Practical Report ทักษิณถูกพิพากษาจำคุก 2 ปี พจมานรอด

ศาลฏีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง สั่งจำคุก “ทักษิณ” 2 ปี พร้อมออกหมายจับ “พจมาน” รอด คดีทุจริตที่ดินรัชดาฯ

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม จำคุก(ยกฟ้อง) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจำเลยที่ 1 ….ปีและ(ยกฟ้อง-จำคุก)คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา… ปี ในคดีที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถนนรัชดาภิเษก มูลค่า 772 ล้านบาท ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมกันเป็นคู่สัญญา หรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งตนมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี และเป็นเจ้าพนักงานและผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้าไปมีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตัวเองหรือผู้อื่น และผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด

ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4, 100 และ 122 ประกาศคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ต้องห้ามมิให้ดำเนินกิจการตามความในมาตรา 100 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2544 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 86, 90, 91, 152 และ 157 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2502 มาตรา 8, 13 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2526 มาตรา 4

โดยศาลฏีกาได้ชี้ว่า คตส. มีอำนาจในการตรวจสอบและยื่นฟ้องในคดีดังกล่าวได้ พร้อมกับชี้ว่า กองทุนฟื้นฟู ฯ เป็นหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ที่จะแจ้งความดำเนินคดี ผู้ที่ทำให้กองทุนฟื้นฟูเสียหายได้

นอกจากนี้ กรณีที่ทางฝ่ายจำเลยแย้งว่า กรณีที่เป็นนายกฯ ก็ไม่ได้มีอำนาจการสั่งการคณะกรรมการกองทุนฟฟื้นฟูได้ ซึ่ง มีการเบิกความว่า กรรมการแต่ละคนก็อยู่ใต้กำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ซึ่งมีสิทธิให้คุณให้โทษได้ ทั้งนี้ นายกฯ เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาล มีอำนาจในสั่งการทุกกระทรวง ซึ่งสอดคล้องกับคำเบิกความของกองทุนฟื้นฟูฯ

ศาลฏีกาฯ ได้มีมติ 6 ต่อ 3 ชี้ว่า นายกรัฐมนตรี มีอำนาจกำกับและสั่งการกองทุนฟื้นฟูฯ ได้ คำร้องของจำเลยจึงตกไป

ที่มา – มติชน, กรุงเทพธุรกิจ