Practical Report ตำรวจ-ทหาร ร้าวลึกคุมมวลชนหลากสีปะทะเสื้อแดงสีลม

หนังสือพิมพ์ข่าวสดรายงานว่า จากรายงานข่าวนายตำรวจถูกทหารใช้ปืนจี้ศีรษะระหว่างการเข้าจับกุมบุคคลที่สร้างความวุ่นวายในบริเวณแยกศาลาแดง นายตำรวจรายนี้คือ พ.ต.ท.ไกรศรี สุวรรณงาม รอง.ผกก.ป.สน.พระโขนง ซึ่งในคืนที่เกิดเหตุคือคืนวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ไกรศรี ได้ถูกสั่งการให้มากำกับดูแลกองร้อยควบคุมฝูงชน เพื่อป้องกันการปะทะระหว่างกลุ่มเสื้อแดง และกลุ่มเสื้อหลากสี ต่อมาในช่วงกลางคืน กลุ่มคนเสื้อหลากสีได้พยายามใช้เศษวัสดุขว้างปาใส่กลุ่มคนเสื้อแดง แต่เนื่องจาก ตำรวจตั้งแนวกันการปะทะอยู่ระหว่างกลุ่มคนทั้งสองฝ่าย ทำให้วัสดุต่างๆที่ขว้างปาโดนตำรวจเป็นส่วนใหญ่

พ.ต.ท.ไกรศรี ซึ่งได้ควบคุมการปฏิบัติอยู่ได้สังเกตเห็นบุคคลที่ใช้สิ่งของข้างปาใส่กลุ่ม เสื้อแดง จึงพยายามเข้ากับกุม เพื่อไม่ให้เกิดการขว้างปาสิ่งของใส่กันอีกกลุ่มคนดังกล่าวจึงวิ่งหนี กลับเข้าไปในแนวของทหารที่อยู่ด้านหลังกลุ่มคนสีลม พ.ต.ท.ไกรศรี ได้วิ่งติดตาม แต่ถูกทหารที่ถือปืนเอ็ม16 กั้นไม่ยอมให้เข้าจับกุม แต่พ.ต.ท.ไกรศรี ได้แหวกแนวทหารเข้าไป จนเมื่อมาถึงด้านหลังแนวทหาร ได้มีนายทหารสัญญาบัตร สวมหมวกและใส่แว่นตากันสะเก็ดระเบิด ได้เข้ามาประชิดตัว พร้อมชักปืนพกสั้นออกมาจี้ที่ศีรษะ พร้อมบอกว่าให้ออกไป คนเหล่านี้เป็นมวลชนของฝ่ายทหาร พ.ต.ท.ไกรศรี จึงแจ้งว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ก่อเหตุใช้สิ่งของขว้างปาขอเข้าจับกุม แต่นายทหารคนดังกล่าวก็ยังปฏิเสธไม่ยอม ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดต้องออกมาจากแนวทหาร

ตำรวจไม่สนแนวกั้นทหารไล่ทุบคนใส่เสื้อหลากสี
ในอีกด้านหนึ่งได้มีผู้โพสต์คลิปวิดีโอเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินแถวเข้าสลายมวลชนกลุ่มเสื้อหลากสีที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง แต่มวลชนได้วิ่งหลบหลังแนวทหาร แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังฝ่าการกันของเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปทุบตีมวลชนเสื้อหลากสีด้วย



นักข่าวภาคสนามรายงานข่าว แต่เปลี่ยนแอคเคาท์
นักข่าวภาคสนามท่านหนึ่งซึ่งรายงานข่าวสถานการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกปืนจี้ที่ศีรษะ ได้โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์ และถูกแกนนำเสื้อแดงนำข้อความบางส่วนไปปราศรัยบนเวทีซึ่งตนเห็นว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ข้อความล่าสุดที่โพสต์เป็นดังต่อไปนี้

เสร็จธุระแล้วคะกำลังรวบรวมข้อมูลที่ได้ทวิตตามtime line เมื่อคืนนี้เพื่อนำข้อเท็จจริงมายืนยันว่าเรื่องตำรวจทหารไม่เกี่ยวกับm79คะ

นักข่าวท่านนี้ได้เปลี่ยน account twitter โดยอ้างว่าควรใช้ชื่อจริงเพื่อแสดงความรับผิดชอบ หลังจากที่ก่อนหน้านี้โดนนักข่าวรุ่นใหญ่ท่านหนึ่งทวิตเตือนว่าต้องรายงานข่าวอย่างรอบด้าน มิฉะนั้นอาจถูกใช้ประโยชน์ได้

ที่มา – ส่วนหนึ่งรวบรวมจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด และอินเทอร์เน็ต