม่นับว่ากระบวนการสังเคราะห์เพื่อหา “ยุทธศาสตร์” ก็ต้องใช้จิตในการเชื่อมร้อยความจริงที่หลากหลายเข้าด้วยกัน
ดังนั้น กระบวนการในการขัดเกลา “จิต” ให้สามารถเปิดรับความจริงที่แตกต่างหลากหลาย เพื่อหลุดพ้นจากความคิดและตัวตนที่ครอบงำอยู่ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว จึงเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนอย่างลุ่มลึกเพื่อบรรลุความสำเร็จในการสร้าง Strategic Intuition และกลายเป็นบุคคลสำคัญที่ได้จารึกรอยเท้าไว้ในโลกที่แสนวุ่นวายนี้
Comments
3 Responses to “Strategic Intuition : วิถี “กลยุทธ์” เบื้องหลังความสำเร็จของ “จอมคน””
Got something to say?






เล่มนี้มีคนแปลแล้วหรือยังครับ
ยังไม่มีคนแปลครับ แต่ฉบับภาษาอังกฤษก็อ่านไม่ยากนะครับ
ขอบคุณครับ เดี๋ยวไปหาก่อนว่าที่ไหนเอาเข้ามาบ้าง