บลูมเบิร์กรายงานสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 มีนาคม) โดย ดาเนียล เทน เคท และ สุทธินี ยุเวชวัฒนะ หลังคำตัดสินคดียึดทรัพย์ “ทักษิณ”ระบุโดยอ้างคำสัมภาษณ์ อดิเทพ วรรณพฤกษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนอเบอร์ดีน จำกัด ว่าอาจส่งผลให้สัญญาสัมปทานของเครือชินคอร์ป ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การลงทุนจากเทมาเส็ก ตกอยู่ในความคลุมเครือ ทั้งนี้ยังมีบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่ได้รับประโยชน์ในลักษณะคล้ายกัน ซึ่งนักลงทุนต่างก็กำลังพากันวิตกกังวล
หุ้นชินคอร์ปร่วงลงมา 3.45% มากที่สุดในรอบห้าเดือน ส่วนเอไอเอส ติดลบ 4.26% ไทยคมลดลงไปถึง 10.74% มากที่สุดนับแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2550 ในขณะที่หุ้นแทคปิดติดลบ 2.88% ส่วนหุ้นทรูไม่เปลี่ยนแปลง และดัชนีตลาดหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงบวก 1.6% หรือปิดที่ 733.19 จุด บวก 11.82 จุด มูลค่าการซื้อขาย 27,953.89 ล้านบาท

มูลค่าซื้อขายหุ้นไทยเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ ประจำปี 2553
ส่วนบัญชีซื้อขายสุทธิ นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 1 พันล้านบาท, นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 3 พัน 6 ร้อยล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศซื้อ 4 พัน 3 ร้อยล้านบาท
ทั้งนี้นับแต่ต้นปีเป็นต้นมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิไปแล้ว 2 พันล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 2 พัน 3 ร้อยล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 2 หมื่น 8 พันล้านบาท โดยเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันพลิกกลับมาซื้อสุทธิ จากที่ทั้งคู่มีการขายสุทธิในเดือนมกราคม
ที่มา – (ข่าวบลูมเบิร์ก) : Thailand Weighs Thaksin Damage as Temasek Stocks Drop
