ยอดคน ย่อมมีบุคลิกเหนือธรรมดา
ยามแรกที่เผชิญหน้ากับพี่ “ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย” ผมรู้สึกถึงพลังความแข็งแกร่งหนักแน่นแห่งปรมาจารย์เจ้าสำนัก ที่นักการตลาดทั่วไปซึ่งต้องคอยลู่ตามลม ยากจะบรรลุถึงได้
ยามสนทนา ผมสัมผัสได้ถึงพลังความคิดที่โลดแล่นไร้ขอบเขต ประดุจมังกรทะยานฟ้า โยกย้ายจากเรื่องการเมืองไปยังประวัติศาสตร์ จากประวัติศาสตร์แปรเปลี่ยนไปสู่นิยายกำลังภายในจีน จากนิยายกำลังภายในจีนกลับคืนสู่ความเป็นไทย

ผมไม่ถามตามสคริปต์ ผมจะถามตามที่ผมอยากถาม และจะไม่บอกล่วงหน้า
เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ ผมก็อดรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อยมิได้ แต่ก็ทำให้ตื่นจากภวังค์ เข้าสู่ภาวะไร้ขอบเขต ผมเลิกคิดที่จะพูดอย่างเป็นระบบเพื่อจะบรรยายสรรพคุณของหนังสือ The Big Secret ซึ่งได้รับเกียรติจากพี่ธันยวัชร์มาเป็นพิธีกรร่วมเสวนา แต่เปลี่ยนตัวเองเข้าสู่โหมดพลิกแพลงสร้างสรรค์ เพื่อตอบรับทุกกระบวนท่าของท่านปรมาจารย์ธันยวัชร์
การเสวนาเริ่มต้นจากหนังสือ The Big Secret แต่แล้วก็ยาวไปพูดถึงเรื่องโลกาภิวัตน์ จนหลุดออกไปเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Creative Economy แล้วก็ยาวไปถึง “หม่ำ จ๊กมก” เพื่อกลับเข้าสู่แวดวงไอที
ผมรู้สึกสะใจกับบทสนทนา Dialogue ที่ลื่นไหลเช่นนี้ พี่ธันยวัชร์ สามารถสอดแทรกเกร็ดเล็กๆที่น่าตื่นตาตื่นใจเข้ามาได้เสมอ บางครั้งดูเหมือนออกนอกเรื่อง แต่แท้จริงแล้วเป็นการเชื่อมร้อยในแง่มุมที่ลึกซึ้ง และบางครั้งผมยังสามารถใช้เกร็ดเหล่านั้น เชื่อมโยงกลับเข้าสู่เนื้อหาในหนังสือได้อย่างพิสดารล้ำลึก เมื่อเข้าสู่ภาวะไร้ขอบเขตเช่นนี้แล้ว ผมจึงกล้าที่จะเสนอมุมมองที่แตกต่าง กล้าที่จะเสริมมุมมองที่มีคุณค่าเข้าไปในการสนทนา โดยไม่กังวลว่าเนื้อหาในหนังสือจะถูกละเลยอีกต่อไป
ฉับพลันนั้น ผมได้ค้นพบ “ความงาม” ของการสานเสวนา (Dialogue) ที่พี่ธันยวัชร์ได้นำพาผมเข้าสู่ห้วงแห่งความคิดและการกระทำที่อิสระเสรีอย่างแท้จริง
ผมได้พักผ่อนหลบร้อนเข้าสู่ห้วงแห่งการไตร่ตรอง โดยมีแขกรับเชิญพิเศษคุณ “ปรเมศวร์ มินศิริ” เข้ามารับกระบวนท่าจากท่านเจ้าสำนักธันยวัชร์เป็นรายต่อไป
พี่ธันยวัชร์ไม่รีรอให้ผู้ฟังทุกคนต้องเบื่อหน่าย โดยการเจาะเข้าประเด็นเรื่องการสร้าง Kapook ที่กลายเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของเมืองไทย
สิ่งที่ผมประทับใจในหน้าที่พิธีกรของพี่ธันยวัชร์ก็คือ ความสามารถกระตุ้นให้แขกรับเชิญสามารถแสดงตัวตนและจิตวิญญาณอันสูงส่งออกมาได้ผ่านการสนทนา พี่ธันยวัชร์มีทั้งลูกล่อลูกชน ทั้งความรู้อันกว้างขวางที่คอยสอดแทรกเป็นระยะๆ จึงทำให้ “เรื่องเล่า Kapook” กลายเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้กับคนรุ่นหลังต่อไป
“ปรเมศวร์ คุณคือ Steve Jobs ของเมืองไทย”
นี่คือ กระบวนท่าแห่งการสร้างสรรค์อันแท้จริงของพี่ธันยวัชร์ ซึ่งแม้ผมจะชื่นชมพี่ปรเมศวร์มานานแล้ว แต่ก็ไม่เคยยึดโยงไปเปรียบเทียบกับ Steve Jobs พี่ธันยวัชร์สามารถเชื่อมร้อยจอมคนด้านไอทีสองคนนี้ได้อย่างน่าสนใจ แน่นอนว่าอาจมีคนเห็นแย้ง แต่ทุกคนก็จะต้องทึ่งกับพลังการสร้างสรรค์ของการเปรียบเปรยนี้
สำหรับน้องซี “ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์” พิธีกรรายการ 168 ชั่วโมง ที่ต้องเข้ามารับกระบวนท่าเป็นรายต่อไปนั้น พี่ธันยวัชร์ก็ยังสามารถเปิดเผยจุดเด่นของความเป็น “ซี” ที่นอกจากความงามแล้ว ยังมีแง่มุมความสามารถอันน่าหลงใหลอีกมากมาย ถึงแม้ว่าคำถามของพี่ธันยวัชร์ออกจะดูหวือหวาหวาดเสียวไปบ้าง แต่เราก็ต้องยอมรับว่า มีแต่คำถามแบบนี้เท่านั้น จึงจะสามารถขัดเกลาและสกัดแก่นตัวตนของซีออกมาได้
“เจ้าหญิงแห่งวงการ IT” คือ แก่นแท้ความงามของซีที่ผมสกัดได้จากการสร้าง Dialogue ที่ซับซ้อนงดงามของพี่ธันยวัชร์และน้องซีที่โต้ตอบกันอย่างสนุกสนาน บางครั้งตึงเครียด แต่บางคราก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ท่ามกลางบทสนทนา Dialogue ที่ท้าทายของพี่ธันยวัชร์ ได้ทำให้ผมสามารถมองเห็นตัวตนและศักยภาพของพี่ปรเมศวร์และน้องซี ในมุมมองที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ผมไม่อาจทราบได้ว่าผู้ฟังทั้งหลายจะชื่นชอบบทสนทนาในงานเปิดตัว The Big Secret ครั้งนี้หรือไม่ แต่สำหรับผมนั้น ให้ความรู้สึกอิ่มเอมอย่างยิ่ง เหมือนได้พบเจอเพื่อนเก่าที่พลัดพรากจากกันไปนาน ผมได้สัมผัสถึงความสดใหม่และภูมิปัญญาที่สูงล้ำขึ้นของแต่ละท่าน ซึ่งส่วนหนึ่งย่อมมาจากการพัฒนาและการทำงานหนักของแต่ละคน แต่อีกส่วนหนึ่งก็ย่อมมาจากการสร้างสรรค์ Dialogue ของศิลปินที่มากประสบการณ์อย่างพี่ธันยวัชร์
สิ่งที่ผมย้ำเน้นตลอดเวลาในหนังสือ The Big Secret คือ การสร้างทีมงานที่สอดประสานกันอย่างน่าอัศจรรย์ดุจนักบาส NBA ดังนั้น ผมจึงรู้สึกว่า งานเปิดตัวหนังสือครั้งนี้เป็นการเชื่อมประสานของทีมงานทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง รวมถึงผู้ฟังที่แอบไปสนทนากันอย่างออกรสระหว่างการเสวนา ทั้งหมดหลอมรวมกันเป็นเสียงเพลงแห่งวงออร์เคสตร้าที่น่าชื่นชม
และวาทยากรแห่งวงซิมโฟนีที่ช่วยแปลงถ้อยคำให้เป็นเสียงดนตรีอันไพเราะนี้ ก็คงจะเบิกบานใจเช่นเดียวกัน
