สรุปความ: เกิดอะไรขึ้นระหว่างไมโครซอฟท์กับยาฮู
July 31, 2009
หลังจากการเจรจาอันยาวนานเกือบ 3 ปี (รวมช่วงที่เป็นข่าว 2 ปี และช่วงก่อนหน้านั้น 1 ปี) สุดท้ายมหากาพย์เรื่องไมโครซอฟท์-ยาฮูก็ได้ข้อยุติ (อ่าน: ไมโครซอฟท์ตกลงร่วมมือด้านการค้นหากับยาฮูสำเร็จ) เนื่องจากข้อตกลงครั้งนี้ค่อนข้างซับซ้อน มาดูรายละเอียดของข้อตกลงนี้กันครับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
หลังข้อตกลงนี้ ใครจะทำอะไร
- ยาฮู: จะเลิกใช้เทคโนโลยีค้นหาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และเปลี่ยนไปใช้เอนจินของ Bing แทน (แต่โลโก้และหน้ากากยังเป็นยาฮูอยู่)
- ยาฮู: จะเลิกใช้เทคโนโลยีโฆษณาสำหรับผลการค้นหา (เรียกเป็นภาษากูเกิลคือ AdWords) ของเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน (ดูข่าวเก่าเรื่อง Panama) และใช้แพลตฟอร์ม AdCenter ของไมโครซอฟท์แทน (ข่าวเก่า MSN AdCenter จะเปิดตัวในเดือนมิถุนายน)
- ไมโครซอฟท์: ฝ่ายขายของไมโครซอฟท์เลิกขายโฆษณา ให้ฝ่ายขายของยาฮูเป็นคนขายแทนทั้งบน Yahoo! Search และ Bing
- ทีมเทคนิคบางส่วนของยาฮูจะถูกย้ายมาเป็นพนักงานไมโครซอฟท์ และเทคโนโลยีด้านการค้นหาของยาฮูเช่น BOSS หรือ SearchMonkey น่าจะถูกผนวกเข้ากับ Bing แต่คำตอบของไมโครซอฟท์คือขอพิจารณาทุกอย่างอย่างละเอียดก่อน ว่าอะไรเอาไม่เอา
อะไรที่ไม่เปลี่ยนหลังข้อตกลงนี้
- ยาฮูจะยังทำพอร์ทัล เมล และกิจการอื่นๆ ต่อไป เรียกอีกอย่างได้ว่าจะมาเอาดีทางนี้อย่างเต็มตัว
- โฆษณาส่วนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลการค้นหา เช่น แบนเนอร์ จะยังเป็นสิทธิ์ของใครของมันแบบเดิม
- ตอนนี้ยังไม่ชัวร์ว่า ส่วนการค้นหาอื่นๆ เช่น Yahoo! Maps, Delicious, Yahoo! Directory จะมีอนาคตอย่างไร แต่สิ่งที่จะโอนไป Bing แน่ๆ คือ การค้นเว็บ, รูปภาพ และวิดีโอ
ใครได้อะไร
- ยาฮูได้แน่ๆ
- ไม่ต้องลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี search engine เอง ลดค่าใช้จ่าย 200 ล้านดอลลาร์
- ยาฮูจะได้ส่วนแบ่งค่าโฆษณา (เฉพาะบนเว็บของยาฮูเอง) 88% เป็นเวลา 5 ปี ยาฮูประเมินว่าจะได้เงินเพิ่มมาปีละ 500 ล้านดอลลาร์
- ไมโครซอฟท์จะการันตีรายได้ขั้นต่ำให้ยาฮูเป็นเวลา 1.5 ปี
- ยาฮูจะมีกระแสเงินสดในมือเพิ่มขึ้นปีละ 275 ล้านดอลลาร์ หายใจโล่งขึ้นเยอะ
- ไมโครซอฟท์กินยาว
- ในระยะสั้นไมโครซอฟท์ไม่ได้อะไรเลย มีแต่เสียกับเสีย (เสียเงินที่ต้องจ่ายให้กับยาฮูทุกปี และต้องแบกรับภาระในการพัฒนาเทคโนโลยี search engine)
- แต่ในระยะยาวไมโครซอฟท์จะมีอิทธิพลในตลาดค้นหาเพิ่มขึ้นมาก ยืนระยะสู้กับกูเกิลได้ (ตอนนี้สองค่ายรวมกันมีส่วนแบ่งประมาณ 28% ในสหรัฐ กูเกิลมี 65%)
กรอบระยะเวลา
- ข้อตกลงนี้กินเวลา 10 ปี
- ไมโครซอฟท์คาดว่าจะต้องใช้เวลาราว 2-2.5 ปีในการโอนถ่ายคนและเทคโนโลยีของยาฮูเข้ามา
- กระบวนการทางเอกสารเสร็จช่วงต้นปี 2010
- ย้ายทีมค้นหาไป Bing ใช้เวลาอีก 3-6 เดือน
- ย้ายแพลตฟอร์มโฆษณาจาก Panama เป็น AdCenter ใช้ 1 ปี
ปัญหาและอุปสรรค
- ไมโครซอฟท์และยาฮูจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจสอบการผูกขาด ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเสียก่อน ถ้ากระทรวงยุติธรรมบอกไม่ ข้อตกลงนี้ก็ล้มไป (ตัวอย่าง: ปีที่แล้วกูเกิลกับยาฮูตกลงทดลองโฆษณาข้ามเว็บกัน ซึ่งภายหลังโดนกระทรวงยุติธรรมบอกว่าเข้าข่ายผูกขาด และต้องเลิกไป)
- แน่นอนว่ากูเกิลจะเล่นประเด็นการผูกขาดเพื่อล้มข้อตกลงนี้ ข่าวออกไม่ทันไร Marissa Mayer ผู้บริหารหญิงของกูเกิลออกมาให้ข่าวทำนองว่า ผู้เล่นในตลาดจะเหลือแค่ 2 ราย และบอกว่ากูเกิลตั้งทีมศึกษาข้อตกลงอันนี้เป็นการเฉพาะแล้ว
ความแตกต่างกับข้อเสนอของไมโครซอฟท์ในปี 2008
จุดต่างสำคัญคือไมโครซอฟท์จะไม่จ่ายเงินก้อนให้ยาฮู (เดิมทีบอกจะจ่ายให้ 1 พันล้านเหรียญเป็นค่ากินเปล่างวดแรก) แต่เปลี่ยนเป็นการการันตีรายได้ปีต่อปีแทน จุดนี้ทำให้นักลงทุนระยะสั้นที่ถือหุ้นยาฮูไม่พอใจ ส่งผลต่อให้หุ้นของยาฮูตกลง 12% เมื่อข่าวนี้ออกมา แต่ในมุมมองของบริษัทและผู้ใช้แล้ว ไม่ต่างกันมากนัก ยาฮูลดภาระทางการเงิน ไมโครซอฟท์ได้อำนาจควบคุมสมใจ
เทียบกับของเดิมแล้ว ในข้อตกลงปี 2009 ไมโครซอฟท์ประหยัดเงินไป 1 พันล้านดอลลาร์ ได้ก้อน search engine ของยาฮูมาฟรีๆ ส่วนรายได้ก็ใช้วิธีแบ่งรายได้กัน ซึ่งก็เป็นรายได้ส่วนของยาฮูอยู่ดี
บทวิเคราะห์
อาจพอเรียกได้ว่ายาฮูจะยอมออกจากวงการค้นหาแบบกลายๆ แม้ว่าหน้ากากจะเป็น Yahoo! Search แต่ข้างใต้นั้นเป็น Bing และยาฮูจะไม่มีเทคโนโลยีค้นหาของตัวเองอีกเป็นเวลา 10 ปี
สิ่งที่ยาฮูจะทำคือหันไปเน้นธุรกิจพอร์ทัลแทน แน่นอนว่าไมโครซอฟท์เองก็มีพอร์ทัล MSN และบริการของกูเกิลก็ถือว่าเป็นพอร์ทัลแม้ว่าจะไม่ชัดเจนเท่าสองเจ้าแรก ในภาพรวมแล้วไมโครซอฟท์ร่วมมือกับยาฮูในธุรกิจค้นหา แต่ในธุรกิจพอร์ทัลก็ยังเป็นคู่แข่งกันโดยตรง
ในข้อตกลงนี้ ยาฮูยอมทิ้งหัวใจสำคัญของบริษัทคือ Search ไป เพื่อรักษาทั้งบริษัทเอาไว้ (มีเงินใช้จ่าย จ้างพนักงาน) ส่วนไมโครซอฟท์จะเข้ามาแบกรับภาระอันหนักหน่วงในการต่อสู้กับกูเกิลให้เอง ไมโครซอฟท์มีขนาดใหญ่กว่ายาฮู มีเงินสำรองในมือมหาศาล และมีทีมซอฟต์แวร์เหนือกว่ายาฮูมาก สายป่านในระยะยาวสู้ได้ดีกว่ายาฮูแน่ๆ
ไมโครซอฟท์อ้างว่าการรวมกันครั้งนี้ทำให้ข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้เพิ่มเป็น 2 เท่าตัว และไมโครซอฟท์จะใช้ข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนา Bing ให้ดียิ่งๆ ขึ้น และ น่าจะ สู้กับกูเกิลได้ดีขึ้น
ในมุมของยาฮูที่จะไปเอาดีทางพอร์ทัลเพียงอย่างเดียว ผลคือยาฮูจะคล้ายๆ กับ AOL คือเด่นด้านพอร์ทัล เนื้อหา และบริการอย่างอีเมลกับ IM ปัญหามีอยู่ว่าช่วงหลังธุรกิจของ AOL ไม่ค่อยจะดีนัก ยาฮูจะตามรอยนั้นหรือไม่ ขึ้นกับฝีมือของ Carol Bartz แล้ว
ประเด็นอื่นๆ
- มีคนตกงาน โดยเฉพาะวิศวกรของทีมเทคโนโลยีค้นหา ที่มีตำแหน่งซ้อนกันระหว่างสองบริษัท
ลิงก์อ้างอิง
แหล่งข่าว+บทวิเคราะห์+ความเห็นผู้เชี่ยวชาญ
- Yahoo Gives In to Microsoft, Gives Up on Search – BusinessWeek
- Microsoft-Yahoo: Antitrust Hurdles Loom – BusinessWeek ว่าด้วยข้อหาผูกขาด
- Microsoft-Yahoo Deal May Hurt Competition, Google Exec Says – PC World คำวิจารณ์จากกูเกิล
- Microsoft open to SearchMonkey, other Yahoo tech – CNET
ข้อมูลอย่างเป็นทางการ
- แถลงการณ์อย่างเป็นทางการ
- ถอดคำสัมภาษณ์ในวันแถลงข่าวของ Carol Bartz กับ Steve Ballmer
- จดหมายจาก Carol Bartz ซีอีโอของยาฮู บอกว่าการรวมตัวกันครั้งนี้มีผลดีอย่างไรกับผู้ใช้บ้าง
ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ
- เปรียบเทียบเงื่อนไขเจรจา ไมโครซอฟท์-ยาฮู ปี 2009 กับปี 2008 – โดย Search Engine Land
- The Microsoft-Yahoo Search Deal, In Simple Terms – โดย Search Engine Land
Comments
2 Responses to “สรุปความ: เกิดอะไรขึ้นระหว่างไมโครซอฟท์กับยาฮู”
Got something to say?






ดูจาก ประกาศของ Carol Bartz
Subject แรกที่ใช้เลย คือ “Better search”
ผมว่าเค้ามีความเชื่อมั่นมากๆ ว่า Microsoft
มีไม้เด็ดในการ ทำ search engine อย่างที่เค้า note ไว้ว่า “personal relevant ”
ถึงกับยอมทิ้ง ส่วนที่ตัวเอง บรรจง สร้างมานับสิบปี ไม่ใชเรื่องเล่นๆ เลย ทีเดียว!!
การ position ตัวเอง ไปเป็นเวป portal เป็นไอเดีย ตัดช่องน้อย
คงเจ็บปวด ไม่น้อยสำหรับ founder อย่างคุณ jerry yang
ขอเอาใจช่วยแล้วกัน
สุุภาษิต จีน ว่า
“มังกร ถึงคราวจำเป็น ก็ขดตัวในสระได้
ถึงคราวโอกาส ก็พร้อมจะทะยาน”
ขอบคุณมากครับสำหรับบทวิเคราะห์ ผลิตงานใหม่ๆออกมาเยอะๆนะครับ