Practical Report น้ำท่วมไทยกระทบกำไรบริษัทญี่ปุ่น

หนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศไทย คือ บริษัทอุตสาหกรรมสัญชาติญี่ปุ่นจำนวนมากที่มาเปิดโรงงานในประเทศไทย

ล่าสุดผลกระทบจากสายการผลิตที่ต้องหยุดลง ทำให้บริษัทหลายแห่งปรับผลการประเมินงบดุลประจำปีนี้แล้ว

บริษัทรายใหญ่ที่ได้รับผลกระทบได้แก่ โตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก เลื่อนการแถลงข่าวประเมินผลประกอบการณ์ประจำปีออกไป โดยระบุว่าต้องอาศัยเวลาปรับแก้ตัวเลขอีกครั้ง ในขณะที่อีกรายคือ แคนนอน ได้กระจายฐานการผลิตกล้องไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปรับลดตัวเลขผลกำไรประจำปีลงมา ส่วนบริษัท ไพโอเนียร์ ที่ทำเครื่องเสียงรถยนต์ก็เลื่อนการประกาศงบออกไปเช่นกัน นอกจากนี้บริษัทอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบยังมีโซนี่ นิคอน อิซูซุ

บริษัทญี่ปุ่นถือเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่มาตั้งฐานการผลิตในไทยนับ 3 ทศวรรษ และงบลงทุน (FDI) ของญี่ปุ่นในไทยมีมูลค่าถึง 1 แสนล้านบาทในปี 2010 โดยอุตสาหกรรมสำคัญคือ ยานยนต์ เหล็ก และเครื่องจักรอุตสาหกรรม เงินลงทุนจากญี่ปุ่นยังถือเป็นรายได้หลักของประเทศไทย โดยคิดเป็น 57% ของโครงการลงทุนทั้งหมดที่ได้รับการสนับสนุนจาก BOI

ตัวเลขการประเมินจาก SMBC Nikko ประเมินว่าอัตรากำไรเฉลี่ยของบริษัทญี่ปุ่นในตลาดหลักทรัพย์นิคเคอิ ที่ไม่รวมบริษัทด้านการเงิน จะลดลง 3.9% จากภาวะปกติ

Takahiro Sekio หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Credit Agricole CIB ในโตเกียว ระบุว่าในอดีตญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตมายังเอเชียเพราะค่าเงินเยนที่แข็งตัว ทำให้ตอนนี้ญี่ปุ่นเป็นประเทศในกลุ่ม G-3 (สหรัฐ, ยุโรป, ญี่ปุ่น) ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากน้ำท่วมในประเทศไทย

บริษัท Credit Agricole ในญี่ปุ่นประเมินว่าโตโยต้าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เมื่อเทียบกับบริษัทรถยนต์คู่แข่งจากอเมริกาอย่างฟอร์ดและจีเอ็ม เหตุเพราะ supply chain ของโตโยต้าอยู่ในเอเชียมากกว่า ถึงแม้ว่าในเบื้องต้นจะสามารถย้ายสายการผลิตบางส่วนไปยังสหรัฐและเม็กซิโกได้ก็ตาม

ที่มา Businessweek