Practical Report การบินไทยปรับแผน ตั้ง “ไทยวิงส์” (Thai Wings) แทน “ไทยไทเกอร์”

หลังการบินไทยประกาศจับมือกับไทเกอร์แอร์เวย์ของสิงคโปร์ ตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ “ไทยไทเกอร์แอร์เวย์ส” แต่ก็ประสบปัญหาอย่างมากทั้งในแง่การเมืองระดับชาติ และการเมืองภายในบริษัทการบินไทยเอง ที่จะต้องชนกับ “นกแอร์” สายการบินต้นทุนต่ำที่การบินไทยร่วมหุ้น (อ่านบทสัมภาษณ์พาที สารสิน ซีอีโอของนกแอร์)

การบินไทย Thai Airways

ทางการบินไทยจึงแก้เกมโดยเตรียมเปิดสายการบินต้นทุนต่ำอีกสาย ซึ่งเป็นการลงทุนของการบินไทยทั้งหมด โดยไม่ร่วมทุนกับสายการบินอื่น ใช้ชื่อว่า “ไทยวิงก์” (Thai Wings) ซึ่งแผนงานผ่านการอนุมัติจากบอร์ดการบินไทยแล้ว

นายอำพน กิตติอำพน อดีตเลขาธิการสภาพัฒน์ฯ และประธานกรรมการ บริษัทการบินไทย เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า บอร์ดได้อนุมัติให้บริษัทการบินไทยจัดตั้งสายการบินต้นทุนประหยัด(บัดเจท แอร์ไลน์) ไทย วิงส์ เพื่อขยายฐานลูกค้าระดับกลางและล่าง รวมถึงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดที่สูญเสียให้กับคู่แข่งเป็นระยะเวลากว่า 2 ปี

สายการบินไทย วิงส์ การให้บริการบนเครื่องจะมีมาตรฐานเดียวกับพนักงานต้อนรับการบินไทย แต่ใช้วิธีการเอ้าซอร์สจากบริษัทวิงสแปน เซอร์วิสเซส รวมถึงการใช้กัปตันการบินไทยที่เกษียณอายุ ไม่เกิน 65 ปี ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการบริจัดการถูกกกว่าการบินไทย

ด้านการจัดหาเครื่องบิน ใช้วิธีการเช่าเครื่องการบินไทย เบื้องต้นใช้เครื่องแอร์บัส 737 ความจุ 150 ที่นั่ง จำนวน 5 ลำ อยู่ระหว่างการเพิ่มเติมอีก 2 ลำ ซึ่งระยะ 3 ปี ไทย วิงส์ มีแผนการขยายฝูงบิน จำนวน 10 ลำ เพื่อรองรับการให้บริการเส้นทางบินในภูมิเอเชีย และเส้นทางในประเทศ ทุกเส้นทางที่คู่แข่งเปิดให้บริการ

“บริษัทจำเป็นต้องปรับแผนธุรกิจให้อยู่รอด เพื่อเพิ่มกำไรและรายได้ ซึ่งมองว่ากำไรที่ได้ 1.5 หมื่นล้านบาท ควรได้มากกว่านี้ ถ้าไม่สูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดไป และการตั้งไทย วิงส์ ถือเป็นแผนที่เตรียมรองรับไว้ ในกรณีที่ไม่สามารถเปิดให้บริการไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์สได้ทันตามกำหนดสัญญา ” นายอำพน กล่าว

อย่างไรก็ตามบอร์ดได้เห็นชอบให้การบินไทย ต่อสัญญาร่วมทุนกับสายการไทเกอร์ แอร์เวย์ส จัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ) ไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 31 พ.ค.นี้ ออกไปอีก 3 เดือน โดยครบกำหนดเวลาอีกครั้งเดือนส.ค. เพื่อรอการอนุมัติตามกฎหมายจากกระทรวงคมนาคม

นายอำพน กล่าวว่า การขยายธุรกิจในครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องขออนุมัติจากกรมการบินพลเรือน เพราะถือเป็นการแตกแบรนด์ของการบินไทย เส้นทางและไลน์เซ่นต์ของการบินไทย โดยเบื้องต้นคาดว่างบประมาณการลงทุนไม่สูงมากนัก และคาดว่าสามารถคืนทุนได้ภายในปีแรกที่เปิดให้บริการ

ข้อมูลจาก โพสต์ทูเดย์

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า สายการบินนี้อาจใช้ชื่ออื่นๆ เช่น Thai Fly หรือ Thai Silk ได้ โดยต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง

ส่วนโครงการจัดตั้งไทยไทเกอร์จะต้องยืดเวลาออกไปอีกสามเดือน และเป็นไปได้สูงว่าอาจยกเลิกแผนนี้ในที่สุด