Practical Report ทักษิณไม่ยี่หระเพิกถอนวีซ่า ไม่ชอบคำ “ลี้ภัย” ชี้ต้องเนมชื่อบ้าง

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ประจำกรุงเทพฯ โทรศัพท์ทางไกลไปสัมภาษณ์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงประเทศจีน ภายหลังจากถูกทางการอังกฤษสั่งเพิกถอนวีซ่า โดยพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเตรียมตัวเดินทางออกจากปักกิ่ง แต่จะไปสถานที่ใดขอปิดเป็นความลับ และปฏิเสธข่าวลือว่าตนไม่มีแผนเดินทางไปกรุงมะนิลา รวมทั้งไม่ได้ก่อสร้างคฤหาสน์หรูมูลค่า 60 ล้านหยวนในสนามกอล์ฟใกล้กรุงปักกิ่ง

พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า จากนี้จะเดินทางไปเรื่อยๆ พร้อมกับอ้างว่าเป็นฝ่ายยกเลิกการขอลี้ภัยทางการเมืองในอังกฤษเอง เพราะเห็นว่าไม่จำเป็นและไม่ต้องการถูกจำกัดเสรีภาพการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ที่สำคัญตนไม่ชอบคำว่า “ลี้ภัย” (asylum) เพราะในชีวิตเป็นคนปกป้องระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด

อดีตนายกฯ เปิดเผยด้วยว่า ในอนาคตจะมีการจัดชุมนุมแสดงพลังสนับสนุนในพื้นที่ภาคอีสาน และในวันดังกล่าวจะต่อสายโทรศัพท์โฟนอินเข้าไปพูดคุยกับประชาชนที่ยังรักและศรัทธาในตนเองอยู่ นอกจากนั้น การโฟนอินครั้งนี้จะพูดยาวกว่าการโฟนอินครั้งก่อนหน้า (วันที่ 1 พ.ย. สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน) และเริ่มแฉรายชื่อศัตรูทางการเมืองออกมาเพราะเป็นฝ่ายมาบีบให้ตนจนมุมก่อน

เดอะไทมส์วิเคราะห์อังกฤษโยนปัญหาออก เลี่ยงขัดแย้งไทย

วันเดียวกัน เว็บไซต์ข่าวหนังสือพิมพ์เดอะไทมส์ ประเทศอังกฤษ รายงานว่า แหล่งข่าวในคณะรัฐบาลอังกฤษเปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งเพิกถอนวีซ่าของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา เนื่องจากตามกฎหมายอังกฤษห้ามไม่ให้ผู้กระทำความผิดในคดีที่สามารถติดคุกในอังกฤษได้เช่นกันเดินทางเข้าประเทศ

เดอะไทมส์รายงานด้วยว่า การเพิกถอนวีซ่าดังกล่าวทำให้ความพยายามขอให้ทางการอังกฤษจับกุมตัวพ.ต.ท.ทักษิณส่งกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนต้องยุติลง นอกจากนั้น มีความเป็นไปได้ที่กระทรวงมหาดไทยอังกฤษตั้งใจถอนวีซ่าพ.ต.ท.ทักษิณเพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากต่างๆ และโยนปัญหากรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ไปให้คนอื่นไปรับผิดชอบแทน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 9 พ.ย. นายแอนดรูว์ บันคัมบี ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์อินดิเพนเดนต์ของอังกฤษประจำทวีปเอเชีย รายงานสอดคล้องกันว่า กระทรวงมหาดไทยประเทศอังกฤษแจ้งมายังเจ้าหน้าที่ในกรุงเทพฯ ว่า ตัดสินใจเพิกถอนวีซ่าเดินทางเข้าอังกฤษของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย และคุณหญิงพจมาน ภริยา หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองของไทยพิพากษาว่าพ.ต.ท.ทักษิณใช้อำนาจสมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบ

สมพงษ์ชี้เอกสิทธิ์อังกฤษ

ด้านนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ทางการอังกฤษเพิกถอนวีซ่าของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า กระทรวงการต่างประเทศจะไม่ขอให้ทางการอังกฤษชี้แจงกรณีการเพิกถอนวีซ่าเข้าประเทศ เนื่องจากเป็นเอกสิทธิ์ที่ทางการอังกฤษสามารถดำเนินการได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ใครทราบ และไม่ต้องตรวจสอบว่าเป็นเพราะอะไร ส่วนกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน (พปช.) ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงการต่างประเทศจะทำหนังสือสอบถามเหตุผลที่อังกฤษถอนวีซ่า ว่าการให้ข่าวเช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับสำนักงานอัยการสูงสุดหากมีการประสานให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย และแม้จะยังไม่รู้ที่พำนักเป็นหลักแหล่งชัดเจนก็เชื่อว่าจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการติดตามตัวกลับมา แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้ถามมา หากสอบถามเรื่องใดมา เราก็พร้อมให้ข้อมูล คุณทักษิณอยู่ตรงไหนก็หาได้ ส่วนการถอนพาสปอร์ตทางการทูตนั้น ก็พร้อมจะพิจารณาอย่างเป็นธรรมและจะขอรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง และส่วนตัวเห็นว่าการถือหนังสือเดินทางทูตไม่ได้มีความพิเศษกว่าหนังสือเดินทางของบุคคลธรรมดาแต่อย่างใด

ฟิลิปปินส์ปฏิเสธให้ลี้ภัย

ส่วนที่ฟิลิปปินส์ เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์อินไควเรอร์ ประเทศฟิลิปปินส์ รายงานว่า นายแฟรงคลิน เอ็บแดลิน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากฮ่องกง กรณีมีกระแสข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจจะยื่นขอลี้ภัยในฟิลิปปินส์ ว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์จะปฏิเสธต่อการร้องขอใดๆ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เพื่อเป็นการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและฟิลิปปินส์เอาไว้ โดยสิ่งแรกที่ฟิลิปปินส์จะทำคือ การส่งตัวอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยกลับมายังประเทศไทยอย่างไรก็ตามตนไม่คิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีความต้องการจะขอลี้ภัยที่ฟิลิปปินส์ตามที่มีรายงานข่าว

ขณะที่นาย เอดูอาร์โด เอร์มิตา รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรีของฟิลิปปินส์ ระบุว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังคงไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ในการเดินทางมายังฟิลิปปินส์แต่อย่างใด

ที่มา – ข่าวสด