การเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคภูมิใจไทยในเวลานี้กำลังกลายเป็นกระแสข่าวเรื่องความแตกแยกระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน แต่ทว่าในอีกด้านกลับเป็นการรุกเรื่องการสร้างความปรองดองผ่านกิจกรรมแบบต่างทั้งการออกหนังสือ การรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่สภาให้ได้หลังจากตกไปในครั้งแรกที่ไม่มีใครตอบรับด้วย การรุกอย่างหนักที่นำโดยแม่ทัพใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย นายเนวิน ชิดชอบ ที่เวลานี้เป็นผู้ทั้งผลักทั้งดันเรื่องนิรโทษกรรมอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 21ก.ย.ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยได้จัดกิจกรรม รวมพลังปกป้องสถาบัน “นิรโทษกรรมผู้บริสุทธิ์ หยุดความแตกแยก” ”นำบ้านเมืองสู่ปกติสุข” โดยเปิดตัวรถหกล้อดัดแปลงเป็นเวทีกระจายเสียงเพื่อใช้ในการเดินสายรณรงค์ให้ประชาชนมาลงชื่อสนับสนุน การเสนอพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชนเข้าสู่สภา โดยตั้งเป้าว่าจะรวบรวมรายชื่อได้ถึง3 แสนรายชื่อ
งานนี้ นายเนวิน ชิดชอบได้ทำการเปิดตัวหนังสือ “ทำไมต้องนิรโทษกรรม” ซึ่งเขียนด้วยตัวนายเนวินเองโดยเจ้าตัวบอกว่าเขียนเสร็จภายใน 3วัน ทั้งหมด 28 หน้า และจะแจกจ่ายผ่านกระทรวงมหาดไทยที่นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดูแลอยู่ ทั้งนี้นายเนวินได้ให้สัมภาษณ์แก่นักข่าวในการออกหนังสือนี้ว่า “ผมคนเดียวคงทำไม่สำเร็จ เพราะ 1 ปี ที่ผ่านมาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคภูมิใจไทยที่ผมออกแรงผลักดันไม่ขยับ เขยื้อนแม้แต่น้อย ปีนี้ผมจึงเสนอว่าหากประชาชนที่กำลังเดือดร้อนเห็นว่ากฎหมายนิรโทษกรรม จะช่วยให้หลุดพ้นจากความเดือดร้อนขอให้ช่วยกันลงชื่อเสนอร่างกฎหมายนิรโทษ กรรมเข้าสู่สภา ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอความเมตตาจากนักการเมือง หรือรอให้นักการเมืองตกลงกันได้เสียก่อน ทำไมต้องรอให้นักการเมืองต่อรองให้ตัวเองพ้นผิด เมื่อความปรองดองของนักการเมืองเกิดขึ้นไม่ได้ คนทั้งชาติจึงไม่จำเป็นต้องรอนักการเมืองเพราะยิ่งนานวันยิ่งทำให้ประเทศ เสียหาย”
การออกหนังสือ ทำไมต้องนิรโทษกรรม ของนายเนวินครั้งนี้ถือว่าเป็นการดำเนินการเชิงรุกเข้าสู่มวลชนของพรรคภูมิใจไทยผ่านการรณรงค์โดยอาศัยเวทีเคลื่อนที่ที่จะเดินทางไปในหลายๆจังหวัดพร้อมกับการสร้างการรับรู้ในเรื่องนิรโทษกรรมอย่างเป็นระบบด้วยการอาศัยเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยที่เวลานี้เรียกได้ว่าเป็นมือไม้ของนายเนวินผ่านการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระกับสูงและอาจรวมไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับกลางที่ใกล้ชิดชาวบ้านอย่าง นายอำเภอ เป็นต้น พร้อมกับการตั้งป้ายคัตเอ้าท์ขนาดใหญ่เขียนคำว่า “ปกป้องสถาบันฯ นิรโทษกรรมผู้บริสุทธิ์”ในหลายพื้นที่
กิจกรรมที่พรรคภูมิใจไทยในงานเปิดตัวหนังสือของนายเนวิน ชิดชอบ
ภายในหนังสือยังได้เขียนถึงเสื้อทั้งสองสีว่า
” ผมประหลาดใจกับข้อเสนอไม่ให้เอาผิดกับประชาชนทั้ง2สีเสื้อคือเหลือง และแดง ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค กลับถูกนักการเมืองของ 2พรรคการเมืองใหญ่ ทิ้งแบบไม่เห็นค่า และไม่ให้เวลาพิจารณาแม้แต่วินาทีเดียว พรรคหนึ่งกับสีหนึ่ง อ้างว่าพวกตนไม่ผิด ไม่ต้องการนิรโทษกรรม โดยไม่สอบถามประชาชนที่ต้องคดีที่หลบหนี และที่อยู่ในเรือนจำแม้แต่คำเดียว พรรคหนึ่งกับสีหนึ่ง บอกว่านิรโทษกรรมจะทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์และคนผิดจะไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทั้งที่หลายคนในพรรคนั้นและสีนั้นก็เคยได้รับนิรโทษกรรมจากคำสั่ง 66/2523 ไม่ต้องไปหลบซ่อน หนีคดีอยู่ในป่า ได้กลับมาใช้ชีวิตปกติในสังคม
สถานะของผมในขณะนี้ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องรอกฎหมายนิรโทษกรรม และจะไม่หาประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรมอย่างเด็ดขาด ที่จริงแล้วผมอยู่เฉยๆ เงียบๆ ผมก็ไม่ถูกด่า ไม่ถูกกล่าวหา ไม่ถูกหวาดระแวง ไม่เสียเพื่อน ไม่เสียมิตรทางการเมือง ไม่ต้องทำให้เพื่อน เข้าใจผิดคิดว่าเอาใจออกห่างเหมือนเช่นที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ผมคิดดีแล้วว่าผมไม่อาจจะอยู่เฉยๆทำราวกับว่าผมไม่ใช่ผมไทย และประเทศไทยไม่ใช่ของผมไม่ได้ ผมรู้ว่าออกมาพูดเรื่องนิรทากรรมจะต้องถูกโจมตี ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่ผมก็ต้องพูด ต้องทำ และต้องมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาให้กับประเทศไทย ในฐานะที่เป็นคนไทย วาระเดียวที่ผมมีและเป็นวาระหลักในครั้งนี้คือ “ผมคิดถึงบ้านเมืองมากกว่าการเมือง”
การออกมาเดินเกมส์นิรโทษกรรมของเนวินในเวลานี้มีต้องถือว่าเป็นการพลิกเกมส์ของภูมิใจไทยเพื่อที่จะเตรียมเข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งหน้า โดยคาดว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนี้จะส่งผลให้ภาพลักษณ์ของนายเนวินและพรรคภูมิใจไทยดีขึ้นต่อคนทั้งสองสีไม่ว่าจะสีเหลืองหรือสีแดง ซึ่งถ้าการนิรโทษกรรมผ่านสภาและประกาศใช้จะทำให้พรรคภูมิใจไทยโดดเด่นขึ้นมาทันทีในการสร้างความปรองดองพร้อมไปกับการสร้างฐานมวลชนที่ผ่านการรณรงค์เรื่องนิรโทษกรรม นั่นจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ยอมไม่ได้อย่างแน่นอนที่จะให้พ.ร.บ.นิรโทษกรรมผ่านได้
เนวินเสนอ นิรโทษกรรมทุกสี (นาทีที่ 1.26 เป้นต้นไป ) (อ้างอิงจาก www.youtube.com)
แต่ไม่ว่าพ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะผ่านหรือไม่ผ่านสภาก็ต้องถือว่าพรรคภูมิใจไทยเล่นบทพระเอกเป็นอย่างมาก ซึ่งอย่างน้อยได้ภาพในสายตาหลายๆฝ่ายว่าพรรคภูมิใจไทยพยายามสร้างความปรองดองพร้อมกับช่วยเหลือทั้งเสื้อแดงและเสื้อเหลือง ยิ่งถ้าทำสำเร็จจะกลายเป็นการสร้างบุญคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ และอิทธิพลของภูมิใจไทยหลังจากนั้นอาจไม่มีใครหยุดได้ เพราะทุกคนจะตระหนักได้ว่าผลของพ.ร.บ.ฉบับนี้จะทำให้ทุกคนกลับมาเล่นตามบทที่ตนเองถนัดได้ง่ายขึ้น
การออกพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของภูมิใจไทยเวลานี้ประจวบเข้ากับสถานการณ์การตีจากทุกทิศทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์ จากเสื้อแดงเอง จากเสื้อเหลืองเอง รวมไปถึงผู้มีอำนาจที่แท้จริงเอง เนื่องจากที่ผ่านมาต้องถือว่ากลุ่มของนายเนวินแผ่อิทธิพลทั้งลึกและกว้างขวาง เสมือนหนึ่งว่ากำลังเป็นกลุ่มอำนาจใหม่ที่จับมือร่วมกันสองสีคือสีน้ำเงินของภูมิใจไทยและสีเขียวของกลุ่มทหารบางกลุ่ม นั่นทำให้ถูกหลายฝ่ายตีกันการเติบใหญ่ในครั้งนี้
นั่นทำให้การดำเนินการของพรรคภูมิใจไทยในหลายๆเรื่อง ตั้งแต่เรื่องการตั้งปลัดมหาดไทย รถเมล์เอ็นจีวี ขายข้าวของพาณิชย์ ต้องถูกยับยั้ง ดังนั้นพรรคภูมิใจไทยต้องผลิกเกมส์ใหม่ สร้างเกมส์ของตัวเองขึ้นมา การใช้เรื่องนิรโทษกรรมเพื่อทำให้เกิดกระแสในสื่อมวลชน ราวกับว่าเป็นการโยนหินถามทาง แต่ทว่าเป็นการปฏิบัติการเชิงรุกอย่างมีเป้าหมายชัดเจน โหมประโคมข่าวเต็มที่ ตั้งแต่เปิดตัวหนังสือ ทำไมต้องนิรโทษกรรม การออกรณรงค์เปิดโต๊ะล่ารายชื่อสนับสนุนพ.ร.บ.นิรโทษกรรม แม้ว่าในครั้งแรกที่เสนอออกมาจะโดนโจมตีจาก ปชป. จากเสื้อเหลือง พร้อมกับการปฏิเสธของแกนนำเสื้อแดง
แต่ไม่ได้ทำให้เกิดการเลิกราไป กลับยิ่งเดินหน้ารุกเต็มที่ พร้อมกับการได้พันธมิตรมาสนับสนุนอย่างพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ช่วงเวลานี้ใช้การเดินสายของเสธหนั่นสร้างความปรองดองไล่ตั้งแต่เข้าเยี่ยมนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ภายในเรือจำพิเศษกรุงเทพ จนล่าสุดที่ไปพบกับนายสินธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร
นับได้ว่าแผนนิรโทษกรรมเพื่อการปรองดองของเนวิน ชิดชอบที่ออกมาประโคมในช่วงที่ผ่านมาได้ผลในระดับที่น่าพอใจ ขณะที่การล่ารายชื่อ 3 แสนรายชื่อเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับระดับเนวิน ชิดชอบแล้ว ซึ่งมุ่งหวังในการดึงมวลชนเสื้อแดงและเสื้อเหลืองเข้ามาเป็นพวกให้ได้ ซึ่งเวลานี้การเป็นพรรคร่วมกับประชาธิปัตย์กลายเป้นของแสลงสำหรับภูมิใจไทยไปแล้ว ที่ไม่แน่วันข้างหน้าหลังจากจับมือกับพรรคชาติไทยพัฒนา นายเนวินอาจจะกลับมาจับมือกับพรรคเพื่อไทยก็เป็นไปได้

