Practical Report ทักษิณโฟนอินศรีษะเกษ บอกเพื่อไทยชนะจะพา ‘วีระ-ราตรี’ กลับไทย

ท่ามกลางกระแสข่าวการเริ่มต้น “หาเสียง” ของพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อเตรียมรับการเลือกตั้งช่วงกลางปีนี้

ท่ามกลางการประชันนโยบายเศรษฐกิจ-ประชานิยม ที่ทุกพรรคการเมืองงัดขึ้นมาแข่งขันกัน

ประเด็นเล็กๆ อย่างหนึ่งที่ SIU คิดว่า “น่าสนใจ” มาก คือการ “โฟนอิน” ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ อ. กันทรลักษณ์ จ. ศรีษะเกษ เมื่อวานนี้ (6 เม.ย. – ไทยรัฐ)

การโฟนอินของ พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นเรื่องปกติในสังคมไทยไปแล้ว และส่วนมาก พ.ต.ท. ทักษิณ จะแสดงวิสัยทัศน์เรื่องนโยบายเศรษฐกิจตามที่ถนัด

แต่การโฟนอินครั้งนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ ได้พูดถึงปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เป็น “ประเด็นร้อน” ของสังคมด้วย

พ.ต.ท. ทักษิณ ระบุว่าแนวทางการแก้ปัญหาของตนยังคงแบบเดียวกับช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรี คือ “พัฒนาพื้นที่ร่วมกัน” และช่วยแก้ปัญหากันเป็นจุดๆ ไป

เรื่องนี้ไม่น่าแปลกใจนักเมื่อพิจารณาจากแนวทางของ พ.ต.ท. ทักษิณ แต่เก่าก่อน และความสัมพันธ์อันดีของ พ.ต.ท. ทักษิณ กับนายกฯ ฮุน เซน ของกัมพูชา รวมถึงนโยบายต่างประเทศสมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ที่วางตัวนายนพดล ปัทมะ ไปคุมด้านต่างประเทศโดยเฉพาะ ก็ไปในทิศทางเดียวกัน และจะไม่น่าแปลกใจเช่นกันถ้าเกิดพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง และกลับมาเดินนโยบายนี้ต่อไป

แม้จะฟังดูดีในทางทฤษฎี แต่ปัญหาของนโยบายนี้กลับอยู่ในเขตประเทศไทยเอง เพราะถูกกล่าวหาว่า “ขายชาติ” จากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนเป็นเหตุทำให้รัฐบาลพลังประชาชนพังมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในประเทศเองก็เปลี่ยนไปมากในช่วง 2-3 ปีให้หลัง เพราะพันธมิตรฯ แตกหักกับพรรคประชาธิปัตย์ ตัวพันธมิตรเองอ่อนกำลังลงไปมาก และอารมณ์ของคนในชาติเองก็เบื่อหน่ายความขัดแย้งที่ไม่รู้จักจบสิ้นกับประเทศเพื่อนบ้าน

จึงน่าสนใจว่าถ้าหาก “เพื่อไทย” กลับมาเป็นรัฐบาล แนวทางการแก้ไขปัญหาแบบ “พ่อค้า” ของทักษิณ จะบรรลุความสำเร็จได้เหนือกว่าแนวทาง “ชาตินิยม” แบบรัฐบาลอภิสิทธิ์หรือไม่

ยิ่งไปกว่านั้น

ในการโฟนอิน ทักษิณก็ประกาศชัดเจนว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ก็จะขอตัวนายวีระ สมความคิด และ น.ส. ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ กลับมายังประเทศไทยด้วย

แนวทางนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะครอบครัวของวีระเองก็ยอมรับแนวทางนี้ (แม้ตัวนายวีระอาจจะไม่ยอมรับ) และเคยยื่นหนังสือถึง พ.ต.ท. ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยมาก่อนแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ “การประกาศซ้ำ” อีกครั้งของทักษิณบนเวที ในฐานะกลเกมทางการเมืองต่างหาก

หมากเกมนี้ของทักษิณถือว่าน่าสนใจ เพราะถ้าทักษิณทำได้สำเร็จจริง (ซึ่งมีโอกาสสูงถ้ามองจากความสัมพันธ์ของทักษิณกับฮุนเซน) “พันธมิตรฯ” จะต้องตอบคำถามกับสังคมทันทีว่า จะปรับความสัมพันธ์กับทักษิณอย่างไร จะคืนดีกับทักษิณเพราะช่วยเหลือฝ่ายตัวเอง จับมือกันต้านพรรคประชาธิปัตย์ หรือจะยังเป็นศัตรูกับทักษิณต่อไปโดยไม่สนใจกรณีนี้

จริงอยู่ว่าพันธมิตรบางกลุ่มย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และคงมีพันธมิตรกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับทักษิณแน่ๆ แต่ถ้าทักษิณทำได้จริง ก็ย่อมมีพันธมิตรฝ่ายที่เห็นใจทักษิณเช่นกัน ทำให้ “ดีกรีความแตกแยก” ของพันธมิตรยิ่งมากขึ้นไปอีก

เข้าทำนอง “Divide and Conquer” ตามหลักการทางยุทธศาสตร์นั่นเอง

น่าจับตาดูว่าถ้าความพยายามนำตัว “วีระ” กลับประเทศเกิดขึ้นได้จริง พันธมิตรจะ “รับ” ข้อเสนอนี้ของทักษิณมากน้อยแค่ไหน

ถ้าหากก้าวแรกของ พ.ต.ท. ทักษิณ สำเร็จ การ “คืนดี” กับพันธมิตร ก็ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้อย่างที่แล้วๆ มา

และถ้าทักษิณกลับมาคืนดีกับพันธมิตรได้จริง ประชาธิปัตย์ก็ถึงกับสะเทือนเลยทีเดียว