Practical Report อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย พร้อมแค่ไหนสำหรับภูมิรัฐศาสตร์ของ “ทะเลทรายเกลือ”?

การจับตามองความเพลี่ยงพล้ำของบริษัทอุตสาหกรรมยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็น จีเอ็ม, ฟอร์ด หรือ ไครส์เลอร์ และหวังว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านและส่งต่ออุตสาหกรรมยานยนต์มายังเอเชีย และประเทศไทยอย่างง่ายๆ โดยไม่เตรียมพร้อมอะไรเลยนั้น ถือเป็นการมองโลกในแง่ดีมากเกินไป เพราะท่ามกลางการปรับตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก วันนี้ด้วยเหตุผลด้านพลังงาน และสิ่งแวดล้อม ทำให้เทคโนโลยียานยนต์กำลังก้าวข้ามมาสู่ยานยนต์แบบไฮบริดจ์ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการใช้พลังงานน้ำมันแบบดั้งเดิมและพลังงานไฟฟ้า ผ่านแบตเตอรี่ที่สามารถชาร์จใหม่ที่ให้พลังงานสูงได้ (high-power rechargeable battery)



โตโยต้าพริอุสรุ่น 2010 ยังใช้ แบตเตอรีแบบ นิคเกิล เมทัล ไฮไดรด์อยู่, ที่มา – Flickr by geognerd

การแปรรูปแบตเตอรีลิเทียม ไอออน

ปัจจุบันแม้แบตเตอรี่แบบ นิคเกิล เมทัล ไฮไดรด์ (NiMH) จะยังคงเป็นมาตรฐานทางอุตสาหกรรม และมีประสิทธิภาพของต้นทุนต่อหน่วยที่ดี จนทำให้แม้กระทั่งรถยนต์รุ่นพริอุสที่จะเปิดตัวในปี 2010 ของโตโยต้าก็ยังใช้แบตเตอรีประเภทนี้ก็ตาม แต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างแพงทำให้แบตเตอรี่ประเภท “ลิเทียม ไอออน” กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ และโรงงานหลายแห่งกำลังหาทางผลิตแบตเตอรี่ลิเทียม ไอออน สำหรับรถยนต์ในระดับอุตสาหกรรม หากเทคโนโลยีพร้อม บริษัทรถยนต์ก็พร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ



ภาพเซลล์แบตเตอรี่แบบลิเทียมไอออน, ที่มา – วิกิพีเดีย

การผลิตแบตเตอรีแบบลิเทียมไอออน นั้นจะใช้ลิเทียมที่สกัดได้จากสารลิเทียมคลอไรด์ (LiCl) ในการผลิต แต่แหล่งธรรมชาติของลิเทียมคลอไรด์ จะมีอยู่ใน “ทะเลทรายเกลือ” (Salar) ที่เกิดจากทะเลสาปน้ำเค็มตามธรรมชาติ เมื่อน้ำเค็มนั้นเกิดการระเหยเนื่องจากการเผาของแสงแดดนานวันเข้า ก็จะเกิดทะเลทรายเกลือขึ้น และโดยทั่วไปแล้วน้ำใต้ดินที่อยู่ด้านล่างทะเลทรายเกลือนั้นจะเป็นน้ำเค็ม ที่มีส่วนผสมของลิเทียม คลอไรด์ เป็นจำนวนมาก น้ำเค็มใต้ดินนี้เองจะถูกนำมาใช้ผลิตลิเทียม คลอไรด์ ซึ่งจะถูกนำมาทำปฏิกิริยากับโซดาแอช (Na2CO3) อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ได้ลิเทียม คาร์บอเนต (Li2CO3) เพื่อนำมาแปรรูปเป็นโลหะลิเทียม เพื่อนำมาทำเป็นขั้วคาโทดของแบตเตอรี

ปัจจุบันมีไม่กี่บริษัทที่มีความสามารถในการผลิตแบตเตอรีลิเทียมได้ ในญี่ปุ่นมีเจ็ดบริษัท, ในสหรัฐอเมริกามีสองบริษัท อีกสองในเกาหลี และอีกหนึ่งบริษัทในจีน บริษัทเหล่านี้ต้องพึ่งพาซัพพลายเออร์ที่มีน้อยรายลงไปอีก ในการผลิตส่วนประกอบที่่ใช้ในการทำแบตเตอรี ไม่ว่าจะเป็น ขั้วอาโนด, ขั้วคาโทด, ฉนวน และเกลืออีเล็กโทรไลติค โดยเฉพาะอย่างยิ่งขั้นตอนการผลิตเกลืออิเล็กโตรไลติคนั้นมีเพียงสองบริษัทในญี่ปุ่นที่ผลิตได้เท่านั้น บริษัทหนึ่งอยู่ในโอคายามา และอีกบริษัทอยู่ในโอซากา

ภูมิรัฐศาสตร์ของลิเทียม
แหล่งธรรมชาติของลิเทียมคลอไรด์อยู่ในอเมริกาใต้ถึง 70% ของที่มีทั่วโลก ในจำนวนนี้ประเทศชิลีเป็นแหล่งผลิตใหญ่ที่สุด โดยเฉพาะ The Salar de Atacama ที่อยู่ในทะเลทราย Atacama ที่นี่เป็นแหล่งเหมาะสมในการให้กำเนิดลิเทียมคลอไรด์ เพราะไม่เพียงแล้งฝน มีลมแรง มีความชื้นน้อย และยังมีอุณหภูมิสูงอีกด้วย (ทำให้น้ำในทะเลสาปน้ำเค็มระเหยไปได้ง่ายขึ้น)



ทะเลทรายเกลือที่เกิดขึ้นจากการงวดตัวลงของน้ำเค็มในทะเลสาปที่ The Salar de Atacama, ที่มา – Flickr by pixculture

ส่วนแหล่งธรรมชาติสำคัญอีกสองแหล่งคือ Salar de Hombre Muerto ในอาร์เจนตินา และ Salar de Uyuni ในโบลิเวีย แต่แหล่งผลิตลิเทียมสำคัญของโลกอยู่ในชิลี ในขณะที่โบลิเวียแม้จะมีลิเทียมคลอไรด์เป็นปริมาณมากที่สุดในโลก แต่ด้วยความไม่สมบูรณ์ของโครงสร้างพื้นฐาน และความยากลำบากในการเข้าถึงแหล่งทรัพยากรทำให้ยังมีปัญหาในการผลิตเชิงพาณิชย์ ส่วนในอาร์เจนตินามีขนาดทรัพยากรรองลงมาจากชิลี แต่บริเวณดังกล่าวมีความชื้นสูงกว่าในชิลี ในระยะเวลาอันใกล้นี้โบลิเวียยังขาดความสามารถในการพัฒนาแหล่งทรัพยากร ซึ่งต่างจากในชิลีที่ยังมีการลงทุนต่อเนื่อง ทำให้ชิลีกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ต่อไป

ผลกระทบกับอุตสาหกรรม
การที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังค่อยๆปรับมาใช้แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนแทน นิคเกิลฯ (และน่าจะมีความเป็นไปได้เชิงอุตสาหกรรมมากกว่า fuel cell) นั้น ด้วยเงื่อนไขจำกัดด้านทรัพยากร และความสามารถผนวกกับเทคโนโลยีจำเพาะในการผลิตแบตเตอรี่ จะทำให้ญี่ปุ่นซึ่งถือครองเทคโนโลยีการผลิต และชิลีที่เป็นเจ้าของเหมืองลิเทียมที่สำคัญที่สุดในโลก จะยิ่งทวีความสำคัญขึ้นทุกที



เปรียบเทียบแหล่งทรัพยากรธรรมชาติของลิเทียมทั้งสามแหล่งจากในสามประเทศ, ที่มา stratfor

การที่รถยนต์เริ่มเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีไฮบริดจ์กันมากขึ้น จะส่งผลให้การพึ่งพาน้ำมันของประเทศต่างๆลดลง เนื่องจากเราสามารถประจุพลังงานไฟฟ้าเก็บไว้ในแบตเตอรี่ได้ โจทย์ของปัญหาพลังงานจะขยับมาอยู่ที่ พลังงานไฟฟ้าของประเทศแทน ซึ่งสำหรับประเทศไทยแม้ว่าในระยะกลางยังคงสามารถพึ่งพาพลังงานก๊าซธรรมชาติ ทั้งจากแหล่งก๊าซในอ่าวไทยและจากประเทศพม่าได้ แต่ในระยะยาวจำเป็นจะต้องคำนึงถึงแหล่งพลังงานชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่นพลังแสดงอาทิตย์ พลังงานลม ตลอดจนพลังงานนิวเคลียร์ในที่สุด



ปริมาณยานยนต์จากค่ายรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ที่ผลิตรถยนต์แบบไฮบริดจ์ออกมา, ที่มา – Advanceautobat

สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย หากต้องการขยับชั้นจากเพียงผู้รับจ้างผลิต ผู้ประกอบชิ้นส่วน หรือผู้ค้าอะไหล่ จำต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนผ่านของด้านเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมยานยนต์ จำต้องร่วมมือกับภาครัฐ และหน่วยงานวิจัยระดับชาติ จัดตั้งศูนย์ยุทธศาสตร์ยานยนต์แห่งชาติ เพื่อกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดของโลก จะมีส่วนในการพัฒนาหรือเข้าถึงการผลิตแบตเตอรีลิเทียมไอออนอย่างไร การพัฒนาหุ้นส่วนความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์กับญี่ปุ่นในฐานะเจ้าของเทคโนโลยี และชิลีในฐานะเจ้าของเหมืองลิเทียม ซึ่งในปัจจุบันที่ไทยมีเงินทุนส่วนเกินเก็บรักษาไว้เป็นจำนวนมากจะนำออกมาใช้ประโยชน์เพื่อสร้างความได้เปรียบและการลงทุนระยะยาวในด้านนี้ได้อย่างไร

กล่าวโดยสรุป อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะต้องคาดการณ์ความเปลี่ยนแปลงในอนาคตและสร้างยุทธศาสตร์เชิงรุก มิใช่เชิงตั้งรับ หรือต่างคนต่างทำดังที่เคยเป็นมา.

  • http://bankny.multiply bankny

    คุณแพรวมาไง หว่า :)

    อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ตั้งรับอย่างที่ว่า อย่างเดียวครับ .. หนีไม่พ้นการเมือง

    เรื่อง แร่ เรื่องเหมืองในไทย ล่าสุดเห็นจะเป็นประเด็นเรื่องเหมืองโปแตส (P) ในแถบอีสาน ที่ชูเรื่องทำปุ๋ย ว่าเกษตรกรจะได้ใช้ปุ๋ยถูก แต่ธาตุอาหารของพืช มันก็ต้องมี N และ K ด้วย …

    ไม่แน่ใจว่ามีข่าวหรือบทความเรื่องนี้หรือยังครับ น่าสนใจเหมือนกันนะครับ เพราะมีผลกระทบเยอะเหมือนกัน

  • http://bankny.multiply bankny

    prius ในรูปสวยดีนะครับ ตอนแรกนึกว่า new spacewagon

  • Maew Naam

    น่าสนใจมากค่ะ ขอบคุณทั้งผู้เขียนสำหรับบทความดีๆ และSIUสำหรับความนำสมัยเสมอจริงๆ
    พอดีอยากรู้เรื่องลิเทียม พอgoogleปุ๊บ ก็เจอSIUปั๊บ อ่านแป๊บก็เห็นภาพเลยล่ะค่ะ

    ขอมารวมสิ่งที่เจอเพิ่มเติมมาไว้ในที่เดียวกันนะคะ
    MTEC ความหวังไทย สู้ๆ http://www.vcharkarn.com/vnews/152842

    บริษัท Toyota ร่วมบริษัทจากออสเตรเลีย ลงทุนทำเหมืองแร่ลิเทียมในอาร์เจนตินา คาดเปิดดำเนินการได้ปี 2555

    เจ้านี้กำลังขยายตัว http://www.thaipr.net/nc/readnews.aspx?newsid=00B323362352EE98F43E2DD1990816B5