Practical Report สรุปความ: เกิดอะไรขึ้นระหว่างไมโครซอฟท์กับยาฮู

หลังจากการเจรจาอันยาวนานเกือบ 3 ปี (รวมช่วงที่เป็นข่าว 2 ปี และช่วงก่อนหน้านั้น 1 ปี) สุดท้ายมหากาพย์เรื่องไมโครซอฟท์-ยาฮูก็ได้ข้อยุติ (อ่าน: ไมโครซอฟท์ตกลงร่วมมือด้านการค้นหากับยาฮูสำเร็จ) เนื่องจากข้อตกลงครั้งนี้ค่อนข้างซับซ้อน มาดูรายละเอียดของข้อตกลงนี้กันครับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

หลังข้อตกลงนี้ ใครจะทำอะไร

  • ยาฮู: จะเลิกใช้เทคโนโลยีค้นหาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และเปลี่ยนไปใช้เอนจินของ Bing แทน (แต่โลโก้และหน้ากากยังเป็นยาฮูอยู่)
  • ยาฮู: จะเลิกใช้เทคโนโลยีโฆษณาสำหรับผลการค้นหา (เรียกเป็นภาษากูเกิลคือ AdWords) ของเดิมที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน (ดูข่าวเก่าเรื่อง Panama) และใช้แพลตฟอร์ม AdCenter ของไมโครซอฟท์แทน (ข่าวเก่า MSN AdCenter จะเปิดตัวในเดือนมิถุนายน)
  • ไมโครซอฟท์: ฝ่ายขายของไมโครซอฟท์เลิกขายโฆษณา ให้ฝ่ายขายของยาฮูเป็นคนขายแทนทั้งบน Yahoo! Search และ Bing
  • ทีมเทคนิคบางส่วนของยาฮูจะถูกย้ายมาเป็นพนักงานไมโครซอฟท์ และเทคโนโลยีด้านการค้นหาของยาฮูเช่น BOSS หรือ SearchMonkey น่าจะถูกผนวกเข้ากับ Bing แต่คำตอบของไมโครซอฟท์คือขอพิจารณาทุกอย่างอย่างละเอียดก่อน ว่าอะไรเอาไม่เอา

อะไรที่ไม่เปลี่ยนหลังข้อตกลงนี้

  • ยาฮูจะยังทำพอร์ทัล เมล และกิจการอื่นๆ ต่อไป เรียกอีกอย่างได้ว่าจะมาเอาดีทางนี้อย่างเต็มตัว
  • โฆษณาส่วนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลการค้นหา เช่น แบนเนอร์ จะยังเป็นสิทธิ์ของใครของมันแบบเดิม
  • ตอนนี้ยังไม่ชัวร์ว่า ส่วนการค้นหาอื่นๆ เช่น Yahoo! Maps, Delicious, Yahoo! Directory จะมีอนาคตอย่างไร แต่สิ่งที่จะโอนไป Bing แน่ๆ คือ การค้นเว็บ, รูปภาพ และวิดีโอ

ใครได้อะไร

  • ยาฮูได้แน่ๆ
    • ไม่ต้องลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี search engine เอง ลดค่าใช้จ่าย 200 ล้านดอลลาร์
    • ยาฮูจะได้ส่วนแบ่งค่าโฆษณา (เฉพาะบนเว็บของยาฮูเอง) 88% เป็นเวลา 5 ปี ยาฮูประเมินว่าจะได้เงินเพิ่มมาปีละ 500 ล้านดอลลาร์
    • ไมโครซอฟท์จะการันตีรายได้ขั้นต่ำให้ยาฮูเป็นเวลา 1.5 ปี
    • ยาฮูจะมีกระแสเงินสดในมือเพิ่มขึ้นปีละ 275 ล้านดอลลาร์ หายใจโล่งขึ้นเยอะ
  • ไมโครซอฟท์กินยาว
    • ในระยะสั้นไมโครซอฟท์ไม่ได้อะไรเลย มีแต่เสียกับเสีย (เสียเงินที่ต้องจ่ายให้กับยาฮูทุกปี และต้องแบกรับภาระในการพัฒนาเทคโนโลยี search engine)
    • แต่ในระยะยาวไมโครซอฟท์จะมีอิทธิพลในตลาดค้นหาเพิ่มขึ้นมาก ยืนระยะสู้กับกูเกิลได้ (ตอนนี้สองค่ายรวมกันมีส่วนแบ่งประมาณ 28% ในสหรัฐ กูเกิลมี 65%)

กรอบระยะเวลา

  • ข้อตกลงนี้กินเวลา 10 ปี
  • ไมโครซอฟท์คาดว่าจะต้องใช้เวลาราว 2-2.5 ปีในการโอนถ่ายคนและเทคโนโลยีของยาฮูเข้ามา
    • กระบวนการทางเอกสารเสร็จช่วงต้นปี 2010
    • ย้ายทีมค้นหาไป Bing ใช้เวลาอีก 3-6 เดือน
    • ย้ายแพลตฟอร์มโฆษณาจาก Panama เป็น AdCenter ใช้ 1 ปี

ปัญหาและอุปสรรค

  • ไมโครซอฟท์และยาฮูจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจสอบการผูกขาด ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเสียก่อน ถ้ากระทรวงยุติธรรมบอกไม่ ข้อตกลงนี้ก็ล้มไป (ตัวอย่าง: ปีที่แล้วกูเกิลกับยาฮูตกลงทดลองโฆษณาข้ามเว็บกัน ซึ่งภายหลังโดนกระทรวงยุติธรรมบอกว่าเข้าข่ายผูกขาด และต้องเลิกไป)
  • แน่นอนว่ากูเกิลจะเล่นประเด็นการผูกขาดเพื่อล้มข้อตกลงนี้ ข่าวออกไม่ทันไร Marissa Mayer ผู้บริหารหญิงของกูเกิลออกมาให้ข่าวทำนองว่า ผู้เล่นในตลาดจะเหลือแค่ 2 ราย และบอกว่ากูเกิลตั้งทีมศึกษาข้อตกลงอันนี้เป็นการเฉพาะแล้ว

ความแตกต่างกับข้อเสนอของไมโครซอฟท์ในปี 2008

จุดต่างสำคัญคือไมโครซอฟท์จะไม่จ่ายเงินก้อนให้ยาฮู (เดิมทีบอกจะจ่ายให้ 1 พันล้านเหรียญเป็นค่ากินเปล่างวดแรก) แต่เปลี่ยนเป็นการการันตีรายได้ปีต่อปีแทน จุดนี้ทำให้นักลงทุนระยะสั้นที่ถือหุ้นยาฮูไม่พอใจ ส่งผลต่อให้หุ้นของยาฮูตกลง 12% เมื่อข่าวนี้ออกมา แต่ในมุมมองของบริษัทและผู้ใช้แล้ว ไม่ต่างกันมากนัก ยาฮูลดภาระทางการเงิน ไมโครซอฟท์ได้อำนาจควบคุมสมใจ

เทียบกับของเดิมแล้ว ในข้อตกลงปี 2009 ไมโครซอฟท์ประหยัดเงินไป 1 พันล้านดอลลาร์ ได้ก้อน search engine ของยาฮูมาฟรีๆ ส่วนรายได้ก็ใช้วิธีแบ่งรายได้กัน ซึ่งก็เป็นรายได้ส่วนของยาฮูอยู่ดี

บทวิเคราะห์

อาจพอเรียกได้ว่ายาฮูจะยอมออกจากวงการค้นหาแบบกลายๆ แม้ว่าหน้ากากจะเป็น Yahoo! Search แต่ข้างใต้นั้นเป็น Bing และยาฮูจะไม่มีเทคโนโลยีค้นหาของตัวเองอีกเป็นเวลา 10 ปี

สิ่งที่ยาฮูจะทำคือหันไปเน้นธุรกิจพอร์ทัลแทน แน่นอนว่าไมโครซอฟท์เองก็มีพอร์ทัล MSN และบริการของกูเกิลก็ถือว่าเป็นพอร์ทัลแม้ว่าจะไม่ชัดเจนเท่าสองเจ้าแรก ในภาพรวมแล้วไมโครซอฟท์ร่วมมือกับยาฮูในธุรกิจค้นหา แต่ในธุรกิจพอร์ทัลก็ยังเป็นคู่แข่งกันโดยตรง

ในข้อตกลงนี้ ยาฮูยอมทิ้งหัวใจสำคัญของบริษัทคือ Search ไป เพื่อรักษาทั้งบริษัทเอาไว้ (มีเงินใช้จ่าย จ้างพนักงาน) ส่วนไมโครซอฟท์จะเข้ามาแบกรับภาระอันหนักหน่วงในการต่อสู้กับกูเกิลให้เอง ไมโครซอฟท์มีขนาดใหญ่กว่ายาฮู มีเงินสำรองในมือมหาศาล และมีทีมซอฟต์แวร์เหนือกว่ายาฮูมาก สายป่านในระยะยาวสู้ได้ดีกว่ายาฮูแน่ๆ

ไมโครซอฟท์อ้างว่าการรวมกันครั้งนี้ทำให้ข้อมูลที่ได้จากผู้ใช้เพิ่มเป็น 2 เท่าตัว และไมโครซอฟท์จะใช้ข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนา Bing ให้ดียิ่งๆ ขึ้น และ น่าจะ สู้กับกูเกิลได้ดีขึ้น

ในมุมของยาฮูที่จะไปเอาดีทางพอร์ทัลเพียงอย่างเดียว ผลคือยาฮูจะคล้ายๆ กับ AOL คือเด่นด้านพอร์ทัล เนื้อหา และบริการอย่างอีเมลกับ IM ปัญหามีอยู่ว่าช่วงหลังธุรกิจของ AOL ไม่ค่อยจะดีนัก ยาฮูจะตามรอยนั้นหรือไม่ ขึ้นกับฝีมือของ Carol Bartz แล้ว

ประเด็นอื่นๆ

  • มีคนตกงาน โดยเฉพาะวิศวกรของทีมเทคโนโลยีค้นหา ที่มีตำแหน่งซ้อนกันระหว่างสองบริษัท

ลิงก์อ้างอิง

แหล่งข่าว+บทวิเคราะห์+ความเห็นผู้เชี่ยวชาญ

ข้อมูลอย่างเป็นทางการ

ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ

  • http://twitter.com/bordyn บดินทร์

    ดูจาก ประกาศของ Carol Bartz
    Subject แรกที่ใช้เลย คือ “Better search”
    ผมว่าเค้ามีความเชื่อมั่นมากๆ ว่า Microsoft
    มีไม้เด็ดในการ ทำ search engine อย่างที่เค้า note ไว้ว่า “personal relevant ”

    ถึงกับยอมทิ้ง ส่วนที่ตัวเอง บรรจง สร้างมานับสิบปี ไม่ใชเรื่องเล่นๆ เลย ทีเดียว!!

    การ position ตัวเอง ไปเป็นเวป portal เป็นไอเดีย ตัดช่องน้อย
    คงเจ็บปวด ไม่น้อยสำหรับ founder อย่างคุณ jerry yang

    ขอเอาใจช่วยแล้วกัน
    สุุภาษิต จีน ว่า
    “มังกร ถึงคราวจำเป็น ก็ขดตัวในสระได้
    ถึงคราวโอกาส ก็พร้อมจะทะยาน”

  • แฟนๆที่ติดตาม

    ขอบคุณมากครับสำหรับบทวิเคราะห์ ผลิตงานใหม่ๆออกมาเยอะๆนะครับ