“ทักษิณ” VDOลิงค์ถึงคนเสื้อแดงที่ชุมนุมหน้าทำเนียบฯแล้ว แฉคนมีบารมีนอกรธน.”พล.อ.เปรม” ระบุทำให้”เจ้านาย”เสื่อมเสียง เพราะคนรอบข้าง รวมไปถึง “พล.อ.สุรยุทธ์” ที่เข้าไปยุ่งการเมือง เรียกร้องทหารกับที่ตั้ง อย่าเอาสถาบันมายุ่งการเมือง ย้ำเสื้อแดงชุมนุมต่อเนื่องไม่เลิกชุมนุม จนกว่าจะได้ประชาธิปไตยกลับคืนมา
เวลา 20.30 น. วันที่ 27 มีนาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ วิดีโอลิงค์ เพื่อปราศรัยขึ้นจอภาพ บนเวทีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลว่า มารวมตัวเพื่ออนาคตของประเทศไทย เพื่อตกลงกันว่า ระบอบประชาธิปไตยที่เรารักเราห่วงแหน เพื่อปกป้องสิทธิของเราไว้
พ.ต.ท.ทักษิณ แฉว่า คนมีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เพราะองคมนตรีเข้ามเกี่ยวข้องทางการเมือง ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเสื่อมเสียไปด้วย เพราะคนรอบตัวไปเกี่ยวข้องกับการเมือง
” … ที่มาของความวุ่นวาย ในปลายปี 2548 ก่อนการเลือกตั้งต้นปี 2548 มีการรวมตัวกันเล็กน้อยของสหภาพแรงงาน กับคนที่ไม่พอใจผม แต่ไม่มีอะไร แต่หลังการเลือกตั้งใหญ่ ที่พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งได้ 377 เสียง หลายคนรู้สึกว่า แข็งแรงเกินไป พอปลายปี 2548 เกิดขบวนการรวมตัวของกลุ่มพันธมิตร สนธิ ลิ้มทองกุล เป็นหัวหน้าทีม เริ่มขึ้นที่สวนลุมพินี โดยการเอื้อเฟื่อยของ นายอภิรักษ์ โกษโยธิน และพรรคประชาธิปัตย์ เกิดการต่อสู้นอกระบบ แต่ไม่เป็นไร
ปรากฏว่า มีองค์มนตรีบางท่าน ได้บอกกับสื่อ โดยแอบอ้างว่า พระเจ้าอยู่หัว ไม่เอาผมแล้ว ให้สื่อตี แต่ไม่ขอเปิดเผยสื่อ ม็อบก็เลยกลายเป็นม็อบมีเส้น เอเอสทีวี ที่ได้รับการคุ้มครองจากศาลปกครอง จนเกิดการปฏิวัติ ให้ออกอากาศล้มล้างรัฐบาล พูดโกหกมาโดยตลอดเวลา รัฐบาลก็ทำอะไรไม่ได้ ผมก็พูดความจริง แต่ยังไม่กล้าพูดเต็มที่
ขอบอกตรงนี้ว่า ถูกผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญแทรกแซง ทำให้ข้าราชการเริ่มเกียร์ว่าง เพราะผู้มีบารมีฯสามารถสั่งการได้ และข้าราชการก็ยอมฟัง คำว่า ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญก็เป็นคำที่ฮือฮามาก นายสนธิ ไปกล่าวหาว่าผมหมายถึง “พระเจ้าอยู่หัวฯ ” ไม่ใช่ผม ผมมิบังอาจ แต่ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ หมายถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แต่ผมไม่ได้พูดในวันนั้น มีคนของท่านโทรมาบอกชัด หลังจากนั้น ท่านแต่งเครื่องแบบเดินสายด่าผม และพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไปด้วยนั่นคือคู่หู
ทั้งนี้องคมนตรี เป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริยื จึงมีหน้าที่ให้คำปรึกษาต่อพระมหากษัตริย์ แต่ที่พูดถึงไม่ใช่ฐานะองคมนตรี เรื่องนี้ต้องระวังคำพูด เพราะการที่องคมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องการเมือง เป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง ทำให้คนเข้าใจว่า พระเจ้าอยู่หัวมาเกี่ยวข้องการเมือง ท่านสถิตย์อยู่ในที่สูง ขอให้ทุกคนที่อยู่รอบข่างพระองค์อย่างยิ่งการเมือง เพราะทำให้พระเจ้าอยู่หัวเสื่อมเสียไปด้วย …”
ที่มา – มติชน 1
“พัลลภ” ยอมแถลงเปิดใจหมดเปลือก แผนโค่นล้มระบอบทักษิณ
พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ให้สัมภาษณ์เปิดใจเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ถึงเหตุการณ์ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินพาดพิง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี อยู่เบื้องหลังร่วมวางแผนโค่นล้มระบอบทักษิณ 19 ก.ย.2549 ว่า เป็นเรื่องจริง แต่ว่าพล.อ.สุรยุทธ์ ไม่เคยเชิญตนเข้าร่วมประชุม แต่เจ้าของบ้านที่สุขุมวิท เชิญตน และประชุมร่วมกัน ซึ่งไม่ได้ประชุมแค่ครั้งเดียว แต่มีการประชุมกัน 3-4 ครั้ง ซึ่งมีการพูดคุยปัญหาของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณว่า จะให้รัฐบาลล้มไปอย่างไร โดยมี 2 แนวทาง คือ ทางด้านรัฐธรรมนูญ หรือทางด้านกฎหมาย ถ้าแนวทางแรกไม่สำเร็จก็จะทำรัฐประหาร
เมื่อถามว่า การทำรัฐประหารมีการพูดหรือไม่ว่า ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อจาก พ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า “ไม่ได้มีการพูดถึง เพียงแต่ พล.อ.สุรยุทธ์ เสนอขึ้นมาว่า การทำครั้งนี้ ทำเพื่อประเทศชาติ ทุกคนจะต้องไม่หวังตำแหน่งใด ๆ ซึ่งทุกคนศรัทธาในตัวท่าน ทั้งนี้ การหารือเป็นลักษณะโต๊ะกลม ซึ่งไม่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. นั่งอยู่ด้วย ”
แฉ “สุรยุทธ์” เสียสัจจะ ที่บอกจะไม่เป็นนายกฯ
เมื่อถามว่า พล.อ.สุรยุทธ์ ระบุว่า ไม่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ คมช.เชิญให้ไปเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า “คงต้องไปถามท่าน ผมเดาใจไม่ถูก เพราะทุกคนงงหมด ผมก็งง” เมื่อถามว่า แสดงว่า พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นตัวตั้งตัวตีในการวางแผนล้มรัฐบาล พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า จะ พูดว่าตัวตั้งตัวตีคงไม่ได้หรอก แต่ว่าการประชุม พล.อ.สุรยุทธ์ จะมาทุกครั้ง เมื่อถามว่า พอจะบอกได้หรือไม่ว่า คนที่เป็นแกนนำในการล้มรัฐบาลเป็นใคร พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า อันนี้ตนบอกไม่ได้ เพราะว่าตนไม่อยากพาดพิงถึงคนอื่น แต่เมื่อ พล.อ.สุรยุทธ์ มาพาดพิงถึงตน ตนก็จะพูดถึง พล.อ.สุรยุทธ์ เท่านั้น ซึ่ง การประชุม 3-4 ครั้ง ก็จะมีการพูดถึงแนวทางเรื่องการล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ตลอด อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นคนเสนอในที่ประชุมเองว่า การทำงานครั้งนี้ เราทำเพื่อประเทศชาติ ทุกคนต้องไม่หวังตำแหน่งลาภยศใด ๆ
“หลังจากที่ปฏิวัติรัฐประหาร พล.อ.สุรยุทธ์ ก็ไปเป็นนายกรัฐมนตรี ทำให้พูดง่าย ๆ พวกเราผิดหวังมาก และผมก็ผิดหวัง ตอนแรกก็ชื่นชม พล.อ.สุรยุทธ์ มากเกี่ยวกับแนวความคิดดังกล่าว พูด ง่าย ๆ พล.อ.สุรยุทธ์ เสียสัจจะกลายเป็นคนไม่มีสัจจะและผิดมติในที่ประชุม แต่ท่านอ้างว่า ได้ประชุม ได้คุยกัน ซึ่งถือว่าเป็นการผิดมติในที่ประชุม ซึ่งในการพูดคุยในวันนั้นมีประมาณ 7 คน ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองทั้งนั้น ซึ่งหลังจากนั้น ผมไม่ได้พูดจากับพล.อ.สุรยุทธ์อีกเลย เจอหน้ากันก็ทำเหมือนคนไม่รู้จัก ทั้งๆ ที่เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตน และเป็นนายทหารรุ่นน้อง สมัยที่ตนเป็นผบ.ค่ายสฤษดิ์เสนา ส่วนพล.อ.สุรยุทธ์ เป็นผู้บังคับหมวด”
เมื่อถามว่า ในการพูดคุยมีการวางแผนอย่างไร พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า “อย่างแรก คือการวางแผนทางด้านกฎหมาย และการทำรัฐประหารว่าจะทำอย่างไร ซึ่งการที่ผมไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ท่านทราบหมดแล้ว แต่ท่านถามตนในลักษณะใช่หรือไม่ใช่ ยกตัวอย่างเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เล่าให้ผมฟังคือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กับ พล.อ.สุรยุทธ์ มีครั้งหนึ่งที่เชิญ พล.อ.จารุภัทร เรืองสุวรรณ อดีต กกต. ไป พบที่บ้าน พล.ต.จำลอง แถวราชวัตร และล็อบบี้ให้ พล.อ.จารุภัทร ถอนตัวออกจาก กกต. เพื่อล้มการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2549 ซึ่งพล.อจารุภัทร รายงานให้พ.ต.ท.ทักษิณได้รับทราบ จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณไปหา พล.อ.สุรยุทธ์ที่ทำเนียบองคมนตรี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง แต่พล.อ.สุรยุทธ์ปฏิเสธ”
“เรื่องแบบนี้พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานกกต.เคยได้รับเชิญไปที่บ้านสุขุมวิท เพื่อไปพบ พล.อ.สุรุยุทธ์ และล็อบบี้ให้ลาออกออกจากตำแหน่ง และล้มการเลือกตั้ง ดังนั้น เรื่องนี้ไม่เป็นความลับ พ.ต.ท.ทักษิณรู้ดีตั้งแต่ต้นว่า จะมีการล้มรัฐบาล เพราะ มีแหล่งข่าวที่ติดตามพวกที่เคลื่อนไหวทั้งหมดเพียงแต่มาสอบถามผม ว่า เรื่องที่รู้มาจริง หรือไม่ เมื่อตอนที่ผมเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณที่จีน” พล.อ.พัลลภกล่าว
เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นอย่างไร พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า “ไม่เคยมีปัญหาอะไร ท่านเป็นลูกน้องผมถึง 6 รุ่น” เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พุ่งเป้าไปที่ พล.อ.สุรยุทธ์ เพื่อพาดพิงถึงสถาบันเบื้องสูงใช่หรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า “ไม่ทราบ” เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณรู้ตลอดเวลาว่า จะถูกปฏิวัติใช่หรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า “ท่านรู้มาตลอดทุก เรื่อง แม้แต่แผนการปฏิวัติ ซึ่งไม่รู้ว่า ปฏิวัติเมื่อไร แต่ท่านประมาท เพราะไว้ใจคนใกล้ตัว และเพื่อนตท.10 ที่คุมกำลังอยู่ในกองทัพ”
” ส่วนการลอบสังหารพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มี ซึ่งการรัฐประหารโดยปกติจะต้องล็อกตัวนายกฯ ซึ่งคนละเรื่องกับการลอบสังหาร ขอยืนยันว่า ไม่มีการลอบสังหาร แต่อาจเป็นการเข้าชาร์จหรือ ล็อกตัวนายกฯ” เมื่อถามว่า เหตุใด พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ออกมาพูดในช่วงนี้ ทั้ง ๆ ที่รู้แผนการปฏิวัติมานานแล้ว พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า “ท่านรู้มานานแล้ว แต่คงหาคนอ้างอิงไม่ได้ เผอิญผมเดินทางไปหาท่านพอดี จึงหาพยานเสียเลย ”
อ้างเข้าหา “ทักษิณ” ไม่อยากเห็นคนไทยฆ่ากัน
เมื่อถามว่า จนถึงขณะนี้ประเทศชาติจะมีทางออกอย่างไร เมื่อมีกลุ่มเสื้อแดงออกมาชุมนุม พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ที่ ตนตัดสินใจไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ คือเรื่องความวุ่นวายในบ้านเมือง ซึ่งตนไม่อยากเห็นคนไทยฆ่ากัน เกิดสงครามการเมือง ซึ่งมีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองให้สัมภาษณ์ว่า คนที่จะแก้ไขปัญหาได้คือพ.ต.ท.ทักษิณ จึงทำให้ตนอยากพบพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งวันนี้เงื่อนไขทางการเมืองเปลี่ยนไป คือ รัฐบาลตั้งขึ้นมาโดยไม่มีความชอบธรรม เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย เพราะต้องให้เสียงข้างมากเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่นี่เป็นการล็อบบี้กันแบบงูเห่า ซึ่งมองว่า ไม่ถูกต้อง เพราะควรให้เสียงข้างมากตั้งก่อน หากเขาตั้งไม่ได้ ตัวเองจึงจะค่อยตั้ง แต่เป็นการชิงตั้งก่อน
เมื่อถามว่า เหตุการณ์จะยุติอย่างไร พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตนก็มองไม่ออกว่าเหตุการณ์จะยุติอย่างไร เมื่อถามว่า มีทางหรือไม่ที่รัฐบาลจะยอมลาออก เพื่อให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตนไม่รู้ เพราะไม่ได้คุยกับใครเลย เมื่อถามว่าประเมินสถานการณ์จะมีความรุนแรงหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า อยู่ที่จุดมุ่งหมายว่าเขาต้องการทำอะไร พูดง่าย ๆแบบพฤษภาทมิฬ เมื่อ พล.ต.จำลอง โดนจับ และตนเป็นคนนำ และเกิดเหตุการณ์นักศึกษาตีตำรวจบาดเจ็บเราจึงเข้าไปช่วยนักศึกษา ตีตำรวจ จึงเกิดเหตุการณ์ขึ้น ต้องดูว่าวันนี้จะเกิดแบบนี้หรือไม่ ถ้ารัฐบาลใช้ความรุนแรงก็จะต้องเกิดขึ้นแน่ ซึ่งตนไม่อยากเห็นคนไทยฆ่าคนไทย เพราะในชีวิตตนผ่านเรื่องนี้มาเยอะ
ขอให้ “สุรยุทธ์” ลาออกจากองคมนตรี เพื่อรักษาสถาบัน
เมื่อถามว่า หากมีการเผาสถานที่ราชการมีการยั่วยุให้เกิดการปะทะกันหรือไม่ พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ตนไม่รู้ เพราะตนไม่เคยยุ่งกับเขา และเขาจะเดินขนาดไหน เมื่อถามว่า ในฐานะอดีตทหารเก่ามองภาพผู้นำกองทัพตอนนี้อย่างไร พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตนเป็นทหารรุ่นพี่ของเขา ตนไม่อยากวิจารณ์ เพราะคนที่เป็นผู้นำเหล่าทัพส่วนใหญ่ก็เป็นลูกศิษย์ตนทั้งนั้น ตนเหมือนกับ “บิ๊กจ๊อด” พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด ที่ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน ตนยึดถือตรงนี้เพราะตนเคารพท่านมาก ทั้งนี้ตนคิดว่าทหารจะต้องยืนอยู่เคียงข้างประชาชน คือยึดถือความมั่นคงของประเทศชาติ และความสันติของประชาชนเป็นหลัก
“ผมอยากฝากไปถึง พล.อ.สุรยุทธ์ ว่าเพื่อรักษาสถาบันอันมีเกียรติแห่งนี้ ท่านควรจะลาออกจากตำแหน่งองคมนตรี เพราะองคมนตรีต้องไม่ยุ่งกับการเมือง แต่ท่านเป็นคนที่เข้ามายุ่งกับการเมือง ดังนั้น เพื่อรักษาสถาบันอันสำคัญยิ่งไว้ ผมคิดว่าท่านควรจะต้องลาออกในฐานะที่ผมเป็นอดีตผู้บังคับบัญชา และรุ่นพี่ ผมไม่มีอะไรกับท่านเลย” พล.อ.พัลลภ กล่าว
ที่มา – มติชน 2
