Practical Report ไทยกับประชาคมอาเซียน: ก้าวให้พ้นความเป็นรัฐชาติ

ในปี 2015ที่ประเทศไทยและประเทศสมาชิกจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนคงเป็นการเปลี่ยนแปลงอีกระดับของวงการรัฐศาสตร์ เพราะการที่รัฐหลายๆรัฐกำหนดนโยบายเศรษฐกิจร่วมกันถือเป็นความร่วมมือพิเศษที่เราในฐานะประชาชนจำเป็นต้องเข้าใจถึงการเเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

โดยการเกิดขึ้นของอาเซียนครั้งแรกเป็นผลมาจากการตกลงของผู้นำ 5 ประเทศได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย ได้ร่วมลงนามใน “ปฏิญญากรุงเทพ” (Bangkok Declaration) ณ วังสราญรมย์ กระทรวงการต่างประเทศ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1967

เนื่องด้วยบริบทในเวลาดังกล่าวเป็นช่วงสงครามเย็นการรวมตัวกันของอาเซียนจึงเป็นการรวมตัวในเรื่องด้านความมั่นคงเพราะหวั่นเกรงภัยจากคอมมิวนิสต์และความขัดแย้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน มากกว่าจะรวมตัวเพื่อหวังผลทางด้านเศรษฐกิจ แต่หลังจากสงครามเย็นสงบลง กระแสการค้าเสรีซึ่งเป็นหนึ่งในกระแสหลักของระเบียบโลกใหม่ (New World Order) และการปรากฏตัวของโลกาภิวัตน์ ปัจจัยดังกล่าวทำให้อาเซียนมีความจำเป็นในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จึงได้ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การรับสมาชิกเพิ่มเรื่อยมา จนถึงการที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015

ทฤษฎีที่มักหยิบมาใช้กันมากในการอธิบายการรวมตัวของรัฐซึ่งจะมี 5 ขั้นตอนด้วยกันโดยมากมักจะใช้ทฤษฎีของ เบลา บาลาซซา (Bela Balassa) มาเป็นตัวอย่างในการอธิบายปรากฏการณ์ในเวทีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กรณีอาเซียนที่เกิดขึ้น ผู้เขียนยกมาเพื่อให้เห็นภาพถึงโมเดลที่เป็นครรลองของการรวมตัวระหว่างรัฐทางด้านเศรษฐกิจ โดยส่วนใหญ่ เขาเน้น เขาใช้แนวคิดนี้มาอธิบายอย่างไรบ้าง

แนวคิด Integration หรือการบูรณาการทางเศรษฐกิจตามแบบ เบลา บาลาซซา (Bela Balassa)

1.เขตการค้าเสรี (Free Trade Area ) ได้แก่ รูปแบบการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่ทำการยกเลิกข้อจำกัดการค้าทางด้านปริมาณ (quantitative restriction) และภาษีศุลกากรระหว่างประเทศสมาชิก

2.สหภาพศุลกากร (Custom Union) เป็นรูปแบบของการค้าเสรีที่ทำการพิจารณาปรับปรุงการเก็บภาษีศุลกากรให้มีลักษณะเหมือนๆกันในระหว่างบรรดาประเทศสมาชิกของกลุ่ม เพื่อทำการเลือกปฏิบัติแก่ประเทศที่มิได้เป็นสมาชิก

3. ตลาดร่วม (Common Market)  ได้แก่ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่อยู่ในรูปแบบของการจัดตั้งสหภาพศุลกากร (Custom Union) และมีข้อตกลงให้ทำการยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตระหว่างประเทศที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม

4. สหภาพทางเศรษฐกิจ (Economic Union) ได้แก่ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจที่มีการพิจารณาถึงการดำเนินนโยบายทางด้านสังคม ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างประเทศที่เป็นสมาชิกของกลุ่ม

5. สหภาพเหนือชาติ (Supranational Union) ได้แก่ รูปแบบที่มีการรวมกันเป็นสหภาพทางเศรษฐกิจในระดับสูงที่สุด ซึ่งประกอบด้วยหลายชาติรวมกันเป็นชาติใหญ่ซึ่งมีอาณาเขตที่กว้างใหญ่ไพศาล โดยที่รัฐบาลของแต่ละชาติต่างยินยอมสละอำนาจอธิปไตยของตน เพื่อให้ส่วนรวมสามารถตัดสินใจกำหนดนโยบายร่วมกันได้

หากจะมองตามรูปแบบนี้ที่เห็นได้ชัดก็คือกรณี สหภาพยุโยป (EU) ซึ่งสามารถพัฒนาไปถึงขั้นที่ 4 คือ สหภาพทางเศรษฐกิจ (Economic Union) ส่วนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 นั้นน่าจะเข้าข่ายตลาดร่วม (Common Market) มากที่สุด แต่ก็ยังเป็นตลาดร่วมที่ยังไม่สมบูรณ์เพราะบางด้านก็ยังเปิดเสรีไม่เต็มที่ เช่นเรื่องแรงงาน การลงทุน เพียงแต่เปิดให้สะดวกมากขึ้นเท่านั้น

อีกทั้งในขั้นที่ 2 คือ สหภาพศุลกากร อาเซียนก็ได้ข้ามในขั้นตอนนี้มา ส่วนหนึ่งก็เพราะสภาพทางเศรษฐกิจของอาเซียนในแต่ละประเทศค่อนข้างแตกต่างกันพอสมควร อาเซียนจึงต้องเลือกอะไรที่สามารถทำได้ก่อน ซึ่งอาจจะไม่เป็นไปตามขั้นตอนตามทฤษฎีที่ได้ยกมา แต่ก็คงอยู่ในกรอบวิธีคิดดังกล่าว

ส่วนการที่จะเข้าสู่ขั้นที่ 5 สหภาพเหนือชาติ (Supranational Union) ได้นั้น ก็คงยากพอสมควร เพราะสุดท้ายในส่วนของรัฐแล้วมันคือการสละอำนาจของแต่ละรัฐทั้งหมดเข้าด้วยกันซึ่งในบริบทของอาเซียนนั้นประเทศส่วนใหญ่มีลักษณะแบบอำนาจนิยม  และในส่วนของประชาชนการสละซึ่งความเป็นชาติออกไปก็คงเป็นละเอียดอ่อนอย่างยิ่งซึ่งก็คงต้องใช้เวลายาวนาน

คำถามคือ เวลานี้ประชาชนในประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมรึยัง?

ภาพจาก ไทยรัฐ

เมื่อมีการรวมกลุ่มของอาเซียนเกิดขึ้นโดยทางรัฐเป็นผู้ริเริ่มโดยไม่ขอการตัดสินใจจากประชาชน แน่นอนก็จะต้องมีการเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ที่ยอมจะสละความเป็นชาติออกไป  ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมามีการใช้เครื่องมืออย่าง “รัฐชาติ” เพื่อผลประโยชน์ของรัฐหรือผู้ปกครองมาโดยตลอด ซึ่งรัฐชาติก็ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อยู่บ้างกับรัฐในระยะสั้นๆ แต่ก็มีผลกระทบระยะยาวที่ส่งผลต่อประชาชนเช่นกัน

โดยรัฐชาตินั้นเป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้งลงไปในกระบวนความรู้สึก “เป็นชาติ” ลงในองค์ประกอบของรัฐสมัยใหม่ (Modern State) ที่จะมีองค์ประกอบของรัฐ 4 อย่าง และ “ประชาชน” คือส่วนที่ถูกใส่ “ความเป็นชาติ” ลงไป

โดยการสร้างความรู้สึกความเชื่อว่าประชาชนทุกคนในรัฐชาตินั้นเป็นพวกเดียวกัน ยกตัวอย่าง เช่น ชาวโคราช ชาวเชียงใหม่ ชาวราชบุรี ชาวสุโขทัย หรือชาวอยุธยา  แต่เดิมก่อนที่ประเทศไทยจะมีความเป็นรัฐชาตินั้นก็จะมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นชาวโคราช ชาวเชียงใหม่หรือคนของชุมชนนั้นๆ แต่เมื่อมีการปลูกฝังความเป็นชาติแล้ว ทุกคนจะรู้สึกและเชื่อว่าตัวเองนั้นเป็นคนไทยเหมือนกันทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นคนจากจังหวัดไหนก็ตาม

สำหรับบทความนี้ เป็นการค่อยๆ เผยปมของแนวคิดที่คนส่วนใหญ่เอามาทาบทับกรอบความร่วมมือพหุภาคีของอาเซียน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ คนมักจะมองอาเซียนในแง่มุมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเสียมากกว่า แม้ว่าจะมี 3 เสาหลักสำคัญ เราไม่ได้บอกให้คุณเชื่อตามแนวคิดนั้น แต่คุณสามารถนำมาพิจารณาได้ว่า บางช่วง บางตอน ก็สามารถนำมาอธิบายได้ถึงการรวมตัวของสหภาพยุโรปที่ชัดเจนขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย สำหรับบทความหน้า จะค่อยๆ เผยให้เห็นถึงการรวมตัวของรัฐ ชาติ ในมุมที่กว้างขึ้น และตอบโจทย์สำคัญที่ว่า การรวมตัวระหว่างรัฐสำคัญอย่างไร ทำไมขอบเขตของรัฐชาติ จำเป็นต้องถูกทำให้มัน..บรรเทาเบาบางลง