Practical Report ‘ฤดูร้อนแห่งการเปลี่ยนแปลง’ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บทความโดย Raju Gopalakrishnan ในรอยเตอร์กล่าวถึง ‘ฤดูร้อนแห่งการเปลี่ยนแปลง’ (Summer of Change) ที่กำลังเริ่มก่อตัวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถึงแม้จะยังไม่ชัดเจนเหมือน ‘ฤดูใบไม้ผลิแห่งอาหรับ’ (Arab Spring) ในภูมิภาคแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีของการเปิดกว้างทางประชาธิปไตยในภูมิภาค

รูปการชุมนุมประท้วง Bersih 2.0 เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2011 (ภาพนี้ใช้สัญญาอนุญาตสิทธิ์แบบ CC), ที่มา : http://www.flickr.com/photos/yuhi321/5936857116/

Raju Gopalakrishnan ยกตัวอย่างแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 4 ประเทศ คือ พม่า ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเริ่มส่งสัญญาณให้เห็นว่าเปิดกว้างต่อประชาธิปไตยมากขึ้นของเหล่าชนชั้นผู้ปกครองที่ครองอำนาจมาช้านาน

ในชั่วคนก่อนหน้านี้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นภูมิภาคที่ปกครองโดยระบอบเผด็จการอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นยุคของประธานาธิบดีมาร์กอสในฟิลิปปินส์ หรือประธานาธิบดีซูฮาร์โตในอินโดนีเซีย แต่ยุคสมัยของประธานาธิบดีเหล่านี้ก็ผ่านพ้นไปแล้ว และทั้งสองประเทศคือฟิลิปปินส์-อินโดนีเซียก็เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

กรณีของพม่าในรอบหลายปีหลัง แสดงให้เห็นชัดมากขึ้นว่าคณะผู้นำทหารเริ่มผ่อนคลายการปกครองที่เข้มงวดลงมา พม่ามีการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก มีรัฐสภา ปล่อยนักโทษการเมืองอย่างนางอองซานซูจี และนักโทษการเมืองชุดใหม่ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้

ส่วนสิงคโปร์ที่ปกครองด้วยรัฐบาลพรรคเดียวมาอย่างยาวนาน ก็เริ่มแสดงให้เห็นถึงโอกาสใหม่ๆ ของนักการเมืองจากพรรคอื่น ดังจะดูได้จากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่พรรคกิจประชาชน (PAP) ของนายกรัฐมนตรีลีเซียนลุง เริ่มสูญเสียที่นั่งให้กับคู่แข่งหน้าใหม่

เช่นเดียวกับมาเลเซีย ที่พรรคอัมโน (UMNO) เริ่มสูญเสียที่นั่งในการเลือกตั้งเช่นกัน และตัวนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ก็เพิ่งยกเลิกกฎหมายความมั่นคงและควบคุมสื่อ หลังการประท้วงครั้งใหญ่ Bersih 2.0 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

สำหรับประเทศไทย Gopalakrishnan มองว่าการเลือกตั้งรอบล่าสุดเป็นสัญญาณว่าประเทศไทยกำลังกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยอีกครั้ง และเหล่าผู้นำทหารก็เริ่มคืนอำนาจจากการรัฐประหาร 2549 มายังประชาชนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ยังเกิดขึ้นอย่างช้าๆ และสัญญาณเหล่านี้ยังไม่เห็นเด่นชัดในบางประเทศอย่างเวียดนาม บรูไน ลาว และกัมพูชา

Della-Giacoma ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ International Crisis Group เสนอแนวคิด “Air Asia Effect” หรือผลกระทบจากการเดินทางภายในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นสูงมาก (ตัวอย่างที่ชัดเจนคือสายการบินโลว์คอสต์ในภูมิภาคอย่าง Air Asia) ทำให้คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มเปิดรับความแตกต่างหลากหลายของสังคมเพื่อนบ้านมากขึ้น และเรียนรู้การดำรงอยู่ของระบบการปกครองในต่างประเทศ

ข้อมูลบางส่วนจาก รอยเตอร์