Practical Report Synchronicity : ยอดกลยุทธ์ในการสร้างความ “ยิ่งใหญ่” ให้ธุรกิจ

คำถามสำคัญในโลกธุรกิจก็คือ “ผลิตภัณฑ์อะไรที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง” แต่ในโลกที่การแข่งขันเชี่ยวกรากรุนแรง ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะรักษา “ความโดดเด่นและแตกต่าง” ไว้ได้ตลอดไป โดยไม่เปลี่ยนแปลง

บางที การสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืนกว่า อาจต้องเปลี่ยนคำถามจากผลิตภัณฑ์มาเป็น “คน” เพราะผลิตภัณฑ์นั้นเป็นของตายซึ่งย่อมมีวันล้าสมัย แต่สำหรับ “คน” ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีการปรับตัวตลอดเวลา ย่อมเป็นพลังสำคัญในการสร้างความโดดเด่นและแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์

มนุษย์เกิดมาพร้อมอิสรภาพทางร่างกาย แต่ภายใน “จิตใจ” กลับถูกจองจำด้วยค่านิยมทางสังคมที่หยั่งรากลึก จึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสร้างความแตกต่างให้ชีวิตได้

Synchronicity (รหัสอภิมนุษย์) คือ หนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยทางจิตใจของชายคนหนึ่ง ในรูปแบบที่หลากหลายสีสัน ทั้งประสบการณ์ “ล้ำลึก” จากการปีนเขา การก่อตั้งชมรมผู้นำ การหย่าร้างกับภรรยา การพบรักใหม่ การสนทนากับนักฟิสิกส์ระดับโลก และการสร้างแบบจำลองอนาคต (Scenario) ให้กับบริษัทเชลล์

เรื่องเล่าทั้งหมดย่อมไม่มีความหมาย หากมันเป็นเพียงประสบการณ์ส่วนตัว แต่ทุกเรื่องเล่าได้เปิดเผยถึง “กระบวนการเติบโต” เพื่อเข้าสู่วิถีชีวิตที่แตกต่าง อิสรภาพทางความคิดที่จะทำในสิ่งที่แตกต่างอย่างล้ำลึก

1. การปรับเปลี่ยนวิธีคิด (Paradigm Shift)

เราต้องเลิกมองโลกแบบยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง เพราะจะทำให้ “พลาด” การดูดซับสิ่งใหม่ ซึ่งจำเป็นในการสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตและผลิตภัณฑ์ที่เราสร้างขึ้น

สรรพสิ่งย่อมเชื่อมโยงกันทั้งในทางที่เปิดเผยและซ่อนเร้น มีเพียงการ “ปล่อยวาง” จากความคิดทั้งมวลที่มีอยู่ในหัวเรา เพื่อเฝ้าสังเกตสิ่งต่างๆด้วยความเบิกบานเท่านั้น จึงจะสามารถค้นพบ “การผุดบังเกิด” ของสิ่งใหม่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอันสลับซับซ้อนของโลกใบนี้

“นวัตกรรม” ไม่ได้มาจากการทำงานหนักในสิ่งเดิมๆ แต่มาจากการ “สังเกต” กระบวนการเปลี่ยนแปลงและเชื่อมโยงของโลกที่ซับซ้อน

2. มุ่งมั่นที่จะเป็น “ตัวเอง”

การมุ่งมั่น “ทำงานหนัก” โดยไร้แนวทางที่ชัดเจน ย่อมไม่ต่างจากการพายเรือวนในอ่าง ที่นอกจากไม่สร้างผลงานที่แตกต่างและโดดเด่นแล้ว ยังนำมาซึ่งความรู้สึกหดหู่และไร้เรี่ยวแรง

หากเราเข้าใจอย่างซาบซึ้งว่า “ตัวเรา” ไม่อาจแยกขาดจากการเคลื่อนไหวของสรรพสิ่ง การมุ่งมั่นที่ดีที่สุด จึงเป็นการมุ่งมั่นที่จะเป็น “ตัวเอง” ไม่ใช่การทำสิ่งต่างๆอย่างบ้าคลั่งและไร้ทิศทาง แต่เป็นการปล่อยใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง “รับฟัง สังเกต และรอคอย” จนกระทั่ง “กระจ่างแจ้ง” ในโอกาสที่เปิดเข้ามาเพียงแวบเดียว แล้วลงมือทำอย่างฉับพลัน

หากยังคงทำงานโดยต้องใส่ “ความพยายาม” เข้าไปอย่างมากมาย ย่อมแสดงว่า เรายังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของ “ความมุ่งมั่น” เรายังคงมองโดยยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง เรายังไม่อาจหลอมรวมตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการเผยตัวของจักรวาล

3. กับดักแห่ง “ความรับผิดชอบ”

ความรู้สึกที่ว่า “เราต้องรับผิดชอบต่อทุกคน” ยังคงเป็นผลจากแนวคิดที่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

“ผมเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ดำเนินชีวิตในกระแสของจักรวาล ไม่มีอะไรเป็นพิเศษในตัวผมที่ทำให้ผมทำสิ่งนี้ มันเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตที่เปิดโอกาสให้ทุกๆคน เมื่อคุณอยู่บนเส้นทางของชีวิตดังกล่าว กระบวนการคัดเลือกโดยธรรมชาติจะเข้ามาจัดการ คนที่เข้ามาร่วมงานกับคุณตามแนวทางของเขาจะดำเนินชีวิตบนวิถีเดียวกันนี้ คุณสามารถมอบความรักและความห่วงหาอาทรให้กับบุคคลที่ใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ร่วมกับคุณ แต่ว่าคุณไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบกับเขาไปเสียทุกเรื่อง”

(Synchronicity รหัสอภิมนุษย์ : 159)

แน่นอนว่า แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความว่า “ธุรกิจ” ควรจะหลีกเลี่ยงจากความรับผิดชอบต่อสังคม ในทางตรงข้าม “ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่” ต้องเริ่มต้นจากความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ จึงจะสามารถเข้าสู่การเชื่อมโยงและเผยตัวของจักรวาล ซึ่งนำมาสู่ “โอกาส” ที่ยิ่งใหญ่จากความรับผิดชอบนั้น

สิ่งที่ต้องระมัดระวัง ก็คือ “รับผิดชอบทุกคน ในทุกเรื่องราว” ซึ่งเป็นแนวคิดที่ขาดความเชื่อถือและไว้วางใจในการจัดสรรของจักรวาล ทำให้พลังแห่งความมุ่งมั่นของบริษัทต้องกระจัดกระจายไปยังเรื่่องที่สำคัญไม่มากนัก จึงนำไปสู่ความอ่อนแอและล้มเหลวของธุรกิจในที่สุด

Synchronicity บอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์ที่มีคุณค่า ซึ่งไม่เพียงประยุกต์ใช้ได้ในวงการธุรกิจ แต่ยังทำให้ความเข้าใจเรื่อง “ชีวิต” ของเราลุ่มลึกและแหลมคมขึ้น

  • @PLotLuck

    ดูเหมือนจะมีความพ้องกับเนื้อหา 7-Habbit และ 8th Habbit ของ Stephen R. Covey ซึ่งไม่ใช่เรืองแปลก เพราะสัจธรรมการพัฒนาสู่ความสำเร็จย่อมเป็นหนึ่งเดียวกัน

    ที่สุดของที่สุดก็คือ คนที่จะประสบความสำเร็จได้ทั้งในชีวิตส่วนตัวและธุรกิจ จะต้องค้นพบตัวตนของตัวเองให้ได้โดย Paradigm Shift นั่นเอง เปิดใจให้กว้าง เรียนรู้ รับฟัง
    ร้อยทั้งร้อย เมื่อคนรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรอย่างชัดเจน ระบบอัตโนมัติจะถูกสร้างมาเพื่อทะลวงกำแพงแห่งความรับผิดชอบไปได้เอง

  • เด็กน้อยใจร้าย

    “นวัตกรรม” ไม่ได้มาจากการทำงานหนักในสิ่งเดิมๆ แต่มาจากการ “สังเกต” กระบวนการเปลี่ยนแปลงและเชื่อมโยงของโลกที่ซับซ้อน
    ชอบการให้ความหมายของคำๆนี้จังค่ะ มันช่างชัดเจนแต่สละสลวยทีเดียว :))

  • เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

    @PLotLuck

    ผมเคยอ่านแต่ 8th Habbit ประทับใจ ประโยคที่ว่า “ให้กล่าวชื่นชม ในศักยภาพสูงสุด ไม่ใช่ในสิ่งที่เขาเป็น”

    อย่างไรก็ตาม ในระยะหลัง ผมให้ความสำคัญกับ How to แบบนี้น้อยลงมาก แต่มุ่งไปยัง How to ที่ไปพ้นการหาเงินแบบหยาบๆ หากเป็นเรื่องของ “นวัตกรรม” ความคิดสร้างสรรค์ “กลยุทธ์” ที่มีความนุ่มละมุนและยั่งยืนกว่า

    จุดเด่นของ Synchroncity คือ การผสมผสานของปรัชญาตะวันตกและตะวันออก ช่วยเติมเต็มกันและกัน ทำให้มีรสชาติที่ลุ่มลึกหวานล้ำ

    “เด็กน้อยใจร้าย”

    เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่แวะมาเยี่ยมเว็บของ “ผู้ใหญ่ใจดี” อีกครั้งและอีกครั้ง

    สำหรับ “คำชม” นั้น ไม่ว่าจะถูกหรือผิด ผู้ใหญ๋ก็ขอรับไว้ด้วยรอยยิ้มละไม ที่ทำให้หัวใจพองโต 555

  • http://higgsman.com higgsman

    Newton’s Cradle “No great discovery was ever made without a bold guess”
    ผมชอบไอเดีย creative economy ของรัฐบาลนะ แต่คิดว่าไม่เกิดหรอกเพราะคนทำฝีมือยังไม่ถึงและความคิดยังติกรอบ