Practical Utopia ตอนพิเศษสัมภาษณ์คุณสุริยะใส กตะศิลา

August 19, 2008



โครงการ Challenge Thailand 2010 เป็นการสัมภาษณ์ผู้นำความคิด ผู้บริหารนโยบายสาธารณะ นักวิชาการอาวุโส ผู้นำภาคประชาชนที่มีมุมมองต่อความขัดแย้งทางการเมืองตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยบริบทการสัมภาษณ์เป็นการใช้ความเป็นไปได้ของประเทศไทยในอนาคต ที่ถูกกำหนดโดยสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ

Challenge Thailand 2010 ตอนที่สองเป็นการสัมภาษณ์คุณสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และ ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เนื้อหาจะเป็นการมองสถานการณ์ทางการเมืองหลังการลี้ภัยไปที่อังกฤษของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร, เหตุผลที่ไม่ออกมาร่วมคัดค้านการรัฐประหาร หรือขับไล่คมช. ร่วมกับกลุ่มนปก., ความขัดแย้งและความคิดเห็นที่แตกแยกในภาคประชาชน, ความเชื่อมั่นของการเมืองภาคประชาชนที่พันธมิตรฯ กำลังดำเนินการ, การวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอการเมืองใหม่ที่กำลังแหลมคม ตลอดจนภาพการเมืองในอนาคตของเมืองไทยตามสายตาของคุณสุริยะใส ซึ่งสะท้อนจากหนังสือที่อยากแนะนำให้ พ.ต.ท. ทักษิณ อ่าน “สังคมหลังทุนนิยมหรือโลกหลังยุคบรรษัทครองเมือง” (DAVID C KORTEN ; POST CORPORATE WORLD, 1999)


โครงการ Challenge Thailand 2010 ครั้งที่ผ่านมา

Related story:
  • เก็บตกจากการสัมภาษณ์ คุณสุริยะใส กตะศิลา ในรายการ Challenge Thailand 2010
  • สัมภาษณ์ ม.ล.ณัฐกรณ์ เทวกุล
  • สัมภาษณ์ ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์
  • สัมภาษณ์ นพ. พลเดช ปิ่นประทีป
  • สัมภาษณ์ รศ. ดร. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์



  • Comments

    62 Responses to “Practical Utopia ตอนพิเศษสัมภาษณ์คุณสุริยะใส กตะศิลา”

    1. 1. admin on August 19th, 2008 14:55

      Practical Utopia ตอนใหม่มาแล้วครับ

    2. 2. ronalkob on August 19th, 2008 16:14

      แจ่มครับ มาไวดี ไงก็เชียร์ พธม. คับ หุหุ

    3. 3. chanwit on August 19th, 2008 16:22

      น่าทึ่งมากครับเรื่องแนวคิดของคุณสุริยะใส ยิ่งเมื่อเทียบกับรายการคราวที่แล้วซึ่งสัมภาษณ์คุณจักรภพ ซึ่งก็ทำให้ผมทึ่งไปแล้วรอบนึง ผมเห็นจุดยืนของทั้งสองท่านชัดเจนมากขึ้นครับ

    4. 4. zneb on August 19th, 2008 16:30

      Korten ในหนังสือเล่มนี้ได้ถกเถียงในเรื่องแนวคิดที่เป็นรากฐานของระบบทุนนิยมในปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจ เขาให้เรากลับมาทบทวนรากฐานความคิดของ Adam Smith ใหม่ เป็นคนที่นำเสนอมุมมอง และการตีความแก่นที่แท้จริงของ Smith ได้น่าสนใจโดยมีการชี้จุดด้อยของพวก Neoclassic และ Marx

      นอกจากนี้ยังมีการตั้งคำถามกับวิธีการมองโลกแบบกลไกของนิวตันและ Thomas Hobbes ซึ่งเขามองว่า Hobbes เป็นพื้นฐานที่แท้จริงของทุนนิยม และเขาก็ชี้ให้เห็นถึงทางออกยุคหลังทุนนิยมโดยเสนอให้ศึกษาการวิวัฒนาการและอยู่รอดของจุลินทรีย์ซึ่งกลายมาเป็นมนุษย์ในปัจจุบัน และการศึกษาระบบนิเวศในธรรมชาติที่อยู่อย่างเกื้อกูล เขาใช้การศึกษาชีววิทยาและฟิสิกส์ในแนวใหม่และข้อบกพร่องของทุนผูกขาดมาเสนอทางออกที่เป็นสังคมใหม่ที่น่าจะดีขึ้น เป็นสังคมที่น่าอยู่

      หากต้องการอ่านเนื้อหาที่วิพากษ์วิจารณ์ระบบทุนนิยมเสรีและข้อมูลที่เจาะลึกของ Korten ก็ต้องอ่าน When the corporations rule the world หรือ เมื่อบรรษัทครองโลกที่แปลโดย ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน ของสำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก

    5. 5. zneb on August 19th, 2008 16:43

      ตัว The Post Corporate World แปลโดยอีกคนพิมพ์โดยสวนเงินมีมา

    6. 6. เราเอง on August 19th, 2008 18:35

      เบื่อมาก สภาพบ้านเมืองนี้ เหมือนกับสงคราม เหลือเพียงการตีกัน บอกตรงๆว่า อึดอัดมาก กับชีวิตที่เสียไป วิกฤตรอบนี้ เสียเวลาครบรอบก็คง 10 ปี หมดสภาพ ยอมรับ กับทำใจ ว่า ชีวิตเราก็ได้เท่านี้ สูญเสียมากเลยนะ ก็เลยหมั่นไส้พวกลอยหน้า ลอยตาเคลื่อนไหวทางการเมือง แบบสุดโต่ง มันเกินไป ในฐานะประชาชน คนชั้นกลาง มีการศึกษา เห็นโลกปกติ มิได้บ้า ทฤษฏีการเมือง แล้ว เห็นการวิเคราะห์ ทำท่าทาง เหมือนฮีโร่ ดั่งกับตัวเองเป็นวีรบุรุษ

      เห็นว่า สิ่งที่เขาทำตัวสู้กัน เอาชนะกัน ไม่ใช่วิธีการที่ทำให้ คนไทยอยู่ดีกินดีจริงๆ เป็นแค่สนองความ ego ของพวกเขาเท่านั้น บทบาท ก็ทำตามสถานภาพ แล้วแต่ว่า ใครจะอยู่ตรงไหน

      เบื่อ

    7. 7. เราเอง on August 19th, 2008 19:21

      ที่พูดว่า ให้ภาคใต้เป็นเขตปกครองพิเศษนั้น แน่จริงก็เสนอกับรัฐบาลไปเลยซิ กล้ามั้ย? แล้วนอกจาก 3 จังหวัดภาคใต้แล้ว ยังอยากเสนอเขตปกครองพิเศษที่ไหนอีกมั้ย ถ้าภาคใต้ขอได้ ภาคอื่นๆเขาก็สร้างสถานการณ์ของเขาเพื่อต้องการเขตปกครองพิเศษได้เหมือนกัน คิดบ้างมั้ย

      อย่างนี้ คิดเรื่อยเปื่อยไปนะ ไม่มีแก่น ไม่มีโครงสร้างที่ชัดเจน พูดไปเรื่อยๆตามสถานการณ์ ทำไม ไม่เสนอแนวทางเต็มรูปแบบตามที่ท่านคิดเลยเล่า อย่างนี้ ดูแล้ว มั่วๆยังไงไม่ทราบ เพราะตัวคุณใส เอง ก็บอกเห็น ว่า พันธมิตร มีหลากหลายความคิด ดังนั้น สิ่งที่พูดทั้งหมด ก็ไม่ใช่แก่นสารใด นอกจากเป้าหมายที่ว่า เป็นการทำงานเฉพาะกิจ ดังที่ท่านพิธีกร ว่า คือ การล้มล้าง ทุนนิยมสามานท์ตามที่เรียก

      ทำกันอย่างนี้ พวกคุณ นั่งทำงานเชิงวิชาการ ป่วนไปเรื่อย แล้ว เราจะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไปอยู่ในโลกนี้ได้อย่างไร

      แล้วที่คุณใส บอกไม่เอาการเลือกตั้ง ให้เลือกมาจากกลุ่มคนที่คุณอยากเลือก แล้ว ถ้าหากเราซึ่งมีแรงบันดาลใจภายในอยากเห็นบ้านเมืองดี คนไทยมีความสุข แล้ว คุณจะเลือกเรามั้ย ถ้าไม่ใช่พวกคุณ

      อ้อ … ตกลงคุณใส ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติล่าสุดใช่มั้ย แล้วที่ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งต่างๆ เพราะ คมช เขาทำไปเองใช่มั้ย ถ้าไม่เห็นด้วย แล้วไปรับทำไม

      ถามหน่อย ที่บอกว่า ถ้าคุณทักษิณ ไม่เลิกเล่นการเมือง บ้านเมืองไม่สงบ แล้ว ถ้าเขาบอกว่า เขาเลิกเล่น แล้วทำไมไม่เชื่อ แล้ว ต้องให้เขาทำอย่างไร คุณถึงจะเชื่อ เมื่อไหร่คุณถึงจะยอมหยุดและยอมรับว่า คุณทักษิณ เขาเลิก อะไรทำให้เชื่อ หรือต้องให้เขาฉิบหาย ตายโหง ล้างโคตร อย่างที่พวกคุณทำอยู่หรือ

      อ้อ พูดถึง นายทุนทั้งหลาย ทั้งนายเจริญ นายประยุทธ ฯลฯ รวยเกิน เพราะเป็นทุนนิยม แล้วตอนนี้ เขารวย แล้ว เราจะทำอย่างไร เขาจะรวยพอดี ทำไงดี อธิบายขั้นตอนของคุณมาหน่อย

      เออ… คุณใส คิดดีนะ เรื่องกระจายความมั่งคั่ง แล้ว ทำไมคุณไม่เสนอ กฏหมายการเก็บภาษีทรัพย์สิน ภาษีมรดก เลยเล่า แม้ทะเลาะกัน ก็เสนอร่างเลยซิ จะได้เป็นการปฏิวัติประชาชนไปเลย เอ้า เอาเลย

      เบื่อ ที่คุณใส พูดมาทั้งหมด ก็ขอขอบคุณเลยนะ นั่น คือ สิ่งที่ที่เราคิดทั้งหมด แต่ว่า ยามนี้ถ้าหาจุดหยุดป่วนไม่ได้ ความขัดแย้งครั้งนี้ถ้าไม่รีบหยุด บ้านเมืองนี้ คนไทย ลำบาก แน่ บอกจริงๆนะ เศร้า และเครียด จริงๆนะ

      ที่เศร้า และเครียดนี้ บางครั้งก็เบื่อนะ เพราะหาคนเข้าใจความรู้สึกยาก เพราะอาจคิดว่า บ้าการเมือง หรือ ใส่อารมย์กับสถานการณ์การเมืองที่กำลังวุ่นวาย แต่ที่จริงที่เครียด และเซ็ง ก็เพราะดูแล้ว ความขัดแย้งแบบนี้ จะทำให้บ้านเมืองล้าหลังมากๆ

      ให้คุณ ทักษิณ เขาถอยหน่อยเถอะ เขาก็คิดดีกับบ้านเมือง ต่อคนไทยเหมือนกัน แต่จินตนาการต่างกัน เขาเดือดร้อนมาก เพราะเขายอมเป็นผู้นำ แล้วทำไมเขาต้องเดือดร้อนกันถึงขนาดนี้ ทรัพย์สินเดิมเขาก็มีมากมาย แล้วดันเสือกจะไปยึดเขาเสียหมด เวร

      เอ้า… พอแล้ว

    8. 8. pittaya on August 19th, 2008 21:13

      ลิงก์ไฟล์เสียงผิดนะครับ โหลดไปแล้วกลายเป็นตอนแรก

    9. 9. admin on August 19th, 2008 21:21

      ขอบคุณมากครับ แก้ไขแล้วครับ

    10. 10. เปลวไต้ on August 19th, 2008 21:48

      กลิ้ง น้ำเน่า
      สร้างประชาธิปไตยด้วยการทำลายคุณค่าประชาชน
      คณะราษฎร์ล้มเทวสิทธ์ยกอำนาจของประชาชน
      พันธมิตรฯ ทำลายพลังประชาชนเพื่อสถาปนาอำนาจที่ตายแล้ว
      “ผู้มีบุญ 5 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเกิดขึ้นในประเทศไทย” (ตอนเย็น บนเวที วันเกิดสุริยคราส)
      ครอบครัวได เงาหัวสิ้น เพราะกินเมือง? (บทกวีจิระนันท์ บนเวทีพันธมิตร)
      “เทวดาทั้ง 5 กำลังมาเปลี่ยนแปลงประเทศไทย” (ลิ้ม)
      ล้มทุนสามานย์ ด้วยการเป็นเนื้อเดียวกับความสามานย์ที่เลวร้ายไม่น้อยกว่า
      อุบาทย์สุดสามานย์ ที่ประกาศตนเป็นผู้นำเป็นความถูกต้องของการเมืองภาคประชาชนด้วยการทำลายคุณค่าของประชาชน

    11. 11. พระยาละแวก on August 19th, 2008 22:49

      มองไม่เห็นอ่ะครับ จอดำ มืดไปหมด ต้องใช้แสงเยอะหน่อยนะครับ

    12. 12. Off on August 19th, 2008 23:55

      “เปลวไต้” กรุณาอย่าปากเก่งแต่ในเว็บ

      “พันธมิตรฯ ทำลายพลังประชาชนเพื่อสถาปนาอำนาจที่ตายแล้ว… ” เขียนมั่วๆ เก่งจริงก็ระบุไปเลยว่า “อำนาจที่ตายแล้ว” หมายความว่ายังไง อย่ามัวแต่เล่นวาทะศิลป์

      ถ้าต้องการถกเถียงกันก็เมล์มาคุยกันได้ ผมทิ้งเอาไว้ให้แล้ว หรือถ้าอยากเจอตัวจริงก็ติดต่อคุณกานต์ หรือ คุณสุรศักดิ์ ที่ทำเว็บนี้ก็ได้ เขารู้จักผม

    13. 13. Off on August 19th, 2008 23:57

      เมล์ผม rid31@hotmail.com

    14. 14. บก.ลายจุด on August 20th, 2008 0:32

      สำหรับคนที่เกลียดสุริยะใส อาจต้องเปิดใจฟังสิ่งที่เขาพูดให้มากหน่อย
      แต่สำหรับผมแล้ว การเสนอความคิดและตอบคำถามของสุริยะใสครั้งนี้ ผมคิดว่าเป็นการเปลือยความคิดที่ตรงไปตรงมา และก้าวพ้นประเด็นฉาบฉวยรายวัน ที่โต้กันบนพื้นที่สื่อ

      ทำให้ผมเข้าใจวิธีคิดของเขาได้มากขึ้น จากก่อนหน้านี้ ผมแทบเข้าใจหรือมองไม่ออกเลยว่า ระบบคิดเขาคืออะไร ตอนนี้คิดว่าเคลียร์ทีเดียว แม้ไม่เห็นด้วยหลายส่วน แต่มันทำให้เกิดความเข้าใจ

      อย่างน้อยทำให้ผมรู้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีพันธมิตร เป็นเพียงการแสดงประเภทหนึ่งเท่านั้นเอง โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายทักษิณซึ่งเป็นตัวแทนของทุนสามานย์ตามที่พวกเขาคิดไว้

      และการยอมรับว่า มูลเหตุของความขัดแย้งครั้งนี้ เป็นการปะทะกันระหว่างฝายทุนสามานย์กับฝ่ายอนุรักษณ์นิยม ซึ่งภาคประชาชนอย่างสุริยะใส เลือกที่จะอิงกับฝ่ายอนุรักษ์นิยมแม้ตนเองจะไม่ใช่ฝ่ายอนุรักษ์ก็ตามที

      นิยาม ซ้ายในขวา ของสุริยะใส ที่ต้องอดกลั้นต่อการถูกโจมตีอย่างหนักของฝ่ายซ้ายด้วยกันเอง ในลักษณะปากอมเลือดแต่ไม่ปริปากนั้น จะกลายเป็นตำนานที่จะได้รับการยกย่องหรือถูกสาปแช่งในฐานะนักปลุกผีดิบให้คืนชีพขึ้นมา

      ประวัติศาสตร์และความจริงในวันข้างหน้า จะถูกเขียนไว้อย่างไร บทสัมภาษณ์ชุดนี้ของทีม Practical Utopia มีคุณค่าอย่างยิ่งในเชิงประวัติศาสตร์ ขอขอบคุณทีมงานที่ได้บันทึกนำระบบคิดของฝ่ายซ้ายคนสำคัญในขบวนการพันธมิตรออกมาเปิดเผยในครั้งนี้

    15. 15. Homo erectus on August 20th, 2008 1:42

      ผมเห็นว่าคุณสุริยะไปไกลเกินไปแล้วครับ …ควรจะหยุดแล้วดึงตัวเองออกจากตำแหน่งที่อยู่ แล้วมองกลับไปใหม่จะดีกว่า วิธีคิดบางอย่างน่ากลัว เป็นอันตรายมากๆ ไม่มีพื้นที่สำหรับประชาธิปไตยความเห็นแตกต่างอีกต่อไปแล้ว

      คุณนั่นเองที่นำไปสู่ทางตันของการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคม

      เห็นความเป็นอนุรักษ์นิยมมากกว่าความเป็นไปได้ที่สังคมจะมีเสรีภาพ ก้าวหน้า

      แน่นอน ประชาธิปไตยที่ผ่านมาอาจจะยังไม่เรียกว่าประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ทั้งคุณและผมต่างรับรู้ข้อนั้น แต่นั่น ไม่ใช่หมายความว่าคุณจะล้มกระดาน ล้มระบอบมันลงไปเลย เพราะประชาธิปไตยยังคงเป็นกระบวนการที่สร้างไม่เสร็จ

    16. 16. Lert on August 20th, 2008 3:17

      ผมไม่ได้เป็นคนที่มีความรู้ทางด้านการเมือง การบริหารจัดการ หรือรัฐศาสตร์มากนัก(ไม่ได้อยู่ในสายงานนี้เลย) รวมทั้งไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือปรัชญายากๆ อาศัยก็แต่ฟังข่าวสาร และอ่านบทความบ้าง … มุมมองของผมอาจจะมีจุดอ่อนมากมาย และอาจจะดูมั่วๆ นะครับ แต่จะลองเขียนออกมาเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนกับทุกท่านนะครับ

      เห็นเช่นเดียวกับ บก. ลายจุด ที่ว่า เวทีคือละครฉากใหญ่
      … แต่ผมอยากให้เพิ่มไปด้วยว่า มันคือละครที่สอนให้คนไทยรู้จักประชาธิปไตย(อาจจะรวมถึงรัฐศาสตร์)มากขึ้นในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะเลือกฝ่ายทุน หรือศักดินา หรือไม่เลือกก็ตาม ซึ่งผมมองว่านี่เป็นผลดี(ซึ่งการลงทุน ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย แต่ผมว่าคุ้ม) …

      กลับมาที่เนื้อหาของรายการ
      … พูดตรงๆ ผมว่าทั้งคุณจักรภพ และคุณสุริยใส ไม่แตกต่างกันที่ปลายทาง(อาจมีบ้างในรายละเอียด) แค่เลือกคนละกลยุทธ์ อิงซ้าย รึอิงขวา แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็ไม่พ้นคำว่า “นี่คือทางที่ดีที่สุดในเวลานี้” ผมมองว่าวิกฤตครั้งนี้จะพาไปสู่ทางออก ซึ่งอาจจะเป็นโมเดลที่นำความสมดุลย์กลับสู่โลก(ทั้งโลก)…
      … ถ้าเทียบในแง่การตอบคำถาม ดูคุณสุริยใสอาจจะเป็นมวยรองคุณจักรภพเล็กน้อย อาจเพราะไม่คุ้นชินกับสื่อเท่าคุณจักรภพ ทำให้ผมรับสารจากคุณสุริยใสได้ไม่ครบ ขาดความชัดเจนอยู่ในหลายๆ เรื่อง …
      … โมเดลการเมืองใหม่ (70-30) ไม่ได้ถูกอธิบายอย่างชัดเจน ไม่มีการเปรียบเทียบให้เห็นเป็นรูปธรรม ผมว่าน่าจะยกตัวอย่างให้ชัดเจนจะดีกว่า …
      … ตุลาการณ์ ผมเห็นเช่นเดียวกับคุณสุริยใส … กม. ที่มี ควรถือเป็นเด็ดขาด ดีที่สุด ศาลตัดสินอย่างไร ควรจะต้องยอมรับ …
      …. (ผมอยากให้แยกพันธมิตรออกจากทหารในสมการดุลย์อำนาจ เพราะผมเชื่อว่าเป็นคนละภาคส่วน และทุนก็ซื้อทหารได้เช่นกัน) …

      ขอวิจารณ์ผู้ดำเนินรายการหน่อยนะครับ … ทั้งสองคนทำหน้าที่ได้ดี ดูไม่เกร็งเหมือนครั้งที่แล้ว การตั้งคำถามดีขึ้นมาก ช่วยให้เห็นถึงแนวคิดของคุณสุริยใสมากขึ้น ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือป่าว แต่ผมว่าอาจเป็นเพราะคุณสุริยใสอยู่ในมุมที่ขัดแย้งกับแนวความคิดทั้งสองท่านอยู่พอดี … แต่ภาพรวมดีแล้วครับ (ตอนสัมภาษณ์คุณจักรภพนี่เทียบกันไม่ได้เลยครับ … ดีที่รายนั้นคุ้นกับการเป็นสื่อ)

      สุดท้ายครับ ผมมองว่า ทุน ต้องอยู่ร่วมกับ สังคม ในระดับที่เหมาะสม(ไม่ว่าจะในสมการอำนาจ เศรษฐกิจ หรือ อื่นๆ) นี่น่าจะเป็นโมเดลที่ดีที่สุดครับ

    17. 17. เจริญชัย on August 20th, 2008 10:23

      ผมรู้สึกอึดอัด เบื่อหน่าย เช่นเดียวกัน
      เพียงแต่ตอนนี้ผมมองใหม่ Rethink
      “ทุกคนก็ล้วนหาประโยชน์”
      หากโจมตีว่า 2 ฝ่าย ไม่ทำเพื่อประชาชน
      แล้วประชาชนเองก็ Free rider
      ไม่ยอมลงแรงมาสู้รบการเมือง
      เอาเวลาไปทำมาหากิน
      บอกว่า “นักการเมือง” ต้องเสียสละ
      แต่ประชาชนไม่ยอมเสียสละ

      สรุปแล้ว สภาพที่เป็นอยู่ ทุกคนในสังคมต้องรับผิดชอบ
      แน่นอนว่า ทุกคนไม่อาจเป็นนักการเมืองได้หมด
      แต่ทุกคนก็สามารถมีส่วนร่วมได้ มากบ้างน้อยบ้าง

      ถ้าอยากให้สังคมดี ต้องเข้ามาร่วมเปลี่ยนแปลง

      อย่างไรก็ตาม
      สัจธรรมทางการเมือง คือ ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร
      ส่วนใหญ่ระดับบน เขาพร้อมจะเปลี่ยนขั้วได้เสมอ
      ดังนั้น คนเข้าร่วมระดับล่าง ต้องระวัง
      อย่าอิงกับอุดมการณ์หรือสิ่งที่ระดับบนสร้างขึ้นมากเกินไป

      พร้อมที่จะปรับตัวและยืดหยุ่น
      ทำเช่นนี้เท่านั้น
      เมืองไทยจึงจะดีขึ้น และลดการนองเลือด

      เข้าใจการเมืองและเข้าร่วมอย่างถูกวิธี
      แต่หากคิดว่าจะเป็น Free rider ก็ต้องยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

      “ทุกคนล้วนเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ไม่มีใครทำเพื่อคนอื่น
      ถึงมีก็เป็นส่วนน้อย ไม่ใช่กรณีทั่วไป”

      ไม่อยากให้พี่น้องชาวไทยเครียดกัน
      เพราะในท่ามกลางความวุ่นวาย
      มีกลไกตลาดคอยตัดสิน

      ผมเชื่อว่าเมืองไทยมีผู้เล่นมากราย
      มาแข่งขันกันเพียงพอ
      ที่จะทำให้ “กลไกตลาด” ทำงาน
      ซึ่งจะนำไปสู่สภาวะที่ดีขึ้น

      แต่ไม่ใช่ “อุดมคติ”
      Better in the real world

    18. 18. Ink on August 20th, 2008 10:58

      ดีครับ สัมภาษณ์คุณจักรภพแล้วก็มาต่อด้วยคุณสุริยะใส จะได้เห็นว่าแต่ละฝ่ายคิดยังไง ถ้าเป็นไปได้อยากฟ้งคุณธาริษา ผู้ว่าแบงค์ชาติด้วยนะครับ :D

    19. 19. zneb on August 20th, 2008 11:09

      ขอแนะนำอีกครั้งว่าควรจะสัมภาษณ์หมอมิ้งค์ด้วย เพื่อโลกทัศน์ที่กว้างขวางของชาว SIU

    20. 20. Anonymous on August 20th, 2008 12:07

      คนแบบนี้ก็มีบทบาทในสังคมไทย คนไทยไม่น่าจะโง่ขนาดนี้

    21. 21. อ.ทร. on August 20th, 2008 12:15

      กลไกที่ทำให้การเมืองไม่เหนือบ่ากว่าแรง

      http://www.accuratedemocracy.com

    22. 22. people on August 20th, 2008 12:29

      ประชาธิปไตยแบบข้างถนน บริบทวิธีการดี ๆ มีอยู่ แต่ใช้วิธีการอนารยชน ช่องทางประชาธิปไตยมีหลากหลายวิธี แต่ไม่ใช่วิธี แบบนี้ ตอบคำถามประชาชนได้ไหม
      1. นายสุริยะไสเป็นใคร มีบทบาทหน้าที่ในประเทศไทยอย่างไร
      2. นายสุริยะไส มีหน้าที่การงานในหน่วยงานใด ตรวจสอบได้หรือไม่
      3. คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ถูกนายสุริยะไสและพวกชุมนุมขับไล่ เรียกว่าทำเพื่อประชาธิปไตยได้หรือไม่
      4. คนในประเทศไทย ยกเว้นรัฐบาล พวกที่อยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ปปช. กกต. คตส. และสว.พวกลากตั้ง และอื่น ๆ อีก คือพวกที่ได้รับการแต่งตั้งมาเพื่อขจัดอำนาจอันชอบธรรมของประชาชน กลั่นแกล้งพรรคการเมืองกลุ่มหนึ่ง แต่ก็เชิดชูพรรคการเมืองอีกกลุ่มหนึ่ง ใช่ไหม
      5. ถ้าพลังประชาชนถูกยุบ ชาติไทย เพื่อแผ่นดิน มัชฌิมา ยุบหมุด แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยุบ แปลว่ายุติธรรมใช่หรือไม่
      6. ไทยรักไทยถูกยุบ ประชาธิปัตย์ไม่ยุบ ทั้งที่ 2 พรรค มีคดีแบบเดียวกัน
      7. คดีฝ่ายหนึ่ง ปปช.ส่งเรื่องขึ้นพิจารณาเร็ วฟ้าแลบ แต่คดีของอีกกลุ่มหนึ่ง (คดี ปรส.) 2 ปี ยังไม่คืบหน้า นี่คือความยุติธรรมใช่ใหม
      8. ประชาชนส่วนใหญ่มากของประเทศ รักศรัทธาพรรคการเมืองหนึ่ง แต่คนบางกลุ่มไม่รักไม่ชอบ จึงร่วมมือกันขจัดความรักชอบของประชาชน โดยหน่วยงานองค์กรอิสระ เป็นของ คมช. เป็นข้างเดียวกับ พวกที่ไม่ชอบไทยรักไทย
      9. ประเทศไทยไม่มีความยุติธรรม ประเทศไทยลำเอียง ประเทศไทยทำไม่ถูกต้อง ประเทศไทยเป็นที่พึ่งของคนไทยได้ทั้งหมดทุกคนหรือไม่ ผมเป็นคนไทย สงสัยมาก สงสัย สงสัย มันทำไมจึงเป็นอย่างนี้ คนที่คมช.ตั้งขึ้นมา เป็นกลุ่มอำมาตยาธิปไตย เป็นพวกองค์กรอิสระ ทำลายความรักของประชาชน ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ

    23. 23. ท.ไทย on August 20th, 2008 12:32

      เลวครับ ไร้จิตสำนึก บ้านเมืองถอยหลังและแตกแยกก็เพราะ ๕ ตัวนี่แหละ

    24. 24. เจริญชัย on August 20th, 2008 12:48

      บอกแล้วไง
      ไม่เห็นด้วย ต้องเข้าร่วมต่อสู้

      ถ้าคุณเห็นว่า พันธมิตร ทำไม่ถูก
      ก็ต้องรวมกำลังขึ้นต่อสู้

      คนรักทักษิณอาจมีมากมาย
      แต่คนเหล่านั้นไม่รวมตัวกัน
      หรือรวมกันเข้มแข็งไม่สู้พันธมิตร

      ตามกฏ 80/20
      ฝ่าย 20 แม้น้อยกว่า แต่รวมตัวได้
      80 ก็ซวยไป

      โลกโหดร้ายเช่นนี้เอง

      ผมไม่อยากตัดสินว่า คุณสนธิ ดีหรือไม่ดี
      แต่ถามหน่อยเถิด

      ตอนที่คุณทักษิณ กุมอำนาจรัฐบาลล้นฟ้า
      คุณสนธิ ใช่ไหม ที่กล้าเสี่ยง กล้าสู้
      แน่นอน บางคนอาจบอกว่า มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง
      แต่ใครเล่าในโลกนี้ที่ปราศจากผลประโยชน์
      นี่ยังไม่นับว่า คุณสนธิ อาจเห็นต่างจากคุณทักษิณจริงๆก็ได้

      มันสำคัญที่ว่า คุณกล้าเสี่ยงหรือเปล่า

      เวลานี้ ถ้าหากมีใครกล้าเสี่ยงมาต่อต้านพันธมิตร
      คนนั้นก็อาจได้รับประโยชน์
      ได้รับเสียงประชาชนของพรรคพลังประชาชน
      ผมก็ยินดีด้วย
      คุณกล้าเสี่ยง กล้ากระทำ กล้าทำในสิ่งที่เชื่อ
      ผลประโยชน์ที่คุณได้รับ จึงเป็นสิ่งสมควร
      สำหรับความเสี่ยง แรงงาน ความอดทนและการต่อสู้

      แต่ช่องว่างทางการตลาดนี้ ยังไม่มีใครหยิบฉวย

      นี่คือ สิ่งที่ผมอยากเห็นในการเมืองไทย
      ถ้าคุณเห็นว่าเขาไม่ดี ไม่ว่าจะเพราะคุณธรรมในใจ
      หรือผลประโยชน์ส่วนตัว
      ลุกขึ้นมากระทำการ ลุกขึ้นมาสู้

      ถ้าพูดจริงๆ กลุ่มพันธมิตรในตอนนี้
      อำนาจเทียบกับคุณทักษิณในวันนั้นไม่ได้เลย

      สำหรับผมนั้น
      เนื่องจากทำได้เท่านี้
      ผมจึงไม่อยากแบ่งข้างว่าชอบใคร
      ขอนำเสนอความเห็นเป็นประเด็นไป

      ส่วนเรื่องการประท้วงคัดค้านฝ่ายใด
      ผมขอเป็น Free rider

      แน่นอนว่า ผมก็ต้องรับผลที่ 2 ฝ่าย
      ทั้งผู้กล้า ผู้เห็นแก่ตัว และผู้เล่นทุกฝ่าย
      ทั้งหลายเข้ามาช่วงชิงกัน

      ผมยอมรับกลไกตลาดการเมือง
      ยอมรับราคาที่ต้องจ่าย

      นี่คือ โลกความจริง ที่คุณต้องคิดอย่างมีตรรกะ
      ไม่มีอะไรฟรี

      คุณอยากให้นักการเมืองและผู้เคลื่อนไหว
      ทำเพื่อประโยชน์ของคุณ
      โดยคุณไม่ต้องออกแรง
      มันเป็นไปไม่ได้

    25. 25. Oracle on August 20th, 2008 13:43

      มีคนบอกว่าคุณคนนี้ชอบขับเบนซ์ออกจากบ้านไปจอดในซอย แล้วค่อยนั่งรถเมล์ไปที่ชุมนุม ไม่ทราบว่าจริงเท็จประการใด แล้วดูจากพื้นฐานทางบ้านก็ไม่น่าจะมีเงินซื้อเบนซ์ เอาเงินมาจากไหนหรือครับ?

    26. 26. Tabpanon on August 20th, 2008 17:24

      ผม ต้องมองคุณสุริยะใสใหม่แล้วเพราะหลังจากฟังจนจบ
      คุณก็ไม่ได้เห็นด้วยกับพันธมิตรื้งหมดหรือเห็นด้วยกับเผด็จการ
      เพียงแค่มันเป็นทางออกเดียวที่จะหยุดระบบทักสินหรือทุนนิยมเบ็ดเสร็จที่คุณหวาดกลัว
      แนวคิดทุนนิยมที่เร่งด่วนของทักสินผมว่าทำให้คนไทยปรับตัวยังไม่ค่อยทัน
      จึงมีกระแสต่อต้านรุนแรงในภายหลังจากกลุ่มต่างๆ
      แต่แนวคิดของคุณสุริยะใสก็ไปไกลกว่าของทักสินอีก ผมว่าอีกนานครับ
      แต่ผมไม่ได้สนับสนุนพันธมิตรนะครับ ไม่อบเลยล่ะ อย่างที่คุณว่าพันธมิตรมันยังไม่ได้เข้มแข็งถึงขนาดเป็นพรรคการเมือง
      ทางออกตอนนี้ผมยังมองไม่เห็นทาง เพราะพอล้มระบอบทักสินไปก็มีระบบอนุรักษ์นิยมเข้ามาแทน
      ซึ่งมนุษย์มีรักโลภโกธรหลง เล่นพวกเล่นพ้อง มันแค่สลับกลุ่มอำนาจเท่านั้น
      ประชาธิไตยจริงๆผมว่าอีกนาน เหมือนครั้งที่ ร5 คืนความเป็นไทยให้ประชาชน
      แต่กว่าคนไทย จะปรับตัวมชีวิตแบบไม่มีคำสั่งเป็นอิสระด้วยตัวเองได้ใช้เวลาเป็นร้อยๆปี

    27. 27. เจริญชัย on August 20th, 2008 17:59

      Tabpanon

      ตบมือให้ 1 ที
      ผมคิดว่า นี่คือคำวิจารณ์ที่ผมต้องการ
      เรียกว่า วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์

      มีหลักมีเกณฑ์ในการวิเคราะห์
      หลายส่วนที่ผมไม่เห็นด้วย
      แต่ถือว่าเป็นมุมวิเคราะห์ที่น่าสนใจมาก

      1. ข้อเสนอของพี่ใสนั้น ดูคล้ายเป็น “ทุนนิยมก้าวหน้า” แต่ก็เช่นเดียวกับฝ่ายซ้ายหลายคน คือ ไม่เข้าใจระบบทุนนิยม
      ก่อนจะเป็นทุนนิยมก้าวหน้าได้นั้น คุณต้องสะสมทุนได้ระดับหนึ่งก่อน
      ซึ่งนั่นเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวด ถูกขูดรีด
      แต่ถ้ามองให้ดี การขูดรีดในระบบทุน ยังดีกว่าการขูดรีดในระบบที่ต่ำกว่า

      พอสะสมทุนได้ระดับหนึ่ง
      คุณถึงจะมีเงินทุน คน ระบบบริหารจัดการ รวมถึงเทคโนโลยี
      ที่พร้อมในการสร้างทุนนิยมก้าวหน้า ซึ่งเน้นสินค้า Margin สูง
      เน้น Brand ซึ่งต้องอาศัยภาพลักษณ์ CSR บริษัทจึงมีแรงจูงใจในการสร้างระบบธรรมาภิบาล รวมถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม และช่วยเหลือสังคม

      ระบบทุนนิยมก้าวหน้า มันต้องมีที่มาที่ไป ไม่ใช่เนรมิตขึ้นมาได้

      2. ส่วนการต่อสู้ในเชิงอุดมการณ์นั้น เอาเข้าจริง มันสลับซับซ้อนกว่านั้น ตัดสินแบบง่ายๆไม่ได้เลย

      แต่ผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า “ความก้าวหน้าและผลประโยชน์ต่อประเทศ” จะเป็นตัวตัดสิน

      สำหรับผมในตอนนี้ ทั้งสองกลุ่มก้าวหน้าพอๆกัน มันเลยยืดเยื้ออยู่จนบัดนี้

      ในอนาคตแต่ละฝ่ายต้องปรับตัวให้ข้อเสนอของตนเองก้าวหน้ากว่าอีกฝ่ายหนึ่ง

      ฝ่ายนั้นจะชนะ

      ผมเชียร์ผู้ชนะก็เพราะเหตุนี้นั่นเอง

      คนโจมตีทักษิณว่า “โกงชาติ”
      ผมอยากบอกว่า การที่เขาโกงชาติ แล้วยังอยู่ได้ มีคนรักเขา
      ก็เพราะเขาต้องมีดีบางอย่าง อย่างน้อยก็เหนือกว่าพรรคการเมืองอื่น

      เช่นเดียวกัน คนโจมตีพันธมิตรว่าไร้เหตุผล ทำลายระบบประชาธิปไตย
      แต่ผมก็คิดว่า ที่กลุ่มนี้ยืนหยัดอยู่ได้ 3 ปี
      ต้องมีบางอย่างที่ก้าวหน้า
      ไม่เช่นนั้น การหลอกลวง ล้าหลัง ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่สะพัดเร็วเช่นนี้
      ทำไม่ได้หรอกครับ

    28. 28. Anonymous on August 20th, 2008 20:47

      ถ้าให้เปรียบเทียบความเป็นซ้าย ผมว่า ทักษิณ ยังมีความเป็นซ้ายมากกว่าคุณใส ซะอีก
      เพราะทักษิณเห็นคนเป็นใหญ่ แต่คุณใสเห็นตัวเองเป็นใหญ่

    29. 29. อยากเห็นความเป็นกลาง และมีจุดยืนของพันธมิตร มากกว่านี้ on August 20th, 2008 21:48

      จริงๆ แล้วคุณสุริยะใสก็ไม่เห็นต้องไปร่วมกับ นปก. เพื่อไปไล่รัฐประหารเลยครับ ถ้าคุณไม่เห็นด้วยจริงๆ เหมือนที่คุณพูดในนี้ ทำไมคุณไม่ออกมาไล่เองเลยล่ะครับ (จะได้แสดงความเป็นกลางจริงๆ ด้วยครับ)

      ด้วยความเคารพ

    30. 30. Han on August 20th, 2008 21:53

      ผมไม่รู้แต่ที่รู้ๆมากะตากะหูตัวเอง ตกถึงคนที่ไปชุมนุมก็หัวละ400…..แล้วคร๊าบบบบบบบบบบ

    31. 31. vajiraฺ on August 20th, 2008 22:03

      โทษนะครับคุณ Han คุณอย่ามามั่วนิ่มไปหน่อยเลย คุณนะคงไม่เคยไปที่ชุมนุมจริง ๆ กับเขาหรอก หรือไม่ก็ตัวเองไม่ได้ไป ก็มาเนียน ๆ บอกว่าไปมาแล้วได้ 400 บาท เพราะคนที่ไปนั้นล้วนไปด้วยจิตศรัทธาจริง ๆ

      ผมเองก็ไม่อยากจะว่าคุณหรอกนะถือว่าแผ่เมตตาให้แล้วกันนะครับ ขออย่าให้มัวแต่เอาพูดคนโน้นคนนี้มาพูดให้คนอื่นเสื่อมเสียอีกนะครับ เพราะมันเป็นบาป และเป็นวิธีการที่ต่ำมากเลยครับ แต่ก็เอาเถอะครับบาปมันก็ตกอยู่กับคุณเองนั่นแหล่ะครับ เพราะมันมีจริง ที่สำคัญผู้ว่าอย่างคูณถึงอธิบายอะไรไปก็เท่านั้น

    32. 32. vajiraฺ on August 20th, 2008 22:09

      อีกนิดสำหรับคุณ “เจริญชัย” นะครับ ผมชอบที่คุณเจริญชัย เม้นท์ครับ

      ที่บอกว่า
      “คนโจมตีทักษิณว่า “โกงชาติ”
      ผมอยากบอกว่า การที่เขาโกงชาติ แล้วยังอยู่ได้ มีคนรักเขา
      ก็เพราะเขาต้องมีดีบางอย่าง อย่างน้อยก็เหนือกว่าพรรคการเมืองอื่น

      เช่นเดียวกัน คนโจมตีพันธมิตรว่าไร้เหตุผล ทำลายระบบประชาธิปไตย
      แต่ผมก็คิดว่า ที่กลุ่มนี้ยืนหยัดอยู่ได้ 3 ปี
      ต้องมีบางอย่างที่ก้าวหน้า
      ไม่เช่นนั้น การหลอกลวง ล้าหลัง ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่สะพัดเร็วเช่นนี้
      ทำไม่ได้หรอกครับ”

      ถึงแม้คุณเม้นท์อาจจะฟังดูเห็นแก่ตัวไปหน่อยว่าคุณเชียร์ข้างผู้ชนะก็ตาม แต่ข้อความที่ผมโค๊ทมานั้นผมชอบมากครับ เพราะถึงแม้่อ่านแล้วจะให้รู้สึกดีัทั้งสองข้าง แต่ผมว่าประโยคของคุณนั้นไม่มีอะไรที่ไม่เป็นความจริงเลยครับ ไม่บิดเบือนดีครับ

    33. 33. ทางเลือก (อีก 20 ปีข้างหน้า ผมจะมาดูอีกทีว่าผมควรจะขอบคุณคุณรึเปล่า) on August 20th, 2008 23:15

      A.) ระบบทักษิน (ทุนสามานย์) เพิ่งเริ่มต้นในสังคมไทยเป็นเวลาไม่น่ามากกว่า 8 ปี
      B.) ระบบอัมมาตยา (อนุรักษ์นิยม) ที่ฝังลึกอยู่กับสังคมไทยมาเป็นเวลานานๆ จนผมนับไม่ถูกแล้วว่านานเท่าไหร่ แถมยังผูกอยู่กับ “สถาบัน”ทหาร และในปัจจุบันก็ยังพยายาม “ชวนเชื่อ” ให้ผู้คนเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันพระมหากษัตริย์อีก

      ผมสงสัยแค่ว่า ทำไมคุณสุริยะใสถึงเข้าไปร่วมกับ B เพื่อทำลาย A ก่อน ทั้งๆ ที่ผมคิดว่า การทำลาย B นั้นยากกว่าทำลาย A เยอะเลยครับ เพราะว่า พวกเค้าเป็นอำนาจที่ถือว่าเป็นสถาบัน(ทหารนะครับ อย่าคิดเป็นอื่น) ตามความคิดผม ผมคิดว่าประเทศได้พลาดโอกาสทองในการทำลายระบบอัมมาตยาไปแล้วนะครับ และผมก็ไม่คิดว่า ในเวลาอันใกล้ในอนาคต คุณจะสามารถหาโอกาสนี้ได้อีกรึเปล่า

      คุณเลือกที่จะร่วมกับ B เพื่อทำลาย A และหวังว่าสักวัน คุณจะสามารถทำลาย B ให้หายไปได้ แทนที่คุณจะเลือกร่วมกับ A เพื่อทำลาย B ก่อน และจากนั้นมาทำลาย A ซึ่งมึจุดอ่อนอยู่แล้ว (เพราะพวกคุณก็ซัด เค้าอยู่ทุกวันนี่) ตรงจุดนี้ ผมไม่เข้าใจจริงๆ ครับ?

      ป.ล. ในขณะที่วิถีโลกกำลังเดินหน้าไปเรื่อยๆ คุณเลือกที่จะหยุด พยายามยืนให้มั่นคงก่อน แล้วค่อยไปวิ่งตามเค้าที่หลัง แต่ถ้าเป็นผม ผมคงจะเลือกที่จะวิ่งไปอย่างทุลักทุเล แล้วค่อยรักษาตัวเองอีกครั้งนะครับ เพราะมัวแต่เตรียมให้พร้อม (ซึ่งกว่าจะพร้อมคงอีกนานมากๆ) คนอื่นเค้าก็ทิ้งเราไปไกลแล้วครับ

      ด้วยความเคารพ

    34. 34. AI on August 21st, 2008 2:24

      เยี่ยมมากเลยครับ ทำให้เข้าใจแนวความคิด และจุดยืนของคุณสุริยะใส อย่างมาก และชอบมากๆ กับคำถามของคุณ สุรศักดิ์ กับคุณกานต์ ที่ว่า จบแล้วจะทำอะไรต่อไป นี่คือโจทย์ที่ต้องคิดเลยหละครับ (เป็นข้อด้อยที่เคยเกิดขึ้นกับการชุมนุมครั้งก่อนด้วยครับ จบแล้วจะทำยังไงต่อไป ในความคิดผมจบแล้วควรมีการเคลื่อนไหวต่อนะครับในรูปแบบให้ ความคิด ความรู้แก่ประชาชน ในมุมกว้าง และมีประสิทธิภาพสูง กลยุทธ์ที่ผมเคยคิดไว้คือ วานไถจ้างหว่านนะครับ แต่เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ไม่ขอกล่าวถึงเพราะสถานะการเปลี่ยน แต่กลยุทธ์ยังใช้ได้นะครับ แต่ไม่เต็มประสิทธิภาพ)ส่วนสถานะการทั่วไปของการชุมนุมผมว่าไม่น่าห่วงเท่าไรนัก เพราะไม่น่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น และระบบเข้าสู่ศาลตัดสินเป็นที่ยอมรับกันได้ ที่น่าห่วงกลับเป็นการทำงานของรัฐบาลครับ เพราะว่าด้อยประสิทธิภาพอีกทั้งยังส่อแววว่าจะมีคอรัปชั่นครับ เรื่องนี้มีเรื่องให้วิจารย์อีกเยอะ

    35. 35. ๊Uhm on August 21st, 2008 6:48

      ขอวิจารณ์ค้านกับที่คุณสุริยะไสพูดว่า ก่อนรัฐประหารกลไกอะไรต่างๆใช้ไม่ได้แล้วถึงต้องมีการรัฐประหาร ผมว่าจุดนี้ต่างหากที่บิดเบือนอย่างมาก เพราะตั้งแต่ต้นปี2549มากลไกต่างๆตามรัฐธรรมนูญเริ่มทำงาน ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายไปได้ด้วยดีแล้วและกำลังจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้ว และมั่นใจได้เลยว่าไทยรักไทยจะไม่ชนะขาดอย่างทุกที คือประชาธิปัตย์จะเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งเลยที่เดียว ซึ่งเห็นได้ชัดเจนน่ะตอนนั้นว่าทุกอย่างกำลังก้าวไปด้วยดี ระบบประชาธิปไตยกำลังแก้ปัญหาไปด้วยตัวมันเองอย่างช้าๆ อย่าปฏิเสธกันเลยว่าเหตุผลของการปฏิวัติในครั้งที่แล้วนั้นมาจากโผทหารอย่างเดียวเลย เหตุุผลที่ถูกยกมาอ้างนั้นแค่เอามาอ้างให้มีความชอบธรรมเท่านั้นเอง และเช่นเีดียวกันถ้าคราวนี้โผทหารไม่ลงตัวอีกก็ภาวนากันได้เลยครับ ไม่เืดือนหน้าถึงเดือนตุลามันมาอีกแน่ๆ ถ้้ายังแอบแฝงเจตนาสร้างเงื่อนไขให้ถูกนำไปกล่าวอ้างได้อีก

    36. 36. เจริญชัย on August 21st, 2008 10:40

      vajiraฺ
      ขอบคุณครับ
      แม้จะเห็นแก่ตัว แต่ก็เป็นความเห็นแก่ตัวที่ชาติได้ประโยชน์สูงสุดนะครับ 555

      ส่วนเรื่องระบบทักษิณก้าวหน้ากว่า เพราะเพิ่งเริ่มต้นนั้น
      อันนี้ก็จริง ต้องยอมรับ

      แต่ในโลกการแข่งขันที่ซับซ้อนนั้น
      ระบบอำมาตยา ที่มันอยู่ได้ ก็เพราะมันปรับตัว

      ขณะที่ระบบทักษิณยังเพิ่มเริ่ม ความก้าวหน้าจึงแฝงไว้ด้วยความล้าหลัง

      ดังนั้น ในตอนนี้จึงยากจะบอกว่า ใครก้าวหน้ากว่า
      โดยเฉพาะในระยะสั้น ระบบอำมาตยาที่ล้าหลังกว่า อาจชนะก็ได้
      (หรือบางทีชนะเพราะก้าวหน้ากว่าในช่วงสั้นก็เป็นได้)

      แต่ถ้าระบบทักษิณดีจริง ระยะกลางและยาว มันต้องชนะ
      กลไกตลาด การเลือกข้างของประชาชนจะถูกต้อง

      สรุปแล้ว ในระยะสั้น วัดยากมาก
      แต่ระยะกลางและยาวนั้น
      จะต้องดูความสามารถของแต่ละฝ่าย

      ถ้าฝ่ายทักษิณ คิดว่า ตนเองก้าวหน้ากว่าโดยระบบ
      จึงประมาท ไม่ยอมปรับตัว ไม่ยอมพัฒนา
      เพื่อเอาชนะข้อโจมตีและคลางแคลงของประชาชน
      (ข้อกล่าวหาของพันธมิตร แม้จะมีหลายส่วนไม่จริง แต่ก็น่าจะมีบางส่วนที่จริง)
      ในที่สุด กลุ่มอำมาตยที่ว่าล้าหลังกว่า
      ก็อาจจะแซงหน้าไป เหมือนเต่าที่ชนะกระต่าย

      เช่นเดียวกัน ฝ่ายอำมาตยา ถ้าคิดว่าชัยชนะในช่วงสั้น
      จะทำให้ระยะกลางและยาว ไม่ต้องปรับตัวอีกต่อไป
      ก็ถือเป็นการคิดผิด เพราะฝ่ายทักษิณจะปรับตัวและแซงหน้าไป

      แต่ถ้าไม่ปรับตัวทั้งคู่ ฝ่ายที่ 3 และ 4 ก็จะสะสมกำลังเพียงพอที่จะเอาชนะทั้งสองฝ่าย

      นี่คือ กลไกตลาด ในยุคเปลี่ยนผ่านสังคมไทย
      ซึ่งภาวะเช่นนี้เกิดขึ้นได้ เพราะมีผู้เล่นในตลาดมากขึ้นกว่าเมื่อ 30-40 ปีก่อน
      อันเป็นผลจากการพัฒนาของระบบทุน ซึ่งทำให้เกิดอาชีพที่หลากหลาย
      เกิดกลุ่มคนและชนชั้นที่หลากหลาย
      อาชีพและสถานะทางสังคมที่เมื่อ 30-40 ปีก่อน เกิดขึ้นไม่ได้ ในปัจจุบันก็เกิดขึ้นได้

      ปฏิสัมพันธ์ของผู้เล่นในตลาดที่มากมาย ย่อมทำให้กลไกตลาดของชาติทำงานได้ดี
      แน่นอนว่า ผู้เล่นหลักยังมีแค่ 2 กลุ่ม แต่ใน 2 กลุ่ม ก็ยังเกิดกลุ่มย่อยมากมาย
      ที่สำคัญ พลังการผูกขาดของ 2 กลุ่ม ก็ยังถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับ 30-40 ปีก่อน
      อำนาจในสังคมถูกเฉลี่ยออกไปพอสมควร

      อย่างน้อยทหารก็ต้องใช้วิธีละมุนละม่อมกว่าเดิม
      ฝ่ายทุนก็ยังโดนเล่นงาน
      ข้าราชการก็ต้องปรับตัว
      นักการเมืองที่ไม่เน้นนโยบายก็ไม่ได้รับเลือก

      แต่เราอย่าพึ่งนิ่งนอนใจ กลไกตลาดของเรายังห่างจากประเทศพัฒนาอีกช่วงตัว

    37. 37. Huang on August 21st, 2008 15:42

      แวะมาเห็นด้วยกับคุณ ทางเลือก ครับ ยกเว้นข้อ B ยังไม่ค่อยสมบูรณ์ :)

    38. 38. Huang on August 21st, 2008 20:07

      ขอนอกเรื่องหน่อยนะครับ

      วันนี้อ่านข่าว manager แล้วเจอข่าวว่า มีนักวิชาการไทยจาก ม.ราชภัฎที่ไหนซักแห่ง ค้นพบการนำน้ำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ (อีกแล้ว) เฮ้อออ…. ระบบการศึกษาไทยๆ

    39. 39. เจริญชัย on August 22nd, 2008 11:23

      เมื่อวานได้ติดต่อทาบทาม รศ.ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ ผู้คร่ำหวอดด้านเศรษฐกิจ การเมือง มีการเจนจัดในการอ่านกลยุทธ์ของฝ่ายต่างๆ รวมถึงข้อมูลเชิงลึกของผู้เล่นต่างๆในสังคมไทย
      มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษในรายการ PU

      น่าจะมีเการถ่ายทำให้ติดตามชมเร็วๆนี้

      สำหรับผู้ชมทั้งหลาย หากต้องการฟังความคิดแหลมคมของบุคคลใด สามารถแจ้งเราได้ ยินดีสนองความต้องการ

      หรือหากมี Connection ถึงใครที่คิดว่าน่าสนใจ และอยากให้เราไปสัมภาษณ์ เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของบุคคลนั้นออกมาให้โลกประจักษ์ ก็สามารถนำเสนอได้ครับ

    40. 40. Aspire on August 23rd, 2008 0:56

      “สำหรับผู้ชมทั้งหลาย หากต้องการฟังความคิดแหลมคมของบุคคลใด สามารถแจ้งเราได้ ยินดีสนองความต้องการ”

      เสนอ ธเนศ วงศ์ยานนาวา ถ้าแกยอมนะครับ เหอะๆ

    41. 41. n on August 23rd, 2008 12:18

      คำพูดกับแนวทางปฏิบัติของคุณและพันธมิตรสวนทางกันอย่างชัดแจ้ง คุณใช้เวทีนี้หาเหตุผลแก้ตัวให้ตัวเองฟังดูดี ว่าหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นและเป็นไป ซึ่งส่งผลร้ายต่อสังคม เช่น การรัฐประหาร ไม่ใช่ความตั้งใจของคุณ แต่คุณไม่เคยมีแนวคิดว่าจะแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดและผลเสียเกิดขึ้นกับสังคมอีกครั้งได้อย่างไร หรือมีแนวทางที่จะพัฒนาระบบประชาธิปไตยให้มันดีขึ้นได้อย่างไร แม้แต่ข้อเสนอของตนเองในเรื่องการเมืองใหม่ คุณก็ไม่กล้า commit กับมันว่าคืออะไร มีจุดอ่อนจุดแข็งอย่างไร และจะแทนที่ระบบประชาธิปไตยได้อย่างไร

      คุณดีแต่โจมตีฝ่ายที่คุณเรียกว่าทุนสามานย์ แต่กลับไม่แตะต้อง และไม่เคยโจมตีฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่คุณไม่เห็นด้วย เพราะเหตุผลง่ายๆ ว่ามันเลวน้อยกว่า อันตรายน้อยกว่า คุณเอาอะไรมาตัดสินไม่ทราบ ขอโทษ หากคุณไม่สามารถแยกแยะได้ว่าระบบเก่ามันมีปัญหาอย่างไร มันเลวน้อยกว่าระบบใหม่อย่างไร (ไม่ใช่แค่ข้ออ้างเรื่องความมีน้ำจิตน้ำใจต่อกันแบบไทยๆ ที่คุณพูด) ก็เท่ากับว่าคุณกำลังเสนอขายสิ่งที่คุณเองก็ไม่รู้

      คุณกำลังหาเหตุผลมาทำให้ตัวเองดูดี โดยการ defend ความผิดพลาดที่ผ่านมา โจมตีฝ่ายตรงข้ามแบบแผ่นเสียงตกร่อง ในขณะเดียวกัน ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าจะทำยังไงไม่ให้ข้อเสนอผิดพลาดเหมือนที่ผ่านมาเกิดขึ้นอีก

      ความคิดคุณเหมือนเด็กที่ไร้เหตุผล ดื้อรั้น เอาแต่ใจ และอำนาจนิยม
      ไม่น่าเชื่อว่า ฝ่ายซ้ายในอนุรักษ์นิยมอ่อนหัดถึงขนาดนี้

    42. 42. เหลียง on August 23rd, 2008 15:02

      ผมก็ยังคงคิดว่านี่เป็นทางเดินเดียวของกลุ่มพันธมิตรครับ ไม่ว่าจะอ้างเรื่องอะไรก็ตาม สุดท้ายแล้วก็คือถูกมัดมือชก เพราะถ้าไม่ล้มทักษิณ ทักษิณก็จะกลับมาแก้แค้น..

    43. 43. yonฯ on August 24th, 2008 16:33

      ได้ยินคำ “ซ้าย” - “ไม่ซ้าย” จนเอียน ทั้งที่กล่าวหาทั้งกล่าวอ้างถึง อะไรซ้ายไม่ซ้าย ใครซ้ายใครขวา เอาอะไรมาขีดกั้น บริบทของสังคมมีความซับซ้อนมากกว่า ซ้าย-ขวา ศักดินา-ทุนนิยม
      หากมองข้ามไม่ได้ ก็ติดขัดอยู่แค่ ซ้าย-ขวา / ทุนนิยมสามาน-ศักดินาล้าหลัง

      ส่วนตัวแล้วไม่เคยมองว่ายะใสมันซ้ายหรือขวา มองแต่ว่าจุดยืนของยะใสมันชัดเจนหรือไม่ บอกตรง ๆ ว่าเปลืองลูกตา-เวลากับความเห็นค่อนขอดคนอื่น แล้วตัวเองเคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาธิปไตยอย่างแท้จริงบ้าง นอกจากคอยแต่ค่อนแคะคนอื่น

    44. 44. เจริญชัย on August 25th, 2008 12:03

      ธเนศ วงศ์ยานนาวา
      ชายผู้ใช้ชีวิตอย่าง Pre Modern แต่งานเขียนกลับเป็น Post Modern
      แต่เขาคงปฏิเสธทุกอย่างที่กล่าว เพราะความเป็น Anarchism

      ยังไม่รู้จะส่งใครไปติดต่อ แต่จะพยายามนะครับ (ได้ไม่ได้ อย่าว่ากัน)

      บางทีโลกการต่อสู้จริง มันโหดร้ายและไม่สวยงาม
      ทำไมฝ่ายที่ดูก้าวหน้ากว่าอย่างทักษิณ จึงต้องประสบชะตากรรมลำบากเช่นนี้
      หลายคนคงเศร้าสลด

      ข้อกล่าวหาของพันธมิตร อาจดูไร้เหตุผล แต่ทำไมจึงชนะ หรืออย่างน้อยก็คุกคามได้มากเช่นนี้

      ผมอยากให้ทำใจเป็นกลาง และเชื่อมั่นในพลังตัดสินของ คลื่นลูกที่ 3 ซึ่งทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ตื่นรู้กัน

      การปลุกเร้าของพันธมิตรที่ได้รับการตอบรับ เป็นไปได้หรือไม่ว่า เพราะมีความจริงบางอย่างแฝงอยู่
      เป็นไปได้หรือไม่ว่า พันธมิตรมีการปรับตัวพอสมควร เพราะหากไม่เสนอความจริงที่มากพอ มวลชนจะไม่สนับสนุน

      เป็นไปได้หรือไม่ว่า การโจมตีของพันธมิตร ทำให้นักการเมืองต้องระวังตัว และทำเพื่อประชาชนมากขึ้น
      ซึ่งส่งผลดีต่อประเทศชาต ส่งผลดีให้พรรคพลังประชาชนต้องปรับปรุงตัวเองเพื่อต่อสู้

      ประชาชนก็จะได้ประโยชน์

      การที่คุณทักษิณต้องพ่ายแพ้ ไม่ได้หมายความว่า ระบบทักษิณจะพ่ายแพ้
      ระบบทักษิณที่บางคนชื่นชมนั้น อาจดำรงอยู่และได้ทิ้งร่องรอยไว้
      จนการเมืองไทยไม่อาจย้อนกลับไปเหมือนเดิมได้อีกต่อไป

      โลกที่โหดร้ายอาจทำให้ทักษิณพ่ายแพ้
      โลกที่โหดร้ายอาจทำให้ระบบทักษิณคงอยู่และเอาชนะพันธมิตรหรืออำมาตยาธิปไตย
      แต่ก็ยังมี 20 % ของระบบทักษิณที่จะเหลือรอด และผลักดันประเทศชาติต่อไป
      แต่ก็ยังมี 20 % ของกลุ่มพันธมิตรที่ก้าวหน้าและจะปรับปรุงประเทศต่อไป

    45. 45. Lert on August 25th, 2008 16:07

      “การที่คุณทักษิณต้องพ่ายแพ้ ไม่ได้หมายความว่า ระบบทักษิณจะพ่ายแพ้
      ระบบทักษิณที่บางคนชื่นชมนั้น อาจดำรงอยู่และได้ทิ้งร่องรอยไว้
      จนการเมืองไทยไม่อาจย้อนกลับไปเหมือนเดิมได้อีกต่อไป”

      ลุงกำลังหมายถึงว่า มันจะพัฒนา ไปในทางที่ถูกที่ควรใช่มะ ??

      ผมกำลังมองว่า บางทีเราอาจจะไม่สามารถเริ่มต้นที่รากฐานที่เป็นร่องรอยอยู่ได้(แต่อาจใช้เป็นบทเรียนได้) แต่อย่างที่เคยบอกไว้ ถ้าไม่มีเหตุการณ์วันนี้ ไม่มีทักสิน และไม่มีพันธมิตร โอกาสจะไม่เปิดถึงเพียงนี้

      เรื่องราวอาจดำเนินไปอย่าง พระเทวทัศน์(เขียนงี้ป่าวอะ) กับพระพุทธเจ้า …. ผมอาจจะเปรียบเทียบไม่ถูกนักในทางพระพุทธศาสนา …. แต่ผมมองว่า หากไม่มีเทวทัศน์ พระพุทธองค์อาจต้องทรงใช้เวลาในการเข้าถึงพระธรรมนานกว่านี้มาก … เช่นเดียวกับเหตุการณ์ทุกวันนี้ แต่ผมไม่สรุปว่าฝ่ายไหนเทียบได้กับใคร รวมทั้งอาจจะมีฝ่ายที่สามแทรกตัวเข้ามา จนสองกระแสเก่านี้อาจเป็นเพียงเทวทัศน์ ที่ก่อให้เกิดสิ่งดีงามในท้ายที่สุด

      ผมไม่อยากให้ทั้งสองฝ่าย มองข้ามจุดดีของอีกฝ่าย และอยากให้นำมาปรับใช้กับฝ่ายของตัวเอง(ให้ก้าวหน้า) ดีกว่าจะมามัวด่าจุดด้อยกันอย่างเดียวแบบที่ทำกันอยู่

      ปล. ผมว่า ฝ่ายที่อยู่ตรงกลางระหว่างทุนนิยม กับศักดินา กำลังจะก่อตัวขึ้น และนั่นแหละ อนาคตอันสดใสของชาติ …. ขอให้เฝ้ามองไว้ว่ากลุ่มใดจะพัฒนาไปถึงจุดนั้น

    46. 46. nutjubjub on August 25th, 2008 16:12

      คุณเจริญชัยคมจริงๆครับ
      ชอบมากเลย

      ส่วนตัว ผมเห็นว่า คุณสุริยะ ใส ตอบคำถามยังไม่ค่อยดีนัก
      ดูยังไม่เห็นว่ามองภาพที่ต้องการจะเป็นยังไง ยังมั่วๆเหมือนก็ยังคิดไม่ตก
      ผิดหวัง เพราะคาดหวังไว้สูงกว่านี้

      ผมเห็นด้วยกับคุณเจริญชัย ความขัดแย้งมีผลลบ แต่ก็เริ่มเห็นผลบวก

      รัฐบาลถ้าเริ่มคลำทางถูก ควรหยุดเอาม๊อปมาชน เลิกใช้แผนแบบเก่าๆ ใช้ความดีและผลงานมาเอาชนะ เลิกการกระทำประเภท คุณแฉได้ผมก็แฉได้อะไรแบบนี้ ซึ่งอาจจะยากกว่า และติดข้อจำกัดเรื่องอดีตนายก แต่ผมว่ายังไงก็เห็นผลกว่า แผน ที่คิดน้อยเพื่อหวังผลเร็วๆแบบที่ทำอยู่

      พันธมิตร ส่วนตัวผมว่า ก็จะเอาแต่ปิดเกมท่าเดียว ถ้าใช้แผนใจร้อนแบบนี้ ก็คงไม่ชนะหรอก ผมว่า ควรคิดทางออกที่ดีและเป็นรูปธรรมกว่านี้ ลดความสะใจลง และใช้คุณภาพ ทั้งการตรวจสอบและหาทางออกให้มากกว่านี้ น่าจะดีกว่า
      ยิ่งเห็นคุณสุริยะใส สัมภาษณ์ ยิ่งเห้นชัดว่า ควรลดเวลาบู๋และให้เวลากับบุ๋นมากกว่านี้ ไม่งั้นประชาชนอาจจะฉลาดขึ้น และพันธมิตรอาจจะโง่ลงก็เป็นได้ และถ้ายังไม่ตกผลึกก็ไม่น่าปล่อยความคิดประเภท 70:30 ออกมา

      แต่พันธมิตรแม้ไม่มีอำนาจและเงิน แต่มีความเป็นเอกภาพกว่ารัฐบาล ผมว่าถ้าปรับ พันธมิตรจะปรับง่ายกว่า เลยมองว่าพันธมิตรยังดูดีกว่านิดหน่อยครับ ยกสอง อาจจะนำ4-3 หมัด

      นานาจิตตัง แต่ส่วนตัวมองว่า ถ้าใครหรือพวกไหนทำเพื่อคนอื่นและคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง ผมว่ากลุ่มนั้นน่าจะชนะครับ

    47. 47. เจริญชัย on August 26th, 2008 10:59

      “ลุงกำลังหมายถึงว่า มันจะพัฒนา ไปในทางที่ถูกที่ควรใช่มะ ??”

      ไม่อยากด่วนสรุปอย่างนั้น เอาเป็นว่า มองเป็นเรื่องของโอกาสและตัวเลือกในการพัฒนาที่มากขึ้น คล้ายๆกับ ปี 2540 ที่การล่มสลายของชาตินั้น แท้จริงแล้ว เป็นการล่มสลายของทุนใหญ่ ที่เปิดโอกาสให้ทุนเล็ก ขั้วอำนาจใหม่ได้ฟักตัวขึ้นมา โดยเฉพาะทักษิณและพรรคพวก

      เราจะเห็นว่า หลังปี 2540 เรามีการเกิดขึ้นของความหลากหลายในสังคมมากขึ้น
      โดยเฉพาะชนชั้นกลางก็มีหลายระดับ มีกลุ่มประชาสังคมและกลุ่มต่างๆผุดขึ้นมามากมาย

      “ถ้าไม่มีเหตุการณ์วันนี้ ไม่มีทักสิน และไม่มีพันธมิตร โอกาสจะไม่เปิดถึงเพียงนี้”
      ผมมองว่า นี่คือ โอกาสให้กลุ่มเล็กๆ ได้มีอำนาจต่อรองมากขึ้น พลังทางสังคมได้พัฒนาขึ้นมา

      ขอบคุณ คุณนัท มากครับ ที่ชมเชย

      แต่ผมขอชื่นชมความคิดเห็นของคุณนัทเช่นเดียวกัน ผมคิดว่า มีการพัฒนาคุณภาพบางประการ
      ก่อนหน้านี้ความคิดเห็นก็ดีอยู่แล้ว ตอนนี้ผมคิดว่าเฉียบคมขึ้นอีกขั้น

      คุณนัทมองอย่างสลับซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการมองยุทธศาสตร์ระยะยาวของแต่ละกลุ่ม ว่าจะเป็นตัวชี้ขาด รวมถึงการพิจารณาเรื่องจุดอ่อนจุดแข็งของแต่ละฝ่าย ความเป็นเอกภาพภายในกลุ่มถือเป็นทรัพยากรสำคัญ
      ผมอยากให้แฟนรายการฝึกการสังเคราะห์ความคิดเช่นนี้ และนำมาแลกเปลี่ยนกัน

      ผมเห็นด้วยว่า แต่ละฝ่ายต้องเลิกคิดแบบสั้นๆ ใครมองได้ยาวไกลกว่า ย่อมมีนโยบายที่ดีกว่า ในการสร้างความชอบธรรมและดึงมวลชนเข้าร่วม

      แต่สิ่งที่ต้องจับตาคือ กลุ่มที่ 3 และมือที่สาม
      ตอนแรกผมพิจารณาแต่กลุ่มที่ 3 ซึ่งจะแทรกตัวเข้ามาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆให้สังคม

      แต่ตอนนี้อาจมีมือที่สามก็เป็นได้

      สำหรับกองกำลังที่เข้มแข็ง การมีมือที่สาม จะเป็นบทพิสูจน์ทดสอบที่ยอดเยี่ยม
      เพราะ Error มักเกิดขึ้นได้เสมอในทุกการต่อสู้
      ถ้าทีมใดมีการเตรียมพร้อม ภายในมีความสามัคคีหรือควบคุมกันอยู่ รวมถึงมี “ความอดทน” ที่จะรอคอยและเน้นระยะยาวมากกว่าระยะสั้น

      เรื่องมือที่สามหรือ error จะมีผลน้อย และบางทีอาจพลิกเป็นประโยชน์และส่งผลร้ายต่อฝ่ายตรงข้ามได้

      ปล. ตั้งข้อสังเกตปิดท้ายว่า โลกการเมืองในช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมา ได้เปลี่ยนไปอย่างถึงรากแล้ว จะเห็นว่า แม้มีเหตุการณ์ตึงเครียดในวันนี้ แต่ทุกฝ่าย พยายามที่จะไม่ใช้ความรุนแรง แต่ใช้สงคราม “สื่อสาร” มากกว่า คือ แสดงว่าตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายก่อเรื่อง ฝ่ายตรงข้ามต่างหาก ซึ่งผมคิดว่าเป็นพัฒนาการที่ดีของการเมืองไทย

      แต่การเปลี่ยนแปลงใหญ่ กำลังรออยู่ 555

    48. 48. เจริญชัย on August 26th, 2008 11:13

      สำหรับเรื่อง “เทวทัศน์” นั้น รู้สึกมีคัมภีร์ทางศาสนา (น่าจะเป็นทางมหายาน) หรืออาจารย์ที่ตีความในมุมคล้ายๆที่ว่า

      แต่หากกระอักกระอ่วนในการเปรียบเทียบกับศาสนา ลองใช้ทฤษฏีของ Adam Smith

      กลไกตลาด เกิดขึ้นจากความเห็นแก่ตัวของผู้ซื้อและผู้ขาย แต่สุดท้ายก็นำไปสู่ประสิทธิภาพในการจัดสรรทรัพยากรของสังคม

      เหมือนพึ่งกลับไปอ่านหนังสือประวัตินักปรัชญา มีคนหนึ่งได้พูดว่า

      “ไม่มีการสร้างสรรค์ยิ่งใหญ่ใด ที่เกิดขึ้นโดยปราศจากความทะยานอยาก”

      ความโลภ และแรงจูงใจของมนุษย์นั่นเอง ที่ทำให้แต่ละฝ่ายต้องปรับตัว เพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อเอาชนะฝ่ายตรงข้าม

      แต่อันตรายของความอยากที่มากเกินไป ก็อาจกลับมาทำร้ายผู้นั้นได้

      ดังนั้น จุดสำคัญคือ จะสร้างความสมดุลระหว่างความทะยานอยาก กับความพอดีพอเพียงได้อย่างไร หากอันหนึ่งอันใดน้อยเกินไป สังคมนั้นก็จะมีปัญหา

    49. 49. vajira on August 26th, 2008 22:14

      ถึงคุณเจริญชัย

      วันนี้เป็นวันที่พันธมิตรทำการเป่านกหวีดเสียงดังมาก ประชาชนมากันมากมายมหาศาล ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำพูดที่คุณเจริญชัยเคยเม้นท์เอาไว้ดังนี้

      “ทุกคนก็ล้วนหาประโยชน์”
      หากโจมตีว่า 2 ฝ่าย ไม่ทำเพื่อประชาชน
      แล้วประชาชนเองก็ Free rider
      ไม่ยอมลงแรงมาสู้รบการเมือง
      เอาเวลาไปทำมาหากิน
      บอกว่า “นักการเมือง” ต้องเสียสละ
      แต่ประชาชนไม่ยอมเสียสละ”
      เจริญชัย on August 20th, 2008 10:23 am

      ผมชอบมากครับจึงต้องโค๊ทคำพูดมาเม้นท์ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยเราจะเจอคนประเภทนักวิชาการ สื่อสารมวลชน รวมถึงประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก (ซึ่งผมคิดว่ามากกว่า 50 % ของประเทศเลยทีเดียว อีก 50 % เป็นประิเภทไม่เอาอะไรทั้งสิ้น ไม่ใช่เรื่องของกู เสียเวลาหากิน หรือจดจ่อกับละครดังหลังข่าวดีกว่า) ที่เป็นประเภทวัน ๆ ออกสื่อ พูดจาฟังดูดี ดูคมเฉียบแหลม ดูฉลาด ๆ หรือไม่ก็พูดจาดูเป็นผู้ผดุงความยุติธรรม เอาความเป็นกลางนำหน้า เอาภาพลักษณ์ดี ๆ ใส่ตัวกันกันเต็มไปหมดแต่สุดท้ายก็ไม่มีใครทำอะไรในเชิงรูปธรรมกันจริง ๆ

      หรือต่อให้สมมติมีคนสัก 1 % คิดจะทำก็จะเจอคนอีก 99 % ย้อนกลับมาว่า “ต้องทำมาหากิน” “น่าเบื่อ” “ฟังแล้วปวดหัวว่ะ” หรือไม่ก็ “ยิ้มแห้ง ๆ แล้วก็บอกว่า สู้ ๆ นะเพื่อน” แล้วสุดท้ายก็วงแตกกันหมด

      ซึ่งผมคิดว่าประชาชนในประเทศไทยเราเป็นเช่นนี้กันจริง ๆ ประชาชนไม่เสียสละ ไม่มีใครคิดจะทำอะไร ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ได้วิจารณ์แบบด่ากราดนะครับ ผมกล่าวถึงเฉพาะประเด็นทางการเมืองเท่านั้น

      ดังนั้นการที่พันธมิตรเลือกที่จะมีการเคลื่อนไหวเป่านกหวีดคนมากันมากมายมหาศาลนั้นผมขอไม่เอ่ยว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร (แต่ต้องขอเว้นไว้เรื่องหนึ่งนั่นก็คือชุมนุมอย่างสันติและไม่เกิดความรุนแรงจริง ๆ ไม่ใช่ดังที่ NBT พยายามเอาอาวุธให้พันธมิตรเพื่อเป็นการใส่ไข่เพื่อทำลายความชอบธรรมในการชุมนุมกัน)

      แต่การที่พันธมิตรแต่ละคนเลือกที่จะมารวมตัวกันที่มัฆวานนั้นถือว่าเป็นการเลือกแบบที่ “ประชาชนเสียสละ” เสียสละ “เวลาไปทำมาหากิน” อย่างที่คุณสุรศักดิ์บอกไว้

      ผมไม่ได้บอกพันธมิตรทำถูกนะครับ แต่นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สามารถเห็นภาพได้ชัดเจนจริง ๆ ที่ประชาชนเลือกที่จะทำอะไรมากกว่าเป็นผู้ร้องขอ เป็น Free rider เป็นผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว สุดท้ายเมื่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ในประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นก็ทำได้แต่ด่าพันธมิตร ด่ารัฐบาล อยู่เพียงอย่างเดียวโดยที่หารู้ไม่ว่าตัวเองนั้นเป็นผู้ที่เห็นแก่ตัวที่สุดเลือกที่จะเป็นผู้ที่้ร้องขอ แต่เลือกที่จะไม่ทำอะไรเลย

      แน่นอนครับที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นผมเองไม่เหมารวม Free rider อย่างคุณเจริญชัย เพราะคุณเจริญชัยได้ออกตัวว่ายอมรับราคาที่ต้องจ่ายผมที่ต้องเจอแรงบีบของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งผมว่ายุติธรรมดีครับ

      ดังนั้นมุมมองของผมที่มีต่อสถานการณ์พันธมิตรในวันนี้ ผมจึงขอวิจารณ์ประเด็นเดียวเลย คือ “ประชาชน เสียสละ และประชาชนได้ลุกขึ้นมาทำอะไร” ถูกหรือผิดไม่กล่าวถึง แต่กลุ่มพันธมิตรมีความเป็นเอกภาพ หากเปรียบเป็นลูกค้าในกลไกตลาดการเมือง พันธมิตรก็ถือว่าเป็นกลุ่มที่มี Royality ต่อแบรนด์ของตัวเองมาก และพร้อมที่จะให้การตอบรับ ให้ความร่วมมือกับแบรนด์ที่ตัวเองถืออยู่ หากมีการวิจัยทางการตลาด พันธมิตรก็พร้อมที่จะบอกโจทย์ของตัวเองให้แกนนำเพื่อให้ 5 แกนนำ design กิจกรรมที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

      ในทางกลับกันประชาชนกลุ่มอื่น หรือกลุ่มคนรักระบอบทักษิณ ก็ไม่ทำอะไรเป็นรูปธรรม ยืนวิจารณ์อย่างฉลาดอยู่ข้างหลัง หรือด่าอย่างเกรี้ยวกราดทั้งพันธมิตร รัฐบาล หรือแม้แต่พวกถ่อยอย่างนปก. ก็คงยังต้องนั่งจิืนตนการ หรือภาวนากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนสักแห่งให้ความปรารถนาฉลาด ๆ ของตัวเองเป็นจริงสักวัน

      ประชาชนเลือกข้างไม่ใช่สิ่งที่ผิดหรอกครับ แต่ประชาชนเลือกที่จะไม่ทำอะไรเลย เลือกที่จะวิจารณ์อย่างฉลาด ๆ อยู่ข้างหลัง จะเป็น Free rider ที่ไม่ยอมรับสิ่งที่ต้องจ่ายใด ๆ เมื่อนักการเมืองชั่ว ไม่ว่าจะทุนสามานย์ หรืออำมาตยา ได้เข้ามาครองประเทศประชาชนผู้ไม่ทำอะไรเลยสิ่งที่ต้องจ่ายย่อมมากมายมหาศาลกว่า Free rider แบบคุณเจริญชัย ไม่รุ้กี่เท่าตัว

      ผมคิดเช่นนี้ครับ

    50. 50. การ์ดพันธมิตร on August 27th, 2008 17:13

      เป็นกบฏ แล้วจะเสือก สู้ หรือ หนีว่ะ

    51. 51. Suwannee Wattananakorn on August 29th, 2008 21:42

      The real tragedy of the poor is the poverty of ambition.

      โศกนาฎกรรมที่แท้จริงของคนจนคือการขาดแคลนความทะเยอทะยาน

      แล้วเรื่องนี้จะจบอย่างไร ใครรู้บ้าง รู้แต่ว่าจะต้อง ดีขึ้น

      อารยธรรมที่รุ่งเรือง มักจะล่มสลาย ในเวลาต่อมาเสมอ

    52. 52. Suwannee Wattananakorn on August 29th, 2008 21:45

      รู้สึก งานนี้ คุณเจริญชัย จะเป็นพระเอกนะค่ะ

    53. 53. เจริญชัย on September 1st, 2008 10:53

      ขอบคุณครับ คุณ Suwannee

      จริงๆ ผมเป็นผู้ร้ายนะครับ 555
      แต่เนื่องจาก คนปัจจุบันชอบผู้ร้าย
      หรือชอบพระเอกที่ evil หน่อยๆ
      ผมจึงดูกลายเป็นพระเอก

      แต่ในชีวิตจริง มันไม่มีพระเอกหรือผู้ร้าย
      มีเพียงแต่ผู้แพ้และผู้ชนะ

      แต่เชื่อว่าอีกไม่นาน สังคมคลื่นลูกที่ 3 จะทำให้เกิดชนชั้นใหม่ คือ ผู้ไม่แพ้ ไม่ชนะ ปลีกตัวไปอยู่ในสังคมส่วนตัว ทั้ง online และคนกลุ่มเล็กๆ ปลีกตัวไปหาความสงบตามเกาะต่างๆ ใช้ชีวิตเสพสุข ท่ามกลางโลกหล้าอันสับสน

      ในอดีตเคยมีพวกปราชญ์จีนทำเช่นนี้ แต่สมัยนั้นเทคโนโลยียังไม่ดี จึงทำให้อาจต้องเผชิญความลำบากในการหลีกเร้น แต่ปัจจุบันน่าจะสุขสบายกว่าเยอะ

      ผมจึงเชื่อเสมอว่าโลกของเราดีขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่หวาดกลัวกัน ตอนนี้ก็เริ่มเป็น Hot Issue มีคนใส่ใจ ปัญหาอาจเบาบางลง

    54. 54. eak on September 5th, 2008 16:48

      ผู้ที่ชนะ ก็คือผู้แพ้ ผู้แพ้ ก็คือผู้ชนะ รอแต่เพียงเวลาเท่านั้น

    55. 55. Paganini on September 5th, 2008 17:29

      ผมชื่นชมคุณ vajira ที่แจกแจงประเด็นได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง
      และเห็นด้วยกับคุณ vajira อย่างมากเลยครับ

      จริงๆไม่อยากพูดเลยนะ แต่ผมว่าคุณเจริญชัยคงต้องทบทวนตัวเองพอสมควรเลยล่ะ
      ผมกล้าพูดเช่นนี้เพราะทราบว่าคุณเป็นบัณฑิต คุณยอมรับฟังอย่างผู้เจริญ และผมพูดด้วยความหวังดี

      สำหรับคนอื่นๆผมเฉยๆ และมิกล้าขอรับ

    56. 56. นักศึกษาสังคมศาสตร์ on October 5th, 2008 19:46

      สังคมไทยน่ารัก ในขณะเดียวกันก็น่าขัน โดยเฉพาะในกรณีนี้ สุริยะใสเอง เท่าที่ผมรู้จัก(คิดว่ามากกว่าใครทุกคนในที่นี้) ไม่มีความรู้ในเรื่องการเมืองภาคทฤษฏีมากพอที่จะมาคุยกันในระดับนี้ ยิ่งถ้าเทียบกับจักรภพและพิชิต สุริยะใสเพียงถูกกระแสความมั่วทางการเมืองจับพลัดจับพลูเข้ามามีบทบาทในสถานการณ์ทางการเมืองที่เอื้อให้คนที่พูดเก่งแต่มั่วให้ฟังเหมือนพูดเรื่องปรัชญาการเมืองแบบสุริยะใสโด่งดังขึ้นมาข้ามคืน ผมไม่อ้างตัวว่ารู้เรื่องมากกว่าสุริยะใสหรอก แต่รับรองว่าถ้าคุณจะสัมภาษณ์คนระดับสุริยะใส คุณต้องสัมภาษณ์คนอีกหลายพันคนแน่ๆ ที่มีความรู้ทฤษฏีการเมืองพอๆ หรืออาจมากกว่าสุริยะใสด้วยซ้ำ นี่ยังดีนะที่สุริยะใสเรียนที่ธรรมศาสตร์ไม่จบ ไม่งั้น โอโฮ กลายเป็นโน๊ต อุดมในสายรัฐศาสตร์แหงๆ เลย นึกแล้วยังขำไม่หาย คนที่รู้มากก็มานั่งเถียงเรื่องที่คนไม่มีความรู้มั่วให้ มานั่งถกกัน เออ เอาเข้าไปประเทศไทย เลือกหน่อยครับ นักวิชาการฉีกบัตรนั่นก็ได้ หรือจะโพสต์ไอดอลอย่างธเนศ วงศ์ยานนาวา หรือไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร หรือใครก็ได้ที่มีค่าพอที่จะมานั่งถกกันเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้นะ ผมว่า

    57. 57. กูเป็น "นิสิต" , "นักศึกษา" on October 6th, 2008 12:27

      ทำไมคนไม่รู้เรื่องปรัชญาการเมืองจะพูดเรื่องการเมืองไม่ได้? ทำไมจะฟังคนที่พูดคนละภาษาบ้างไม่ได้ เพราะอย่างน้อยก็พูดในฐานะของคนที่ไม่ใช่นักทฤษฎี พูดในฐานะอื่นที่คุณไม่ชอบ ผมโคตรเบื่อสุริยะใสแต่ผมเห็นว่าเทปนี้อย่างน้อยก็ยังน่าฟังในฐานะของสัมภาษณ์คนที่อยู่ในขบวนการคนหนึ่งถึงแม้อาจจะเกือบเป็นหัวหลักหัวตอในขบวนการนี้อย่างที่รู้ๆกัน หรือนักศึกษาสังคมศาสตร์ต้องฟังแต่พวก Elite ถึงจะ”มีค่าพอ”

      ถ้ามองแบบpomoแบบที่คุณว่ามาความรู้ที่ถูกผลิตจากนักวิชาการที่”มีค่าพอ”ก็ตกอยู่ในมายาคติ กลไกแห่งอำนาจ เป้าหมายทางการเมือง ไม่ต่างจากชาวบ้าน ngo นักประท้วงอาชีพที่ไหน

      บางทีคอมเมนต์ของนักศึกษาร้อนวิชาอาจะขำกว่า เดี่ยว 7 เป็นไหนๆก็ได้นะครับ

    58. 58. นู๋รถถีบ on October 27th, 2008 13:27

      ผมคิดว่ารายการนี่โอเค ..
      ผมชอบที่รายการที่เสนอความคิดจากหลากหลายภาคส่วน..
      ผมชอบที่รายการนี่เชิญ คุณจักรภพ และคุณสุริยะใส มา..

      ทำให้ผมได้วิเคราะห์อีกมุมมองหนึ่งในโลกแหล่งการเมือง..
      แต่คุณสุริยะใส ตอบคำถามได้ดีเลยทีเดียว..

      ผมชอบรายการนี่..

      ขอบคุณครับ.
      ปริญญา ป.

    59. 59. สัมภาษณ์ รศ. ดร. สุวินัย ภรณวลัย - Siam Intelligence Unit on October 30th, 2008 15:17

      [...] ตอนที่ 2 - สัมภาษณ์คุณสุริยะใส กตะศิลา [...]

    60. 60. สัมภาษณ์คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ - Siam Intelligence Unit on December 1st, 2008 16:51

      [...] ตอนที่ 2 - สัมภาษณ์คุณสุริยะใส กตะศิลา [...]

    61. 61. สัมภาษณ์ รศ.ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ - Siam Intelligence Unit on December 8th, 2008 23:37

      [...] ตอนที่ 2 - สัมภาษณ์คุณสุริยะใส กตะศิลา [...]

    62. 62. Siam Intelligence Unit » เก็บตกจากการสัมภาษณ์ คุณสุริยะใส กตะศิลา ในรายการ Challenge Thailand 2010 on March 30th, 2009 0:39

      [...] เจริญชัย: ผมเสียใจอย่า งยิ่งที่วันซ ึ่งสัมภาษณ์ค ุณจักรภพนั้น ผมไม่ได้ไป ทว่า… วิฑูรย์เซ่นปลากระป๋อง อิสสระแทน [...]

    Got something to say?