บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานการเคลื่อนไหวเงินบาทในประเทศ (Onshore) สัปดาห์ นี้ (1-5 มิ.ย.) ว่า เงินบาทแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนก่อนลดช่วงบวกลงในช่วงปลายสัปดาห์เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นตามสกุลเงินในภูมิภาค การทะยานขึ้นของตลาดหุ้นไทยโดยมีนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิ และแรงเทขายดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าทะลุแนวต้านสำคัญที่ 34 บาทในช่วงกลางสัปดาห์ ขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน
อย่างไรก็ตามการแข็งค่าของเงินบาทถูกจำกัดโดยแรงซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่า เป็นการเข้าดูแลเสถียรภาพเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตลอดจนแรงขายเงินบาทเพื่อทำกำไรของนักลงทุนในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยจากความกังวลต่อความไม่แน่นอนของ สัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
แผนภูมิแสดงอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาและเงินบาทไทย (ยิ่งตัวเลขน้อยลงเท่าไหร่ยิ่งแสดงว่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์เท่านั้น), ที่มา – Yahoo Finance
สำหรับในวันศุกร์ เงินบาทอ่อนค่ามาที่ระดับประมาณ 34.18 (ตลาดเอเชีย) เทียบกับระดับ 34.29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (29 พ.ค.)
ในสัปดาห์หน้า (8-12 มิ.ย.) เงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 34.00-34.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยที่ต้องจับตา ได้แก่สัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของ ธปท. ทิศทางของตลาดหุ้น และการปรับตัวของสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่ทิศทางของเงินดอลลาร์สหรัฐอาจขึ้นอยู่กับการเปิดเผยเงื่อนไขของสถาบัน การเงินที่สามารถคืนเงินให้กับโครงการลดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของรัฐบาลสหรัฐ (TARP) ตลอด จนการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ อาทิ ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ สตอกสินค้าภาคค้าส่ง-ภาคธุรกิจเดือนเมษายน ยอดค้าปลีก ดุลการคลัง ดัชนีราคานำเข้า/ส่งออกเดือนพฤษภาคม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ จัดทำโดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกน เดือนมิถุนายน (ขั้นต้น) และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) ของธนาคารกลางสหรัฐ
กรณ์มอง ศก. ไตรมาสแรก -7.1% ต่ำสุดแล้ว
ในการสัมมนาประจำปี 2552 เรื่อง “โอกาส…ประเทศไทย” จัดโดยโครงการปริญญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม วันนี้ (5 มิ.ย.) นาย กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงเศรษฐกิจไตรมาสแรกที่ถดถอยติดลบถึงร้อยละ 7.1 ว่า น่าจะเป็นจุดต่ำสุด และจากนี้ไปการหดตัวจะลดลงไม่เท่ากับไตรมาสแรก
รมว.คลัง กล่าวว่า ยังหวั่นเศรษฐกิจต่างประเทศที่จะมากระทบไทย ดังนั้นรัฐบาลต้องหาแนวทางเข้าไปช่วยฟื้นเศรษฐกิจ เพราะเอกชนยังไม่พร้อมเดินหน้าลงทุน แต่จากกรณีปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐฯ โดยเฉพาะปัญหาสถาบันการเงินที่กำลังมีปัญหาทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องดูแลสถาบันการเงินและการพิมพ์ธนบัตรดอลลาร์ออกสู่ระบบเพิ่ม แม้จะทำให้ประชาชนมีเงินใช้จ่ายและส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยบ้าง แต่จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ส่งผลต่อเงินบาทแข็งค่า ซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกและเมื่อเศรษฐกิจโลกกลับมาฟื้นตัวจะทำให้ราคาน้ำมัน ขยับขึ้น มองว่าสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 85 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ปัจจัยสำคัญกระทบเศรษฐกิจของไทยจะมีทั้งอัตราแลกเปลี่ยนและปัญหาราคาน้ำมันแพง
นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า เมื่อรัฐบาลเริ่มเดินหน้ากู้เงิน 400,000 ล้านบาท และ พ.ร.บ.กู้เงินระยะยาวอีก 400,000 ล้านบาท เพื่อต้องการใช้เงินจากแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 จากเงินลงทุน 1.43 ล้านล้านบาท จะ ช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น แม้รัฐบาลจะมีอายุไม่ถึงปี หากรัฐบาลใดมาสานต่อคงต้องดำเนินการใช้เงินจากโครงการเดิมที่รัฐบาลปูทางไว้ เพราะมีความจำเป็นต้องใช้เงินผ่านโครงการดังกล่าว แม้การเมืองจะทำให้เศรษฐกิจสะดุด แต่ประชาชนอยากเห็นทุกรัฐบาลผลักดันโครงการลงทุนให้เดินหน้าต่อ
