โดย พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ
ในร้านกาแฟสีขาว-ดำ ชายคนหนึ่งกำลังกำลังนั่งอยู่ริมกระจก ท่ามกลางสายฝนในฤดูร้อน ถึงแม้แสงไฟในร้ายค่อนข้างขมุกขมัวไม่ต่างจากอากาศภายนอก แต่เขาก็ยังคงสวมแว่นดำ ที่ตัดกับผมยาวปะบ่าของเขา ผมร้องทักเขาเราชวนกันถึงสิ่งที่ผมเคยได้ยินเขาพูดถึง
John : “ผมว่าโลกเราวันนี้มันไปเกินกว่าขอบเขตของการมีศาสนา ผมไม่เชื่อว่าเราจะผูกขาดถึงความดี คุณธรรม หรือจริยธรรม”
ผม : “ผมคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งเขาให้ความคิดที่น่าสนใจ ผมบอกเขาว่าในทศวรรษหน้า คนจะเชื่อในเรื่องศาสนาน้อยลง ผมมีเพื่อนคนหนึ่ง เธอไปทำบัตรประชาชนใหม่และขอให้ที่สำนักงานเขตลบศาสนาออกจากบัตรประชาชน โดยเธอยืนยันว่าเธอไม่มีศาสนา”
John : “จริงรึ! ผมเพิ่งเห็น คนหนึ่งที่เขายืนประท้วงหน้าเมดิสัน สแควร์ใส่เสื้อสกรีนข้อความ “I’ m god of myself.”
ผม : “แต่รุ่นพี่ผมเขาบอกว่า เขาไม่เชื่อว่าอีกสิบปีข้างหน้าคนจะไม่มีศาสนามากขึ้น เขาบอกว่าคนจะมีแนวโน้มเป็นพหุศาสนามากขึ้น คือเลือกเชื่อศาสนามากกว่าหนึ่ง เลือกในสิ่งที่ตัวเองสนใจในหลักศาสนา เช่น เขาอาจจะเชื่อในUniversal loveแบบคริสต์ หลักความสงบแบบพุทธ เขาคิดว่าโดยแก่นแท้มนุษย์เขาเราบอกบางเกินกว่าที่จะไม่มีอะไรยึดเหนี่ยว”
John : “แนวคิดนี้น่าสนใจ แต่ผมได้ข่าวไม่ค่อยดีเกี่ยวกับประเทศของคุณ กับเรื่องที่ทะเลาะวิวาทกับประเทศเพื่อนบ้าน มันเกิดอะไรขึ้น”
ผม : “ผมเชื่อคุณนะจอห์น ผมไม่เชื่อว่าโลกแห่งนี้มีพรหมแดน มีแต่มนุษย์เท่านั้นแหล่ะที่ถือวิสาสะไปขีดเส้นแบ่งมันออกเป็นส่วนๆ ผมรู้สึกไม่ดีที่เกิดการปะทะทุกๆครั้ง เพราะทหารที่ต้องเสียชีวิต เขาไม่ใช่พวกที่ปลุกระดมให้รักชาติในทางที่ผิดเลย พวกที่มาประท้วงมาแล้วก็ไป แต่คนที่อยู่เดือดร้อนคือชาวบ้านในพื้นที่ เขาต้องพบกับความไม่ปลอดภัยในชีวิตที่ตัวเองไม่ได้ก่อ”
John : “มนุษย์เรานี่ก็แปลก ชอบครอบครองในสิ่งที่มันไม่ใช่ของเรา โลกไม่ใช่ของเรา เราต่างหากที่เป็นเพียงเศษส่วนหนึ่งของโลกใบนี้”
ผม : “ดูเหมือนประเทศของผมกำลังสับสน นอกจากความวุ่นวานภายนอกแล้ว พึ่งมีการปะทะกันในประเทศ มีคนตายจำนวนมาก ผมไม่อยากจะเชื่อจริงๆว่ามันจะเกิดขึ้นในเมืองหลวงที่เขาขนานนามกันเองว่าแสนศิวิไลซ์”
John : “ผมเสียใจกับทุกการสูญเสียที่เกิดขึ้นในประเทศคุณ ผมขออธิษฐานให้ประเทศของคุณเกิดภราดรภาพ คุณอาจจะคิดว่าผมฝันไป แต่ผมปรารถนาแบบนั้นจริงๆ”
ผม : “ผมขอบคุณคุณมาก และผมเชื่อว่าสันติสุขจะเกิดขึ้นกับที่ๆผมอยู่ ผมไม่เคยคิดเลยว่าคุณเป็นนักฝันที่เดียวดาย ถ้าหากมันมีโลกในแบบที่คุณพูดจริงๆ ผมขอเป็นคนหนึ่งที่ไปอยู่ด้วยคนนะ”
John : “แน่นอน ผมหวังว่าคุณจะมาอยู่ร่วมกับผมสักวันหนึ่ง แต่ผมต้องขอตัวก่อน ผมต้องไปแล้ว”
ผม : “ขอให้โชคดีจอห์น แล้วเราพบกันอีก”
John : “เช่นกัน”
เสียงแตรรถบนถนนที่แออัดทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ ในหูของผมยังคงมีหูฟัง ที่บรรเลงเพลง “Imagine” ซ้ำไปซ้ำมา พนักงานหยิบชาเอิร์ลเกรย์ที่ผมโปรดปรานมาเสิร์ฟ ที่นั่งฝั่งตรงข้ามผมว่างเปล่า ไม่มี John Lennon อยู่ที่นั่น!!
ดนตรีกำลังบรรเลง “You may say that I’m a dreamer .But I’m not the only one” ผมฝันไป แต่ผมคงไม่ใช่คนเดียวที่ฝันไปใช่ไหม?
(ขอขอบคุณ แรงบันดาลใจจากเพลง Imagine : John Lennon อัลบั้ม Imagine(1971)
