Practical Report ย้อนรอย สุขุมพันธุ์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ ไพ่ตายใบสุดท้ายของปชป.!?

เป็นไปตามที่ SIU คาดการณ์ว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่กลายเป็นรักษาการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลังจากตัดสินใจลาออกก่อนหมดวาระในวันที่ 10 มกราคม 2556 นี่อาจจะเป็นไพ่ตายใบสุดท้ายของประชาธิปัตย์ในการรักษาฐานที่มั่นสุดท้ายคือเมืองหลวงของประเทศไทยไว้ให้ได้ หากมองจากเส้นทางของสุขุมพันธุ์ในวันนี้พรรคประชาธิปัตย์คงมีสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นกัน

ย้อนรอยสุขุมพันธุ์ก่อนจะนั่งทำเนียบเสาชิงช้า

สุขุมพันธุ์ สร้างชื่อให้กับตัวเองครั้งแรกในวงการการเมืองหลังจากที่สำเร็จปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ทางด้านสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นั่นคือการเป็นส่วนหนึ่งของทีมในตำนาน “บ้านพิษณุโลก” อันเลื่องชื่อของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ก่อนที่จะออกมาตั้งพรรคนำไทยกับนายอำนวย วีรวรรณในการเลือกตั้งปี 2537 โดยครั้งนั้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคนำไทย

ต่อมาปี 2539 ได้ย้ายเข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้เข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรค ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองโดยการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศในสมัย รัฐบาลชวน หลีกภัย 2 และได้สร้างผลงานลือชื่อด้วยการเสียสละแลกเปลี่ยนเป็นตัวประกันจากกรณีเหตุการณ์ “ก็อดอาร์มี่ยึดสถานที่ราชการในอำเภอสวนผึ้ง” จังหวัดราชบุรี และมีส่วนสำคัญในการลงนามในบันทึกข้อตกลงปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา พ.ศ. 2543

จนปี 2551 เมื่อเกิดการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในการขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งพรรคพลังประชาชน ในปีนั้นเองมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการฯ กรุงเทพซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ส่ง อภิรักษ์ โกษะโยธินลงป้องกันตำแหน่งอีกครั้งและได้รับการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็อยู่ในวาระเพียงแค่เดือนเศษๆ ก่อนที่จะตัดสินใจแสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่งภายหลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 ชี้มูลความผิดในคดีทุจริตจัดซื้อรถและเรือดับเพลิง ของ กทม. มูลค่า 6,687 ล้านบาท

ทางพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้นซึ่งกำลังเตรียมตัวที่จะเป็นรัฐบาลด้วยเงื่อนไขพิเศษจากการยุบพรรคพลังประชาชนในเดือนธันวาคม และจับมือร่วมกับปีกของนายเนวิน ชิดชอบที่แยกจากพรรคพลังประชาชนมาตั้งพรรคภูมิใจไทย ในขณะนั้นได้มีการพยายามเคลียร์โควตารัฐมนตรีต่างๆ ซึ่งตามความตั้งใจเดิมสุขุมพันธุ์อาจได้ลุ้นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็น กษิต ภิรมย์ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นหนึ่งในแกนนำของพันธมิตรฯ โดยสุขุมพันธุ์ถูกโยกมาในตำแหน่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.แทน

ภาพจาก Facebook ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

ภาพจาก Facebook ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร

ทั้งชีวิตเราดูแล….!? 4 ปีของสุขุมพันธุ์กับความทรงจำของคนกรุง

สุขุมพันธุ์เปิดตัวแคมเปญผู้ว่าฯด้วยเอกลักษณ์คือ “รอยยิ้ม” และอาศัยฐานเสียงเดิมของพรรคเอาชนะคู่แข่งทั้ง แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี จากพรรคเพื่อไทยและ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ “คุณปลื้ม” ผู้สมัครอิสระและได้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2552 เป็นต้นมา

ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาด้วยบุคลิกเข้าถึงยาก ไม่เป็นมิตรกับสื่อฯ รวมไปถึงการกระทบกระทั่งกับการเมืองระดับชาติทำให้ภาพลักษณ์ของสุขุมพันธุ์ดูด้อยลง

อีกทั้งนโยบายต่างๆที่ไม่เข้าเป้าตั้งแต่มหกรรม “ดัมมี่” ที่เริ่มตั้งแต่..

  • การติดตั้งกล้องวงจรปิดดัมมี่ที่มีความไม่ชอบมาพากลให้กับระบบการตรวจสอบเป็นอย่างมาก
  • อุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำดัมมี่ที่เป็นนโยบายที่ใช้หาเสียงแต่พอฝนตกกลับไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมไปถึง..
  • มหากาพย์ระดับโลกกับสนามฟุตซอลหนองจอก อารีน่าดัมมี่ที่เป็นการโยนกลองไปมาระหว่างกรุงเทพมหานคร และสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย แต่สุดท้ายไม่ได้ใช้สนามในการแข่งฟุตซอลโลก สร้างความอับอายไม่ใช่เฉพาะแก่คนกรุงเทพฯแต่หมายถึงคนไทยทั้งชาติ และ
  • มหกรรมเลื่อนรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายวงเวียนใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่าจนในที่สุดก็ไม่สามารถเสร็จทันกำหนดกลายเป็น รถไฟฟ้าดัมมี่ อีกหนึ่งผลงาน

ยังไม่รวมการจัดการเหตุการณ์บ้านเมืองระดับประวัติศาสตร์เริ่มตั้งแต่เหตุการณ์เมษายา-พฤษภาคม 2553 ที่แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.มาชุมนุมขับไล่รัฐบาลของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในกรุงเทพฯ สุขุมพันธุ์ก็ถูกจับตาว่าจะอำนวยความสะดวกและรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมได้ดีขนาดไหนเนื่องจากรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลางมาจากพรรคเดียวกัน และมหาอุทกภัยปี 2554 กับการเล่นการเมืองในวิกฤตน้ำกับรัฐบาลเพื่อไทยกับวาทะคลาสสิก “ผมมีหน้าที่ดูแลคนกรุงเทพฯเท่านั้น จังหวัดอื่นผมไม่รับผิดชอบ” สร้างความไม่พอใจให้กับคนท้องที่ใกล้เคียงเป็นอย่างมาก

ไพ่ตายประชาธิปัตย์ หมดสำรับแต่ก็ยังต้องเล่น

หลังจากพ่ายแพ้อย่างหมดรูปต่อพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้ง 3 กรกฏาคม 2554 คะแนนความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ก็เริ่มลดน้อยถอยลงจนอาจจะเรียกได้ว่าถึงจุดวิกฤตของพรรค จากการตอบโต้ทางการเมืองในระดับลดตัวมาเล่นเกมมวลชนหรือการป่วนสภาเช่นเหตุการณ์วุ่นวาย การปาแฟ้มหรือแย่งเก้าอี้ประธานสภา ทำให้แฟนประชาธิปัตย์หลายๆคนถึงกับบ่นว่าผิดหวัง การเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพฯซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของประชาธิปัตย์จึงเป็นอะไรที่พลาดไม่ได้!!

นอกจากภาคใต้แล้วกรุงเทพฯยังเป็นฐานที่มั่นสำคัญของประชาธิปัตย์ ดูได้จากจำนวน ส.ส. ส.ก. และ ส.ข.ที่ประชาธิปัตย์นั้นมีมากกว่าพรรคเพื่อไทยในทุกระดับดังนั้นถ้าหากแพ้การเลือกตั้งในระดับกรุงเทพฯแล้วเรียกได้ว่าประชาธิปัตย์แทบไม่เหลือหน้าตักอะไรเลย แต่การคัดสรรผู้สมัครกลายเป็นการเมืองภายในพรรคที่มีความวุ่นวายจนออกมาเป็นกระแสให้คนนอกพรรคและประชาชนทั่วไปรับทราบถึงความไม่เป็นเอกภาพในการคัดสรรผู้สมัคร

ผู้ว่ากรุงเทพ มรว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ภาพจาก Facebook

ผู้ว่ากรุงเทพ มรว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ภาพจาก Facebook

เริ่มจากสุขุมพันธุ์ประกาศตัวที่จะลงป้องกันแชมป์โดยอ้างหลักมารยาทว่าพรรคสมควรจะให้ตนลงสมัครเพื่อสานงานต่อที่ค้างไว้ แต่เนื่องในขณะนั้นเป็นช่วงขาลงของสุขุมพันธุ์ดังนั้นพรรคจึงต้องคิดหนักและยังสงวนท่าทีในการประกาศผู้สมัคร โดยมีการโยนหินถามทางทั้ง กรณ์ จาติกวนิช หรือประกอบ จิรกิติ หรือแม้กระทั่ง กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ โดยพรรคจับกระแสได้ว่าในรอบ 4 ปีที่ผ่านมาผลงานของสุขุมพันธุ์ไม่เข้าตาคนกรุงเทพฯและอาจจะแพ้ในฐานที่มั่นสุดท้าย

จนปลายปี 2555 สุขุมพันธุ์ชิงเปิดตัวในช่วงวันคริสต์มาส โดยการแถลงนโยบายเกี่ยวกับรถไฟฟ้า BTS และรถเมล์ BRT ก่อนทั้งที่พรรคยังไม่ตัดสินใจจะส่งใครลงเลือกตั้ง โดยมีข่าวแว่วๆว่าถ้าพรรคไม่ส่งสุขุมพันธุ์ เขาอาจจะลงสมัครในนามอิสระ จนในที่สุด ก่อนจะปิดปีใหม่ไม่กี่วันพรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องเคาะชื่อสุขุมพันธุ์ในการเป็นตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์สู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพ เพื่อลดแรงกระเพื่อมและความแตกแยกในพรรค เนื่องจากหากวิเคราะห์ให้ดีการที่สุขุมพันธุ์ไปลงอิสระก็จะเป็นการตัดแต้มจากผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์เอง รวมไปถึงการแสดงความไม่เป็นเอกภาพภายในพรรคด้วย

2556 ปีชี้ชะตา สุขุมพันธุ์ – ประชาธิปัตย์ จะเดินต่ออย่างไร?

เมื่อเปิดศักราชใหม่ สุขุมพันธุ์ก่อนที่จะหมดอำนาจก็รีบเซ็นต์แต่งตั้ง ผู้อำนวยการเขต 21 เขต ในวันแรกที่เปิดงาน 2 มกราคมทันทีเพื่อเป็นการจัดที่จัดทางให้เรียบร้อยก่อนที่จะลงสมัครผู้ว่าฯ แต่ดูเหมือนเส้นทางจะไม่ราบเรียบเมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เตรียมดำเนินคดีเอาผิด กับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ในกรณีทำสัญญาให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส

กลายเป็นแผลฉกรรจ์ก่อนลงสนามที่สร้างความวิตกให้กับมวยขาลงอย่างสุขุมพันธุ์ จนมีกระแสว่าสุดท้ายแล้วสุขุมพันธุ์จะประกาศลาออกจากตำแหน่งก่อนจะครบวาระหรือไม่?? เพื่อยืดเวลาการเลือกตั้งออกไปจากกำหนดเดิม 17 กุมภาพันธ์ 2556 เป็นวันที่ 3 มีนาคม 2556 เพื่อขยายเวลาในการชี้แจงให้กับประชาชนได้รับทราบ การลาออกก่อนหมดวาระเพียงหนึ่งวันถือว่าเป็นการแก้เกมส์ที่ชาญฉลาดของพรรคประชาธิปัตย์ในการยืดเวลาออกไปอีก 15 วัน

โดยประชาธิปัตย์เตรียมฟ้องร้องกลับดีเอสไอ และการลาออกครั้งนี้ต้องดูว่าสุขุมพันธุ์จะสละความได้เปรียบที่ไม่นั่งตำแหน่งรักษาการผู้ว่าฯ หรือไม่ การเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะเป็นสิ่งที่ตัดสินอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์รวมไปถึงกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบัน เนื่องจากนับตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคยังไม่เคยนำพรรคชนะการเลือกตั้งทั่วไป และการรักษาฐานที่มั่นสุดท้ายจึงสำคัญที่สุด คนกรุงเทพฯจะเป็นคนให้คำตอบสุขุมพันธุ์และประชาธิปัตย์เอง

ติดตามความเคลื่อนไหวกรุงเทพฯ