โดยก่อนหน้านี้ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ( INTUCH)เปิดเผยว่า ขอเรียนชี้แจงให้ท่านทราบว่า บริษัท ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ได้แจ้งให้ทางบริษัทฯ ทราบว่า บริษัท ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ จำกัด(ซีดาร์) ได้ดำเนินการขายหุ้นบางส่วนที่ถืออยู่ในบริษัทฯ เป็นจำนวน 253,500,000 หุ้น คิดเป็น ร้อยละ7.9 ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯ โดยขายให้แก่นักลงทุนไทยในสัดส่วนร้อยละ 60 และบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 40 ของจำนวนหุ้นที่ขาย

ภายหลังจากการขายหุ้นดังกล่าวเป็นผลให้ซีดาร์เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทฯ จำนวน 1,488,907,239 หุ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 46.44 ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทฯเพื่อให้สามารถตอบข้อซักถามหรือข้อสงสัยที่อาจมีขึ้นได้จากผู้ถือหุ้นรายย่อย ประชาชน หรือผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ
บริษัทฯ จึงได้สอบถามไปยังบริษัท แอสเพน โฮลดิ้งส์ จำกัด (แอสเพน)ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อีกรายหนึ่งของบริษัทฯ ว่ามีความประสงค์ที่จะขายหุ้นของบริษัทฯที่แอสเพนถืออยู่ด้วยหรือไม่ ทางแอสเพนได้แจ้งกลับมายังบริษัทฯว่าแอสเพนยังไม่มีแผนที่จะขายหุ้นของบริษัทฯ ในระยะเวลานี้และแอสเพนยังมีความมั่นใจในธุรกิจและผู้บริหารของบริษัทฯ
ข้อมูลของรอยเตอร์บ่งชี้ว่า ซีดาร์ โฮลดิ้งส์ถือหุ้น 42% ในชินคอร์ปก่อนการขายหุ้นดังกล่าว ทั้งนี้ ซีดาร์ โฮลดิ้งส์และเอสเพน ซึ่งอยู่ในเครือเทมาเส็ก จะยังคงถือหุ้นชินคอร์ปเกือบ 90% หลังจากการขายหุ้น
แต่รายงานล่าสุดแจ้งว่าเทมาเส็ก จัดการขายหุ้นจำนวน 169 ล้านหุ้น ที่ราคา 35.50 – 37.25บาทต่อหุ้น ผ่านการจัดการของมอร์แกน แสตนลีย์ โดยดีลนี้มีมูลค่าสูงถึง 5,980 ล้านบาท โดยนาย เจฟฟรีย์ แฟง โฆษกของเทมาเศ็กปฏิเสธการให้ข่าวใดๆทั้งสิ้นเกี่ยวกับดีลนี้
บริษัทเทมาเส็กเริ่มเป็นที่รู้จักของคนไทยหลังจากที่ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศขายหุ้นชิน คอร์ป ให้กับกลุ่มทุนดังกล่าว จนกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้กลุ่มต่อต้านทักษิณใช้เป็นเหตุผลในการล้มอำนาจในปี 2548 – 2549
ข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ
