เก็บตกจากการสัมภาษณ์ คุณสุริยะใส กตะศิลา ในรายการ Challenge Thailand 2010

March 30, 2009

โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

จากการที่ SIU ได้ไปสัมภาษณ์คุณสุริยะใส เมื่อหลายเดือนก่อนนั้น

http://www.siamintelligence.com/suriyasai_interview/

ผมได้กลับมาทบทวน และมีความคิดเห็นบางประการ จึงอยากนำเสนอให้แฟนคลับ SIU ได้อ่านกัน หวังว่าจะช่วยทำให้เปิดมุมมองใหม่บางประการนะครับ

…………………………………….

ผมเสียใจอย่างยิ่งที่วันซึ่งสัมภาษณ์คุณจักรภพนั้น ผมไม่ได้ไป
ทว่า วันที่สัมภาษณ์พี่ใสนั้น ผมไปด้วย
ท่ามกลางบรรยากาศการชุมนุมอันครึกครื้น
ท่ามกลางสายฝนอันเย็นฉ่ำและเปียกปอน

เช่นเดียวกับ กรณีของคุณจักรภพ คือ ผมไม่ได้เห็นด้วยกับพี่ใส ไปทั้งหมด
แต่ทั้งพี่ใสและคุณจักรภพ ได้ทำให้ผมมองเห็นอะไรมากขึ้น
โดยเฉพาะ ข้อดีของทั้งคู่
ทำให้ผมละทิ้งอคติที่มีมานานต่อการเมือง

ผมชอบที่พี่ใสพูดว่า ปล่อยให้ทะเลาะกันไปเลย อย่าไปห้าม
วันนี้ผมเห็นด้วยแล้ว
แต่หากสังคมไทยจะไปให้รอดนั้น ผมคิดว่าต้องมีคนที่คิดกลุ่มทางเลือกที่ 3 ขึ้นมา
แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่สาม ซึ่งจะไปห้ามสองกลุ่มนี้
นับเป็นการใช้พลังสูญเปล่า

ทางเลือกที่ 3 จะต้องสร้างขึ้นมาเลย อย่าไปเสียเวลาห้ามทัพ
ขบวนการประชาชนที่มีอยู่ก็ใช้ได้ แน่นอนว่าอาจจะนาน แต่ทำไปเลย
พี่ใสได้เสียสละตัวเองไปทำในส่วนที่เลือกข้างแล้ว
ดังนั้น ที่เหลือก็ไม่ควรต้องเสียพลังไปอีกแล้ว ควรทำทางเลือกที่ 3 เลย
สำหรับคนที่ไม่ชอบการเมือง ก็ทำอะไรที่สร้างสรรค์ได้
และผมเชื่อว่าทั้งหมดจะผนวกมาช่วยทำให้สังคมไทย เปลี่ยนผ่านได้

ผมเคยข้องใจในตัวพี่ใส และอีกหลายๆคนที่ไม่เข้าใจระบบทุนนิยมเพียงพอแล้วมาวิจารณ์
แต่เมื่อฟังพี่ใสแล้ว ผมยอมรับแบบนี้ได้นะ พี่ใสไม่ได้ต่อต้าน พี่ใสมองว่าโลกาภิวัตน์ต้องเกิด
แต่มันต้องมีที่ว่างให้คนอื่นด้วย
ผมอาจเห็นต่างนิดเดียว คือ แต่คนอื่นก็ต้องพยายามปรับตัวกับโลกาภิวัตน์ด้วย ไม่ใช่ให้รัฐต้องสร้างสวัสดิการอย่างเดียว
แน่นอนว่า รัฐอาจต้องให้สวัสดิการคนจนมากกว่าที่คนจนจ่ายภาษีให้รัฐ แต่ก็ไม่ควรมากจนเกินไป ช่วยได้ แต่ต้องช่วยในระดับที่เหมาะสม

ผมฟังแล้วอดเห็นใจไม่ได้ ที่พี่ใสต้องอดทนขนาดนี้
โดนเพื่อนฝูงที่คบหากันมานาน ต่อว่า ตัดสัมพันธ์
ที่สำคัญ ตนเองก็ยังไม่ได้เห็นด้วยกับแนวทางของพันธมิตรทั้งหมดด้วย
แต่ก็อีกนั่นแหละ ผมคิดว่า พี่ใสเลือกข้างถูกแล้ว
ไม่ใช่เพราะผมเชื่อว่าพันธมิตรถูกต้อง แต่ผมเชื่อว่าระบอบทักษิณยังมีปัญหา
พลังที่จะถ่วงได้คือ พันธมิตร

และผมก็ชอบที่พี่ใสบอกว่า ต้องให้โอกาสพลังอนุรักษ์ ให้โอกาสประชาชนที่เข้าไปร่วม
แต่ผมก็คิดว่า ต้องให้โอกาสคนเสื้อแดงด้วย

ผมคิดว่า คุณจักรภพมองโลกง่ายเกินไป มองแบบตรรกะเหตุผล
ผมคิดว่า ระบอบทักษิณก็มีปัญหาใหญ่พอตัว จึงต้องใช้พลังที่ใหญ่อย่างพันธมิตรมาถ่วงดุล
ดังนั้น ตัวที่จะทำให้สังคมเดินต่อไปได้ คือ พลังที่ 3 ซึ่งต้องเร่งสร้างกันขึ้นมา

ผมเห็นต่างจากพี่ใสนิดนึง ตรงที่ว่า การกล่าวหาคุณทักษิณว่าใช้อำนาจมืดนั้น ผมคิดว่าในเกมการเมืองนั้น คงยากที่จะบอกว่า ใครใช้ ใครไม่ใช้ สุดท้ายก็คงไม่ต่างกันมาก

ผมไม่มีปัญหาว่าใครเล่นในเกมนอกเกม ผมว่าปัญหาอยู่ที่คุณทักษิณมีพลังมากเกินไป ดังนั้น ผลการเล่นจึงไปคุกคามคนอื่น ดังนั้น พี่ใส จึงตัดสินใจถูกแล้วที่เข้า่ร่วมพันธมิตรที่มีพลังมากพอจะสู้ แต่ในเมื่อตอนนี้ทัดเทียมกันแล้ว ก็ไม่ควรอ้างว่า อีกฝ่ายเล่นเกมอย่างไร ผมว่าต้องสู้กันด้วยฝีมือแล้ว ทั้งในและนอก

ยิ่งติดตาม CT 2010 อีกครั้ง ผมยิ่งรู้สึกว่า ทั้งหมดมีความเชื่อมต่อ ซึ่งจะนำไปสู่บทสังเคราะห์ของประเทศไทย เราต้องพยายามกลั่นกรองและตกผลึกออกมาให้จงได้

ยังมีคนที่เหลือซึ่งน่าสนใจ และผมคิดว่ามีประเด็นเชื่อมโยงกับ 2 คนแรกนี้

ที่สำคัญ การได้เห็นตัวตนของผู้สัมภาษณ์ การได้เห็นบริบทของสถานการณ์นั้น และได้ฟังจากปากของผู้เล่นโดยตรงเลย ย่อมทำให้ผู้ฟังได้รับประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง

Comments

Got something to say?