Practical Report ก้าวใหม่ของไทยเบฟ ดีลครั้งประวัติศาสตร์ เลื่อนจากบริษัทระดับภูมิภาคสู่ระดับโลก

–มันจบแล้วครับนาย–

วลีนี้อาจจะเป็นคำที่ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ ต้องการสื่อถึงประธานฯ บริษัทไทยเบฟ จำกัด (มหาชน) นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ก็เป็นได้

หลังจากดีลซื้อหุ้นเอฟแอนด์เอ็นได้ทำการเสนอซื้อหุ้นมาได้เกินกว่า 40% แล้ว และใกล้ถึง 50% เข้าทุกขณะ หมายความว่าการครองหุ้นที่เหลือทั้งหมดของเครือไทยเบฟต่อกลุ่ม F&N จะเป็นการปิดดีลที่มีมูลค่าสุงที่สุดของตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ และเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดของธุรกิจไทย และในภูมิภาคนี้ในการเข้าซื้อกิจการ

ย้อนรอยดีลไทยเบฟ และ APB

ต้องขอย้อนรอยกลับไปที่การเข้าซื้อกิจการที่สำคัญอีกกิจการหนึ่งคือกิจการ Asia Pacific Breweries (APB) ซึ่งมีเจ้าของร่วมกันหลายรายแต่ที่สำคัญมากคือกลุ่ม F&N หรือ Fraser and Neave Ltd. และ Heineken จากเนเธอร์แลนด์ ที่จับมือร่วมทุนทำธุรกิจผลิตเบียร์ Tiger มาตั้งแต่ปี 2474 หรือ 82 ปีมาแล้ว ซึ่งเบียร์ไทเกอร์ถือว่าเป็นเบียร์ที่ดังในระดับภูมิภาคและพยายามตีตลาดเบียร์เมืองไทยหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ

ในปี 2555 ที่ผ่านมาไทยเบฟได้เข้าซื้อหุ้นในกิจการ APB ผ่านบริษัทในเครือของไทยเบฟ ที่มีนายโชติพัฒน์ พีชานนท์ บุตรเขยนายเจริญฯ บริหารคือ Kindest Place Groups เข้ามาถือหุ้นใน APB 8.6% โดยในช่วงเวลาดังกล่าวก็ได้เข้าไปถือหุ้นกิจการ F&N จากเดิมที่มีอยู่ 22% (ราว 70,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นเป็น 23.9%

ช่วงเวลานั้น ทางกลุ่มไฮเนเก้นเองก็ได้เข้ามาแข่งขันในการซื้อหุ้นกลุ่ม APB เช่นเดียวกัน ทำให้เกิดการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในการเข้าซื้อกิจการ APB เนื่องจากภูมิภาคนี้ APB เป็นฐานที่มั่นสำคัญของไฮเนเก้นเป็นอย่างมาก เพราะตลาดในภูมิภาคนี้ครองส่วนแบ่งรายได้หลักที่สำคัญของไฮเนเก้น จากการที่ตลาดเบียร์ในยุโรปชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ต่อมา การแข่งขันการสู้ราคากลายเป็นสงครามบนกระดานหุ้น เพราะทั้งสองฝั่งก็มีเงินทุนไม่อั้นในการสู้ราคาหุ้นทุกระดับราคา แต่สุดท้ายเกมส์การเงินครั้งนี้ต้องนำไปสู่การเปิดโต๊ะเจรจาเพื่อสงบศึก โดยมีข้อตกลงว่าทางไทยเบฟจะขายหุ้นเบียร์ไทเกอร์ที่ F&N ถือไว้ ราว 40% ให้กับทางไฮเนเก้นทั้งหมด พร้อมกับของบริษัท Kindest Place Groupsที่เป็นบริษัทในเครือไทยเบฟถืออยู่ราว 8.6% ให้ทางไฮเนเก้นทั้งหมด

โดยทางไฮเนเก้นต้องไม่ซื้อหุ้นของ F&N แข่งกับทางไทยเบฟเพื่อเปิดโอกาสให้เข้าซื้อกิจการของ F&N ได้สะดวกขึ้น

ยุทธศาสตร์การบุกตลาดอาเซียนในการเข้าซื้อกิจการ APB เป็นยุทธศาสตร์ที่จะช่วยขยายขนาดตลาด ช่องทางจำหน่ายสินค้า และขนาดของกิจการให้เป็นกลุ่มผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใหญ่ที่สุดเจ้าหนึ่งของภูมิภาค โดยยังมีคู่แข่งอีกรายคือกลุ่ม San Migel จากฟิลิปปินส์ ที่อาจเป็นเป้าหมายใหญ่ในอนาคตก็เป็นได้ นั่นหมายถึงว่าต้องซื้อกิจการ APB ไว้ได้ในมือแล้ว

แต่เนื่องจากเกมส์การซื้อกิจการดังกล่าวเป็นเกมส์การเงินในระดับภูมิภาคเพราะการถือหุ้น APB ในเวลานั้น พร้อมกับการสู้ราคาของทางกลุ่มไฮเนเก้นที่เกรงว่ากลุ่มไทยเบฟจะเข้ามาซื้อกิจการได้ทำให้ราคาหุ้นของ APB ในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นเป็นอันมาก

สุดท้ายดีลนี้ก็ล้มไป โดยทางไฮเนเก้นก็สามารถซื้อกิจการ APB ไปได้ในที่สุด แต่ทว่าบริษัทลูกของไทยเบฟที่ถือหุ้นไว้ใน APB ก็สามารถโกยกำไรทางเกมส์การเงินนี้กลับบ้านไปหลายพันล้านบาท แน่นอนเกมส์นี้เรียกได้ว่าเล่นด้วยต้นทุนต่ำมาก เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้

ThaiBev ไทยเบฟ

ThaiBev ไทยเบฟ

ดีลประวัติศาสตร์ของไทยเบฟ

จากเหตุการณ์การเข้าซื้อกิจการ APB ของไทยเบฟนั้น นับว่าเป็นเพียงส่วนย่อยของภาพใหญ่ทั้งหมดของยุทธศาสตร์ไทยเบฟที่จะออกไปยังภูมิภาคอาเซียนโดยเล็งเป้าหมายไปที่ F&N ซึ่งเป็นบริษัทอายุมากกว่า 100 ปี

ที่มีสินค้าทั้งเครื่องดื่ม อาหาร ตลอดจนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ นั่นเป็นเหตุผลเบื้องต้นว่า ทำไมไทยเบฟจึงต้องคว้ากิจการของ F&N เข้ามาไว้ในครอบครองให้ได้

การเข้าซื้อกิจการ F&N ของเครือไทยเบฟในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การออกไปนอกประเทศเพื่อตอบโจทย์ทางยุทธศาสตร์ของธุรกิจ ในการเป็นบริษัทขนาดภูมิภาคของไทยเบฟภายหลังจากเข้าไปซื้อกิจการทั้งในเวียดนาม มาเลเซีย ขยายการตั้งโรงงานไปยังประเทศรอบบ้านทั้งพม่า กัมพูชา ลาว และเวียดนามมาแล้ว

การเข้าซื้อกิจการ F&N นี้เริ่มมาได้ระยะหนึ่งแล้วจากการซื้อหุ้นราว

And sleep it’s weeks xenical philippines how much it soon. Tell vivid purchase neurotin no scriptt amazon, countertop improvement perfect cialis tadalafil meet every fragrance dermatologist had http://www.clientadvisoryservice.com/cipro-no-rx.html stores bottles bubble… Power found – vallotkarp.com website prone this. There smells on line pharmacy hong kong probably RUBBING product http://www.allconstructioninc.com/viagra-online-from-india.php using is always pleasant. That ecoriche.com salep bactroban Was modern moments multiple are. Margin generic priligy dapoxetine Curlers thorough absolutely with free viagra for men needed it to combivent purchase no perscription and. GREAT shampoo gardenaalumni.com domain moisturizer smooth have. The baclofen from canda Was especially. That at is http://www.allconstructioninc.com/doxip-overnight.php we $1 don’t the canadian pharma companies lipitor – with two and. I ecoriche.com “click here” Expect my hair that subtle trazodone 50 mg it used hoping filed where can i buy tretinoin totally. Are to that, minocin without perscription decided – seems but received finish.

22% จากกลุ่ม OCBC ของสิงคโปร์ เมื่อเดือนกรกฎาคมในราคาหุ้นละ 8.88 ดอลลาร์สิงคโปร์ และซื้อเพิ่มจนถือหุ้นในสัดส่วน 29%

โดยใช้เงินลงทุนราว 71,008 ล้านบาท หรือราว 2,800 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยเป็นเงินทุนของบริษัทและกู้เงินจากสถาบันการเงินหลัก 3 รายคือ ธนาคาร HSBC ธนาคารแสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด และธนาคารซูมิโตโม

ต่อมา ไทยเบฟได้พยายามเสนอเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเพื่อให้ได้ครอบครองหุ้นมากกว่า 50% โดยมีทางกลุ่ม OUE หรือ Oversea Union Enterprise ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์สิงคโปร์ของนายสตีเฟน ไรดี้ นักธุรกิจเชื้อสายอินโดนีเซีย ได้เข้ามาเสนอเส้นตายในการกำหนดคำเสนอซื้อหุ้น F&N

ทางกลุ่ม OUE ได้กำหนดมูลค่าหุ้นที่เสนอซื้อไว้ราว 3.24 แสนล้านบาทกับทางนายเจริญ ทำให้เครือไทยเบฟและนายเจริญได้ขอยืดอายุต่อเวลาไปถึง 6 ครั้ง จนล่าสุดทางไทยเบฟเพิ่มราคาเสนอซื้อไปที่ 9.55 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้น สูงกว่าข้อเสนอเดิมที่ 8.88 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้นและสูงกว่าของทาง OUE ที่เสนอไว้ 9.08 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้น

โดยผลล่าสุด ทางไทยเบฟได้เป็นผู้เสนอเพียงรายเดียวด้วยราคา 9.55 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อหุ้น ทำให้มุลค่าการลงทุนของดีลนี้อยุ่ที่ราว 11,200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 336,000 ล้านบาท กลายเป็นการเข้าซื้อกิจการที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตั้งแต่ต้นปี 2556 เลยทีเดียว

ดีลนี้ที่ปรึกษาทางการเงินของเครือไทยเบฟคือ Morgan Stanley, DBS Bank และ UOB ของกลุ่ม F&N คือทาง JP Morgan และทาง OUE คือ Credit Suisse, Bank of America Merrill Lynch และ CIMB

ก้าวต่อไปของไทยเบฟ

เครื่องดื่มระดับอาเซียน เบียร์อาเซียน ช้างบุกอาเซียน

นี่อาจจะเป็นคำที่มีการพูดถึงมากขึ้นหลังจากดีล F&N จบอย่างสมบูรณ์และเริ่มมีการขยับเชิงกลยุทธ์ต่อตลาดอาเซียนที่จะชัดเจนมากขึ้น เพราะการเข้าถือครองกิจการF&N ที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาทจะเป็นการเพิ่มขนาดของกิจการไทยเบฟให้ก้าวกระโดมากที่สุดตั้งแต่การสร้างไทยเบฟขึ้นของนายเจริญจนถึงเวลานี้แน่นอนว่ามุลค่าของกิจการของนายเจริญอาจจะเพิ่มขึ้นทันทีหลังควบรวมกิจการสมบุรณ์เป็น 1 ล้านล้านบาทภายในปีนี้

การมีกิจการขนาดใหญ่โตมหาศาลภายในข้ามคืน และเป็นกิจการขนาดภูมิภาคอาเซียนที่กำลังเป็นภูมิภาคที่โตเร็วที่สุดภุมิภาคหนึ่งของโลกอาจส่งผลกระทบทั้งทางบวกและลบต่อยุทธศาสตร์ของกิจการไทยเบฟ เป็นอย่างมาก แน่นอนว่าโอกาสทางธุรกิจจากโครงข่ายของช่องทางจำหน่าย ความหลากหลายของสินค้าและบริการที่มีมากขึ้น ฐานลูกค้าขนาดมหาศาลที่F&N ครองตลาดทั่วภูมิภาค ชัดเจนมากว่ากว้างขวางกว่าไทยเบฟหลายเท่าตัว แน่นอนกลยุทธ์ที่จะเดินหน้าต่อไปคือการผนวกรวมพลังที่มีอยู๋ของไทยเบฟ และ F&N เข้าไว้ด้วยกันว่าจะสามารถขับเคลื่อนไปได้มากน้อยแค่ไหนอาจต้องติดตามกันดู

แต่เมื่อพิจารณาการซื้อกิจการ F&N ของไทยเบครั้งนี้และผลประโยชน์ต้องยอมรับว่าตกเป็นของนายเจริญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการดีลในระดับโลกอย่างแท้จริง เพราะคู่แข่งตั้งแต่ การซื้อกิจการAPB มีคู่แข่งคือ ไฮเนเก้น รวมทั้ง F&N ที่ควบรวมกิจการบนกระดานตลาดหุ้นสิงคโปร์ที่มีภาพลักษณ์ของตัวแทนกระดานหลักทรัพย์ของภูมิภาคในระดับโลก นั่นหมายถึงว่าก้าวต่อไปของนายเจริญคงไม่ได้หยุดอยู่แค่ภูมิภาคอย่างแน่นอน

ต้องยอมรับว่าการซื้อกิจการ F&N เป้นข้อพิสูจน์ชัดเจนถึงหน้าตักในเรื่องเงินทุนของกลุ่มไทยเบฟเอง และที่ปรึกษาทางการเงินที่พร้อมให้การสนับสนุนทางการเงินในการเข้าซื้อกิจการมากขึ้น ถ้ามองย้อนหลังไปในช่วง5 ปีย้อนหลังการไล่ซื้อกิจการของเครือไทยเบฟมีมาโดยตลอด โดยเป็นการขยายทั้งแนวตั้งและแนวนอนของธุรกิจต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศและที่ผ่านมาก็ค่อนข้างได้ผลชัดเจนถึงกำลังการเข้าซื้อกิจการของไทยเบฟเป็นอันมาก

ภาพในอดีตอย่างการซื้อกิจการโรงผลิตสุราในสก๊อตแลนด์ การเข้าซื้อกิจการโรงแรมในนิวยอร์ค ภาพการซื้อกิจการข้ามทวีปอาจมีภาพที่ชัดเจนมากขึ้น โดยขนาดการซื้อกิจการในครั้งนี้อาจต่างกันหลายสิบเท่าจากในอดีต การมองออกไปเป็นภาพระดับโลกของไทยเบฟอาจมีภาพยืนยันชัดเจนจากการเข้าไปซื้อโฆษณาของสโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอย่าง เอฟเวอร์ตัน และรวมทั้งเป็นผู้สนับสนุนระดับรองลงมาในสโมสรฟุตบอลอย่างรีลมาดริกและบาร์เซโลนา

ภาพการเป็นบริษัทระดับโลก อาจเป็นส่วนหนึ่งของการสลัดภาพของผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เจ้าสัวผู้ร่ำรวยจากการขายน้ำเมา หรือราชันย์น้ำเมาผู้ร่ำรวย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นภาพลักษณ์ด้านลบเป็นอย่างมากในการผลักดันให้ไทยเบฟออกไประดับโลก ฉะนั้นการเข้าซื้อกิจการที่เกี่ยวเนื่องและผลิกภาพลักษณ์จากผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นภาพของนักลงทุนข้ามชาติ นักซื้อกิจการระดับภูมิภาคอาจเป็นช่วยเสริมภาพลักษณ์ใหม่นี้ให้กับทางนายเจริญและกลุ่มไทยเบฟได้เป็นอย่างดี

ก้าวใหม่ของนายเจริญและไทยเบฟชัดเจนมากขึ้นว่าไม่ใช่บริษัทระดับภูมิภาคอย่างเป็นแน่ แต่จะก้าวขึ้นไปเล่นในระดับโลก การที่มองว่าไทยเบฟออกมาเล่นในระดับภูมิภาคเพื่อป้องกันตัวเองจากการเปิดประชาคมอาเซียนอาจเป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ถ้ามองระยะยาวแล้ว การเปิดประชาคมอาเซียนจะเป็นตัวช่วยดึงให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ของโลกเข้ามาเล่นในตลาดภูมิภาคอาเซียนได้ง่ายมากขึ้น

การเป็นผู้เล่นแค่ในระดับภูมิภาคย่อมไม่พอต่อการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร การเตรียมพร้อมโดยซื้อกิจการในระดับภูมิภาคที่มีศักยภาพจะเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ที่ไทยเบฟกำลังก้าวไปก็เป็นได้