Practical Report มุมมองด้านความรุนแรง และสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย จาก ศ. ฮิลลารี่ ชาร์ลส์เวิร์ธ และ ดร. ทีเรลล์ ฮาเบอร์คอร์น

นี่เป็นตอนที่ 3 ของสถานการณ์เมืองไทยในวิกฤติ (Thailand in crisis) ซึ่งเป็นรายการชุด นำเสนอโดยวิทยาลัยเอเซียและแปซิฟิก มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (The Australian National University) ณ กรุงแคนเบอร์ร่า

สำหรับตอนนี้ นิโคลัส เฟร์เรลลี่ ผู้ดูแลเว็บไซต์นวมณฑล (หรือ นิวแมนเดลา – New Mandela) และ ศ. ฮิลลารี่ ชาร์ลส์เวิร์ธ กับ ดร. ทีเรลล์ ฮาเบอร์คอร์น จะมาอภิปรายเรื่องความรุนแรง สิทธิมนุษยชน และกฎหมายระหว่างประเทศ ในบริบทของเหตุการณ์ความรุนแรงในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา ในช่วงท้ายของรายการ ดร. แอนดรูว์ วอล์เกอร์จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับการเกษตรและการพัฒนาในเขตชนบทของภาคเหนือ

ดร. ทีเรลล์ ฮาเบอร์คอร์นเป็นนักวิจัยประจำคณะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและสังคมของ ANU นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรุนแรงทางการเมือง สิทธิมนุษยชน และอื่นๆ ดร. ทีเรลล์ ยังให้ความเห็นว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั่วประเทศในช่วง 2510 มีความรุนแรงไม่แพ้กับกรณี 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 แต่อ่างใดเลย รัฐบาลในยุคนั้นยังให้เหตุผลเรื่อง “ภัยต่อสังคม” ในการควบคุมตัวโดยไร้เหตุผล และตัวเลขการควบคุมผู้ต้องขังด้วยเหตุผลนี้ก็มีสูงมาก (นสพ. ท้องถิ่นให้ตัวเลข 60,000 คน) ปัญหาในลักษณะการละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นนี้ยังครอบคลุมมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน รวมถึงรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ด้วย

ดร. ทีเรลล์ ยังได้พูดถึงปัญหาการใช้ พรบ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ ดำเนินการกับ คุณจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการ เว็บไซต์ประชาไท ซึ่งอาจได้รับโทษจำคุก 50 ปี ด้วยเหตุผลที่ไม่ลบความเห็นผู้โพสต์ความเห็นที่กระทบต่อสถาบันฯ ได้เร็วพออีกด้วย ความเห็นของเธอคือรัฐบาลจะต้องยุติการปิดกั้นเว็บไซต์ เปิดเผยข้อมูลรายชื่อของผู้ถูกควบคุมตัวจาก พรก. ฉุกเฉิน และการดำเนินการสอบสวนของคณะกรรมการอิสระ ว่าอิสระมากน้อยเพียงไร



หมายเหตุ
SIU เห็นปฏิกิริยาจากสื่อต่างประเทศต่อปรากฎการณ์ 19 พฤษภาคม 2553 ที่น่าสนใจจากสื่อและผู้สังเกตุการณ์จากต่างประเทศ จึงนำมาเสนอตามมุมมองของแต่ละสำนัก ที่ผ่านมา SIU ได้เผยแพร่บทความดังต่อไปนี้

  • ครั้งแรกเป็นมุมมองค่อนไปทางซ้ายจากสื่อในประเทศเยอรมนี
  • ครั้งที่สองเป็นการนำเสนอบทความจากนักวิเคราะห์ด้านความสัมพันธ์ต่าง ประเทศ จากองค์กรคลังความคิดที่มีอิทธิพลกับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา
  • ครั้งที่สามเป็นการนำเสนอมุมมองจากนักวิชาการของออสเตรเลีย ที่เคยเข้ามาทำงานวิจัยภาคสนามในเมืองไทย
  • ครั้งที่สี่ เป็นการนำเสนอมุมมองด้านการเมืองการทหารของเมืองไทย จากศ. เดส บอลล์ และ ดร. มาร์คัส มิตซ์เนอร์
  • ดี

    ก็ดีอีกนั่นแหละ แต่คนมองใส่แว่นฝรั่งมอง มันเข้าใจเพียงใดต่อรากเหง้าของคนโง่ๆแต่พาชาติรอดมาได้อย่างคนไทย ! อย่าเอาแว่นตาของคนตาสั้นมาใส่ให้กับคนตายาว