เมื่อเวลา 23.10 น. วันที่ 20 มีนาคม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวสรุปปิดการอภิปราย ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลรวม 5 คน โดยหยิบยกประเด็นฟอกเงิน 258 ล้านบาท จากบริษัททีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผ่านบริษัท เมซไซอะ บินิเนส แอนด์ครีเอชั่น ผ่านเข้าสู่พรรคประชาธิปัตย์สมัยนายประดิษฐ์เป็นเลขาธิการพรรค
โดยระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวสรุปการอภิปรายกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ รวมไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคว่า มีส่วนรู้เห็นในเรื่องดังกล่าวด้วย ปรากฏว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ และเลขาธิการพรรค ได้ลุกขึ้นท้าว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ผิดจริงก็พร้อมรับผิดชอบหากถูกยุบพรรค แต่ถ้าไม่ผิด ร.ต.อ.เฉลิม ไม่สามารถเอาข้อมูลดังกล่าวไปดำเนินการที่กกต.ได้ พรรคเพื่อไทยจะต้องถูกยุบพรรค ที่ใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์
จากนั้นร.ต.อ.เฉลิม ได้สรุปอภิรายต่อ และประธานที่ประชุมนัดโหวตลงมติเวลา 11.00 น. วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม จากนั้นสั่งปิดประชุมเมื่อเวลา 23.59.30 น.
“ประดิษฐ์”ปัดฟอกเงินผ่านเมซไซอะฯ
การอภิปรายญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลรวม 5 คน วันที่สอง เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 มีนาคม ทั้งนี้ การอภิปรายวันที่สอง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายนิพนธ์ บุญญามณี ส.ส.สัดส่วน และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ทยอยลุกขึ้นชี้แจงตามลำดับ กรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.พท. อภิปรายไม่ไว้วางใจ ประเด็นฟอกเงิน 258 ล้านบาท จากบริษัททีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผ่านบริษัท เมซไซอะ บินิเนส แอนด์ครีเอชั่น ผ่านเข้าสู่พรรคประชาธิปัตย์สมัยนายประดิษฐ์เป็นเลขาธิการพรรคช่วง ปี 2548 รวมถึงเงินสนับสนุนพรรคการเมืองจาก กกต. 29 ล้านบาท โดยนายประดิษฐ์ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นไปตามที่ ร.ต.อ.เฉลิมเปิดเผยข้อมูล ซึ่งทุกอย่างมีเอกสารงบดุลและใบเสร็จรับเงินจากบริษัท เมซไซอะฯ อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งแสดงหลักฐานประกอบ
“หากภายหลังพบว่า ผมมีส่วนร่วมกระทำผิด เพียงแต่ศาลรับฟ้อง หรือหน่วยงานอิสระที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องชี้ว่ามีมูลก็พร้อมที่จะยุติบทบาท และหน้าที่การเมืองในทุกตำแหน่งทันที ไม่มีความจำเป็นต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมขั้นสุดท้ายตัดสิน” นายประดิษฐ์กล่าว
วิปรบ.มั่นใจไว้วางใจพรึ่บ “238 เสียง”
ภายหลังนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายนิพนธ์ บุญญามณี ชี้แจงปมเงิน 258 ล้านบาท และ 23 ล้านบาท เสร็จสิ้น นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล เรียกประชุมคณะทำงานพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งคณะทำงานประสานข้อมูล คณะติดตามการอภิปราย และคณะทำงานดูข้อบังคับ เพื่อประเมินผลใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยที่ประชุมรู้สึกพอใจกับการชี้แจงของผู้ถูกเกี่ยวข้องทุกคน เห็นได้จากภายชี้แจงเสร็จ ฝ่ายค้านไม่สามารถพูดโต้ตอบหรือตั้งคำถามเพิ่มเติมอะไรได้เลย ที่ประชุมได้แจ้งให้ ส.ส.ประชาธิปัตย์รวมถึงพรรคร่วมปรับกลยุทธ์ในการรับมือการอภิปรายไม่ไว้ วางใจ โดยเฉพาะการประท้วงซึ่งมีมากเกินไป เนื่องจากหากปล่อยให้การอภิปรายไหลไป ประชาชนก็จะเห็นว่าข้อมูลของฝ่ายค้านไม่มีอะไรเลย มีแต่ข้อมูลเก่า และฝ่ายค้านก็จะเสียคะแนนนิยมไปเอง
“ที่ประชุมคณะทำงานของพรรคได้เริ่มประเมินเสียงที่จะยกมือไว้วางในนายก รัฐมนตรีและรัฐมนตรีแต่ละคน คาดว่าน่าจะมีเสียงประมาณ 238 เสียง จาก ส.ส.รัฐบาลทั้งหมด 262 เสียง หักประธานรัฐสภา และ ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีทั้ง 24 คน ออกไป ไม่เชื่อว่าจะมี ส.ส.รัฐบาลคนไหนกล้ายกมือสวน ยกเว้นนายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี ที่เป็นกรณีพิเศษ แต่อาจจะมี ส.ส.เพื่อไทยบางคนยกมือไว้วางใจให้กับนายกรัฐมนตรีก็ได้ “นายชินวรณ์กล่าว
ที่มา – มติชน
