วันที่ 2 ก.พ. 2552 เวลา 13.00 น. ที่โรงแรมกรีนเนอร์รี่ รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ได้มีการจัดสัมมนาของพรรคเพื่อไทย ภายใต้หัวข้อ “เพื่อไทย เพื่ออนาคตประเทศไทย” “เพื่อไทย ผูกพันธ์ ร้อยประสบการณ์” โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทย และส.ส.เข้าร่วมคับคั่ง เช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยาและประธานวิปฝ่ายค้าน นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน เป็นต้น
นอกจากนี้สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ไทยรักไทยและอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน จำนวนมากได้เดินทางมาร่วมสัมมนาและเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนที่เดินทางมาพร้อมน.ส.ชินณิชา วงศ์สสวัสดิ์ บุตรสาว รวมถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คณะกรรมการเลือกผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย นายพายัพ ชินวัตร อดีตส.ส.เชียงใหม่ที่มาพร้อมบุตรชาย นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ชานนท์ สวุสิน อดีตผอ.พรรคไทยรักไทย นายทนง พิทยะ อดีตรมว.คลัง ในรัฐบาลพรรคไทยรักไทย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่นครึกครื้น
“ทนง” ปลุกขวัญ ไม่เกิน 5 ปีกลับมาใหญ่-คุมประเทศอีกครั้ง
เวลา 13.30 น. นายทนง ได้กล่าวบรรยายในหัวข้อ “อุดมการณ์และแนวทางสู่ความสำเร็จของพรรค” ว่า ต้องขอแสดงความยินดีกับเพื่อไทยที่ถือว่าพรรคนี้เป็นพรรคที่ 3 ซึ่งที่ผ่านมาพวกเราคิดยาว ดังนั้นให้ลองนึกภาพว่าอีก 3-5 ปีนั้นเราจะเดินทิศทางไหน เพราะอีกเพียง 3 ปีนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คนก็จะกลับมารวมกันในทีมอีกครั้ง ตอนนั้นจะไม่มีใครใหญ่เท่าเราแล้ว เราคุมทั้งประเทศ แต่ตอนนี้ให้คิดว่ากำลังฝึกงานอยู่ ซึ่งตอนที่อยู่กับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้คิดถึงอนาคตมีการวางวิสัยทัศน์ตลอด ซึ่งแม้ขณะนี้จะเป็นฝ่ายค้านแต่ก็เป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุด ดังนั้นขอให้พวกเราอดทนนิดเดียว ใจเย็นๆ
นายทนง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงขาลงซึ่งเป็นผลพวงจากเศรษฐกิจโลก ซึ่งกระทบตลาดหุ้น การส่งออกหายไปร้อยละ 15 หรือประมาณ 1ล้านล้านบาท ซึ่งการแก้ไขปัญหาจะต้องอัดฉีดงบประมาณจำนวน 5 แสนล้านบาทเพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตเท่าเดิม นอกจากนี้ยังมีผลพวงไปถึงอัตราการว่างงานที่จะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงมหาศาล โดยขณะนี้สมรรถนะการใช้เครื่องจักรลดลงเร็วมากเหลืออยู่ที่ร้อยละ 50-60 เกือบจะเท่าช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ดังนั้นรัฐบาลจะไปหวังการลงทุนใหม่ๆไม่ได้ เพราะการผลิตเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่มีคนซื้อเลย การที่แก้ไขปัญหาอยู่ที่รัฐบาลจะสามารถแย่งตลาดหรือหาตลาดใหม่ๆได้หรือไม่ รัฐบาลจะมีปัญญาในการแก้ไขได้หรือไม่ เพราะเศรษฐกิจคงจะติดลบไปอีก 2 ไตรมาส ดังนั้นเมื่อเราเป็นฝ่ายค้านแล้วอัดเขาได้เต็มที่ในประเด็นนี้ สำหรับกรณีที่เงินคงคลังเหลืออยู่เพียง 5 หมื่นล้านบาทนั้น ตนไม่ทราบว่ารัฐบาลจะหาเงินเป็นหรือไม่ ส่วนโครงการประชานิยมของรัฐบาลแบบสุดขั้วอย่างนี้ ถือเป็นการเกาที่ไม่ถูกที่คัน หากรัฐบาลยังไม่มีกลยุทธแก้ไขปัญหาอย่างองค์รวมก็จะลำบากมากขึ้น
ด้าน นายอนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวว่า การยึดสนามบินนานาชาติได้สร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ไม่ได้กระทบแค่การท่องเที่ยวแต่ได้พัวพันเศรษฐกิจภาคส่วนอื่นๆ ก่อให้เกิดการว่างงานจำนวนมาก และต้นตอที่ทำให้เกิดปัญหาหนักคือการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ซึ่งหากไม่ทำการรัฐประหารแต่ปล่อยให้กลไกแก้ไขตามตามกติกาก็จะไม่เป็นเช่น นี้ และมองว่าในปี 2553-2554 มีโอกาสเกิดวิกฤติการคลังสูง ซึ่งความยากลำบากของการแก้ไขปัญหาอีกประการหนึ่งคือประเทศไทยเกิดสภาวะสอง มาตรฐาน โดยกลุ่มชนชั้นกลางที่เป็นพวกอนุรักษ์นิยม เป็นคนที่เสียงดัง กุมสื่อ กุมอำนาจไม่เอาพรรคที่เคยเป็นพรรคไทยรักไทย เพราะนักการเมืองกลุ่มหนึ่งที่ต้องการสร้างนโยบายเพื่อคนรากหญ้ามันไปเขย่า ผลประโยชน์ของเขา แต่ตรงกันข้ามคนรากหญ้ายังให้การสนับสนุน นอกจากนี้การเมืองไทยก็มีสองมาตรฐานพอสมควร ซึ่งสังคมไหนไม่เป็นธรรม ไม่มีนิติธรรม นิติรัฐ ความขัดแย้งรุนแรงก็ไม่มีทางจบ ความขัดแย้งระหว่างอมาตยายาธิปไตยและประชาธิปไตยจะเป็นหนังม้วนยาว จะต่อสู้กันอีกยาว
“จาตุรนต์” ยุส.ส.เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ รับรัฐบาลพปช.พลาดท่า
จาก นั้น นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวบรรยายในหัวข้ออุดมการณ์ทางการเมืองและการรักษาประชาธิปไตยว่า ขณะนี้แผนบันได 4 ข ั้นของ คมช.บรรลุไปหมดแล้ว หลังพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นตัวขัดขวางทำให้แผนสะดุดถูกสั่งยุบพรรคไป ทั้งนี้ตนพยายามบอกสื่อต่างประเทศเสมอว่า เรื่องทั้งหมดไม่ใช่มุ่งจัดการจัดการกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้วจะเป็นประชาธิปไตย แต่เขาต้องการจัดการกับระบบการเมืองของประเทศไทยไม่ให้เป็นประชาธิปไตย เพราะเขารับไม่ได้ที่มีประชาชนคนบ้านนอก มาเป็นผู้กำหนดนายกรัฐมนตรีและนโยบายรัฐบาล เมื่อรับไม่ได้ก็สร้างระบบใหม่ ที่ประชาชนไม่มีอำนาจจริง จะเปลี่ยนแปลงรัฐบาล นายกรัฐมนตรีเมื่อไหร่ก็ได้ โดยเอาพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเป้าผ่านการใช้วาทกรรมสร้างคำว่ารอบบอบทักษิณ ซึ่งไม่มีอยู่จริงในโลก
“การมีรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องใช้ต้นทุนมหาศาล ทำลายระบอบประชาธิปไตย เพื่อสร้างการปกครองใหม่ โดยเคลื่อนไหวประสานระหว่างกลุ่มมีอาวุธที่นอกกฎหมายและกลุ่มมีอาวุธใน กฎหมายคือกองทัพ ใช้กลไกรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเข้ามาจัดการ ทำลายนิติรัฐ นิติธรรม การปิดสนามบินแล้วไม่ผิดอะไร เท่ากับเป็นการประกาศให้เห็นว่าจะปิดประเทศนี้ เหมือนพม่า เสียเมื่อไหร่ก็ได้ จึงจะเห็นว่าทำผิดแล้วไม่มีการลงโทษอะไร เพราะเขารู้เห็นเป็นใจกันอยู่ แต่ระบบนี้จะอยู่ได้หรือมาไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะแก้ปัญหาให้แประชาชนได้ เหลือไม่ แต่ผมมองเห็นแนวโน้มว่าระบบแบบนี้มันจะไปไม่รอด เพราะมาทำกันในช่วงที่เศรษฐกิจจะเสียหายยับเยิน เปรียบเหมือนน้ำท่วม แทนที่รัฐบาลจะเตรียมการแก้ปัญหา เช่น ทำถุงทราย ทำแนวกั้นน้ำแต่กลับไปแจกยาฮ่องกงฟุต”นายจาตุรนต์กล่าว
นาย จาตุรนต์ กล่าวว่า นอกจากนี้มีความจำเป็นต้องจัดขบวนโดยด่วน โดยต้องจัดความสัมพันธ์กันใหม่ระหว่างพรรคการเมืองและองค์กรประชาธิปไตย ให้ส่งเสริมเกื้อกูลกัน แต่ไม่ควรเป็นอันเดียวกัน เพราะเนื้อหาและบางบทบาทต้องแยกจากกัน หากเป็นอันเดียวกัน เป็นพรรคเดียวกันหมายความว่าเกิดอะไรขึ้นตรงไหนก็มีความผิดเหมือนกันหมด ประชาชนก็แยกไม่ออกว่าปัญหาเกิดขึ้นตรงไหน ที่สำคัญต้องแก้รัฐธรรมนูญ 2550 อย่างน้อยต้องมีญัตติค้างที่สภา ตอนเป็นพรรคพลังประชาชนเราพลาดโอกาสไป นึกว่าเป็นแล้วจะแก้เลย เผลอไปบอกว่าหกเดือนจะแก้และทุกอย่างเล่นตามกติกาที่เขากำหนดหมด มันเลยมาถึงวันนี้
“แม้ว” ประกาศกลับมาต่อสู้-ไม่ขอตายในต่างแดน-ขอลูกพรรคอดทนเป็นฝ่ายค้าน
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นในช่วงค่ำ เป็นการสัมมนาหัวข้อ การทำหน้าทีฝ่ายค้านอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งดำเนินรายการโดย นายจำลอง ครุฑขุนทด อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และบรรยายโดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน แกนนำพรรคเพื่อไทยและนายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท ดีสเตชั่น จำกัด ซึ่งไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง
ทั้งนี้มีรายงานว่า ในระหว่างการสัมมนาของพรรคเพื่อไทย ในช่วงท้าย ซึ่งเป็นการบรรยายพิเศษ เรื่อง “การทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างมีประสิทธิภาพ” โดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และประธานส.ส.พรรค ปรากฏว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินเข้ามา โดยกล่าวให้กำลังใจและขอบคุณส.ส.ทุกคน ที่ได้ร่วมต่อสู้กันมาและไม่ย้ายไปไหน หากใครมีปัญหาให้โทรเบอร์ตรงได้เลย พร้อมยืนยันที่จะต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม และไม่ทิ้งสมาชิกทุกคน
ทั้ง นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ มั่นใจว่า จะได้กลับประเทศไทยแน่นอน จะไม่ขอตายในต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ได้ประกาศยกเลิกความคิดที่จะวางมือทางการเมือง แต่จะขอต่อสู้อย่างเต็มท หากประชาชนพร้อมให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะกลับมาเป็นนายกฯให้ประชาชนอีกครั้งหนึ่งี่
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย ต้องตกที่นั่งเป็นฝ่ายค้านนั้น พ.ต.ท.ทักษิณบอกให้ส.ส.ในพรรคอดทน เพราะจะเป็นฝ่ายค้านไม่นาน รัฐบาลโดนปัญหาเศรษฐกิจรุมเร้า เชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่นาน เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประเทศไทย
” ขอให้ทุกคนอดทนอย่างเสือ เพราะเสือเวลาหิวมันนอน แต่หมาเวลาหิวมันร้อง ส่วนตัวผมจะขอต่อสู้ทั้งในนรกสวรรค์ เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรม และทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง เพราะขณะนี้การตรวจสุขภาพแข็งแรงดี”พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวด้วยว่า ไม่เคยถูกรัฐบาลอังกฤษยึดเงิน คนที่พูดว่าตนโดนยึดเงินที่ประเทศอังกฤษ โกหกทั้งนั้น เพราะไม่เคยมีบัญชีที่อังกฤษแม้แต่บาทเดียว ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตนก็เพิ่งขายทีมฟุตบอลไป เงินพอใช้หรือไม่ ก็แค่จ่ายค่าเดินทางปีละล้านก็พออยู่ได้ ไม่ต้องไปเรี่ยไรเงินจากชาวบ้านมาให้ตน ฟังแล้วน้ำตาจะไหล
ที่มา – Thai Insider
