งานสัมมนาไทยศึกษานานาชาติครั้งที่ 10
November 3, 2007
The 10th International Conference on Thai Studies
The conference is a continuation of a well-established academic tradition which aims to promote research and in-depth study of Thai culture and society as well as to provide a forum for academics to present their viewpoints and research findings. Besides the academic focus, the conference will be an event to celebrate the auspicious occasion of the 80th birth anniversary of His Majesty King Bhumibol Adulyadej in recognition of His Majesty’s great benevolence and life-long work for the well-being of the Thai people.
January 9 – 11, 2008
The Thai Khadi Research Institute
Thammasat University
Bangkok, Thailand
อ่านรายละเอียด : Thai Conference
Read more information on Prof. Thongchai’s viewpoint at New Mandala
- Thongchai’s update on the Thai Studies conference
- More on the 2008 Thai Studies conference
- A Thai Studies boycott?
Comments
16 Responses to “งานสัมมนาไทยศึกษานานาชาติครั้งที่ 10”
Got something to say?






ผมเรียนไทยศึกษา มช.ปี 1 ไม่รู้ว่าจบไปจะทำงานไร
ใครรู้ช่วยแนะนำหน่อยคับ
ขอบคุณล่วงหน้าละกันนะ
ทำในสิ่งที่รัก
คุณถนัดอะไร พยายามค้นหาในช่วง 4 ปี
ทั้งฝึกงาน ทำงานพิเศษ ทำกิจกรรม
องค์กรไหนที่คุณสนใจจงเข้าร่วม
แล้วถามความรู้สึกลึกๆในใจ
มันจะค่อยๆชัดขึ้นเรื่อยๆ
แต่อย่าไปยึดติด มันอาจพลิกแพลงรูปแบบได้หลากหลาย
จงทดลอง และจะค่อยๆค้นพบ
อย่างผมนั้น ตอนแรกค้นพบว่าชอบงานขีดเขียน
ตอนแรกคิดว่าเป็นนวนิยาย
แต่สุดท้ายลองไปลองมาก็ไม่สำเร็จสักที
ภายหลังพบว่า “งานเขียน” นั้นถูกแล้ว แต่ยังต้องปรับแก้บางประการ
เป็นงานเขียนเชิงกลยุทธ์ งานเขียนเชิงวิจารณ์ ไม่ใช่นวนิยายโดยตรง
รวมถึงการวิเคราห์วิจารณ์การลงทุนและยุทธศาสตร์
พูดง่ายๆ คือ สิ่งที่รักจะค่อยๆคลำพบ โดยต้องปรับแก้บางประการตลอดการค้นหา
หากยึดติดกับทางใดมากไปจะค้นไม่พบ หรือค้นผิด
โลกยุคต่อไปเป็นโลกของ The Best ทำอะไรไม่ได้
“ไทยศึกษา” ไม่จำเป็นต้องอดตาย แต่สามารถหาเงินคล่อง ร่ำรวย
พร้อมกับรักษาเสน่ห์ของวิชาชีพได้
ตอบแบบนี้ไม่ทราบว่าจะถูกใจหรือไม่อย่างไร
ผม เรียนไทยศึกษา มช. ครับ อยากให้ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง กับ สาขา ไทยศึกษา แวะเวียนไป ให้ความรู้พวกผม บ้าง จังเลย ช่วยเปิดโลก เกี่ยวกับ สาขาวิชา นี้ ที เพราะ ที่ นี้ เขาไม่ค่อย จะสนใจ พวกผม กันเลย ครับ ไม่ได้ พูดลอยๆ
ไทยศึกษา มช. ผมว่า ดี นะครับ แต่ขาด ข้อมูลและข่าวสาร จากภายนอก ไปหน่อย อยากเป็นกบนอกกะลา ครับ ทุกวันนี้ ก็ สาขา ผม ขาดคน ดูแล และให้ความสนใจ อย่างจริงจัง จึงอยากขอให้ พวกพี่ๆที่เกี่ยวข้อง ลอง ให้โอกาส พวกผม หน่อยเถอะครับ อนาคต จะเป็นอย่างไร บ้างก็ไม่รู้เลย น้องผม ที่โพสข้อความไว้ ข้างบน เขาก็เคยถามผม นะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าจะตอบเขายังไงดี สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณ พี่ๆ นะครับ ถ้าหากจะลองมาสนใจ ไทยศึกษา มช.
อยากให้คุณเดียว และคุณ TS 49 ติดต่ออีเมลล์ถึงผม sikkha@gmail.com จะได้ลองดูว่าจะช่วยอะไรได้บ้างนะครับ
สวัสดีครับ คุณ กานต์
ผม TS 49 ที่ได้โพส ไว้ ในเว็บของ siamintelligence ผมเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี สังกัดจาก คณะสังคมศาสตร์ สาขาวิชาไทยศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อยากจะส่วนร่วมกับ ไทยศึกษา ทั้งต่างประเทศและในประเทศ เนื่องจาก สาขาวิชาไทยศึกษา ของ มช. เราพึ่งเริ่มดำเนินหลักสูตร มาเพียง 2 ปี จึงอาจจะยังไม่มีชื่อเสียงในวงการ ไม่เป็นที่รู้จัก ทำให้กิจกรรมเกี่ยวกับ ไทยศึกษา ที่จัดขึ้นในแต่ละครั้ง นักศึกษา ไทยศึกษา มช. ยังคงไม่มีส่วนรวม เช่น ในงาน งานสัมมนาไทยศึกษานานาชาติครั้งที่ 10 ที่ผ่านมา นักศึกษา อย่างพวกผมก็ไม่มีโอกาส ได้เข้ารวม กระทั่งนักศึกษาบางคนใน สาขา ยังไม่ทราบว่ามีการจัดงานนี้ขึ้น อาจเพราะขาดข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ ที่ทั่วถึง และขาดความร่วมมือระหว่างสถาบัน อย่างไรก็ตาม ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม ผมเห็นว่า สาขาไทยศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ยังคงขาดข่าวสารเหตุการณ์ความเคลื่ยนไหว การติดต่อสื่อสาร จากภายนอก ซึ่งส่งผล ต่อวิสัยทัศน์ของนักศึกษาไม่ก้าวไกล ไม่เป็นรูปธรรม ขาดการชี้นำที่ถูกต้อง รวมไปถึงปัญหาต่างๆมากมาย จนนำไปสู่การมองว่าศาสตร์ในสาขาวิชานี้ ไม่มีคุณค่า ไม่มีความหมาย ไม่เป็นรูปธรรม ไม่ทราบถึงวัตถุประสงค์ที่แน่ชัด ของการเรียน และส่งผลทำให้นักศึกษาขาดแรงกระตุ้นในการศึกษา เสียโอกาสทางการเรียนรู้ ฉะนั้น ผมในฐานะตัวแทนของ สาขาวิชาไทยศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปราถณาจะได้รับความช่วยเหลือในด้านของข้อมูลข่าวสารหรือการติดต่อ จากภายนอก เพื่อให้เป้าหมายและแนวทาง ทางการศึกษา ของสาขาวิชาไทยศึกษา กระจางและเป็นรูปนามธรรมมากขึ้น รวมถึงได้รับโอกาสทางการเรียนรู้นอกตำราเรียน ซึ่งจะเสริมสร้างทำให้นักศึกษาที่เรียนไทยศึกษาเกิดความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนเองกำลังศึกษาอยู่และนำความรู้ทีได้รับไปใช้พัฒนาประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพในวันข้างหน้า สุดท้ายนี้ หากความประสงค์ของผมไม่มากหรือขัดต่อหลักการของคุณ กานต์ มากจนเกินไป ก็ขอให้ช่วยเหลือในจุดนี้ด้วยครับ TS 49 อีเมล tum_cup@hotmail.com
ผมปลาบปลื้มในปณิธานเจตนาแรงกล้าของคุณ TS49 จริงๆ
ตอนผมอายุเท่านี้ ผมยังไม่มีความมุ่งมั่นขนาดนี้เลย
แต่ปัญหาอาจจะติดตรงที่ว่า ทางมหาวิทยาลัยของคุณ TS49 เขาจะยอมให้พวกเราไปช่วยเหลือมากน้อยแค่ไหน อย่างไร
เพราะองค์กรราชการนั้น มักจะน่าเบื่อ และยืดยาด รวมถึงขี้ระแวงซะด้วย
ผมเลยไม่แน่ใจ
แต่หากช่วยอะไรได้ ยินดีเต็มที่เลยครับ
ผมได้ส่งเมลล์ฉบับนี้ให้กับคุณ TS 49 และได้โพสต์ข้อความนี้ลงในเว็บไซต์ด้วยเผื่อเป็นประโยชน์ต่อท่านอื่นๆ
โดยพื้นเพผม เป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงพอจะเข้าใจอุปสรรคบางประการที่คุณพูดถึง โดยเฉพาะประเด็น “ขาดข้อมูลและข่าวสาร จากภายนอก”
เป็นความจริงครับ การที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ห่างไกลจากศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคม อย่างกรุงเทพนั้น ตัดโอกาสของเราไปมาก สำหรับตัวผมเองเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วที่ยังเรียนที่ มช. ต้องยอมรับว่าเป็นอุปสรรคจริงๆ ในขณะเดียวกัน การที่คุณศึกษาหลักสูตรที่เพิ่งถูกจัดตั้งขึ้นใหม่อย่าง “ไทยศึกษา” นั้น ก็เป็นปัญหาอย่างหนึ่งจริงๆ ผมก็บังเอิญเป็นนักศึกษาในหลักสูตรใหม่ของ สองหลักสูตร (มช. คอมพิวเตอร์, มธ. เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ) ด้วยความใหม่ของหลักสูตร ต้องยอมรับครับว่า มีความเสียเปรียบจากหลักสูตรที่ established แล้ว และผลิตนักศึกษาออกมาหลายรุ่นแล้ว
แต่อย่างไรก็ตาม อย่าให้อุปสรรคเหล่านี้มาเป็นตัวกีดขวาง ความพยายามของเรา โดยเฉพาะในยุคสมัยปัจจุบัน ซึ่งเทคโลยีเข้ามาช่วยเราแก้ไขปัญหาได้มากแล้ว
ผมมีข้อเสนอ เพื่อแนะนำสั้นๆ เบื้องต้นดังนี้
(1) ผมขอให้คุณเริ่มจากแนวทางของตัวเองก่อน
- พยายามจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมของพวกคุณเอง โดยสามารถเริ่มได้เลยจากภายในคณะ หาเวลาว่างหนึ่งวันในหนึ่งอาทิตย์ มาปรึกษา เสวนา ชวนอ่านหนังสือ วิพากษ์ วิเคราะห์ สถานการณ์ สังคม อะไรก็ได้ทั้งนั้น
- เมื่อเริ่มจากภายในได้แล้ว มีความเข้มแข็งขึ้นแล้ว (คุณจะทราบได้ด้วยตัวเอง) ลองขยายความร่วมมือไปภายนอก เช่นข้ามคณะ ชวนเพื่อนจากคณะอื่น มาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น (อันนี้ผมเสนอเป็นตุ๊กตาเฉยๆ) ทำเว็บไซต์เสนอความรู้เรื่อง ประวัติศาสตร์, ศิลปะ ล้านนา ทำเป็นบล็อก หรือเป็นเว็บไซต์ง่ายๆ ได้
- ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีกลุ่มกิจกรรมที่น่าสนใจอยู่แล้วเรียกว่า “มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน” มี อาจารย์อย่าง นิธิ, สมเกียรติ ตั้งนโม, ฯลฯ หลายต่อหลายคน ลองหาทางประสาน ติดต่อ เชิญอาจารย์มาช่วยให้ความรู้สัมมนา
- พยายามศึกษาหาความรู้ จากการอ่านหนังสือ , อินเทอร์เน็ต เท่าที่ผมดู หลักสูตรของคุณ เรียนค่อนข้างกว้าง มีทั้ง ประวัติศาสตร์ กฎหมาย รัฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ความรู้คุณจะกว้าง แต่ปัญหาคือมันจะกว้างเกินไปและไม่โฟกัส คุณลองพิจารณาดูว่า ตัวคุณเอง หรือกลุ่มของคุณสนใจเรื่องใดเป็นพิเศษ ปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์ในแขนงด้านต่างๆ อย่างกว้างขวางอยู่แล้ว
- (ผมยกตัวอย่าง) เช่น ถ้าคุณสนใจเรื่องประวัติศาสตร์ พยายามศึกษาประวัติศาสตร์อย่างวิพากษ์ คือต้องวิจารณ์เป็น เปรียบเทียบเป็น เห็นวิธีวิทยาในการศึกษาของงานเขียนชิ้นต่างๆ ลองอ่านหนังสืออย่าง การเมืองสมัยพระนารายณ์, การเมืองสมัยธนบุรี, ปากไก่และใบเรือ สามเล่มนี้ของนิธิ ลองอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้างของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล หนังสือชุดเหล่านี้มีวิธีการเล่าเรื่องที่ต่างจากประวัติศาสตร์กระแสหลัก (บ้านเมืองเป็นปึกแผ่นมาได้ ช้านาน เพราะบารมีผู้นำ ฯลฯ) อ่านหนังสือเหล่านี้ แล้วจับกลุ่มกันวิพากษ์วิจารณ์แลกเปลี่ยนมุมมองความเห็นของแต่ละคน
- ถ้าคุณมีเวลา ลองศึกษาวิธีวิทยา ที่ไม่ใช่กระแสหลัก อย่าง “ปรัชญาวัตถุนิยมวิพากษ์” ดูบ้าง (ลองไปค้นหาหัวข้อนี้ในห้องสมุดดูนะครับ)
(2) แม้ว่าคุณจะพลาดงานไทยศึกษา หรืองานสัมมนาอื่นๆ ที่กรุงเทพ (ผมเองก็ไม่ได้ไป) แต่คุณก็สามารถหาอ่านหรือตามฟังแถบบันทึกเสียงได้จากเว็บไซต์ต่างๆได้อยู่แล้ว
- http://www.fringer.org/?p=310
- http://www.fringer.org/?p=311
หนังสือ “ฟ้าเดียวกัน” ( http://www.sameskybooks.org ) ฉบับที่กำลังจะออกใหม่เล่มถัดไป จะบรรจุ รายละเอียดของการสัมมนาต่างๆ ในงานนี้เอาไว้
ถ้าคุณสนใจหาความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับความรู้ด้านอุษาคเนย์ และประเทศไทย จากมุมมองต่างประเทศ ที่เป็นวิชาการ ผมขอแนะนำให้เข้าเว็บไซต์
- นวมณฑล : http://rspas.anu.edu.au/rmap/newmandala/
ถ้าสนใจความรู้ประวัติศาสตร์ยุคใกล้ ให้เข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่
- บทความของสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล : http://somsakj.blogspot.com/
เว็บไซต์ต่อไปนี้อาจให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับพวกคุณนะครับ
- http://midnightuniv.org/
- http://www.arayachon.org/study
(3) ความจริง ผมมีเรื่องอยากแนะนำคุณอีกมาก แต่เบื้องต้น ผมคิดว่าข้อเสนอข้างต้น คงมีประโยชน์กับพวกคุณบ้าง ไม่มากก็น้อย หากมีปัญหาอะไรก็อย่าท้อแท้ อายุรุ่นพวกคุณเป็นช่วงเวลาที่มีไฟ และไม่ท้อถอยกับความล้มเหลวโดยธรรมชาติอยู่แล้ว จำไว้ว่ายิ่งทำงาน ยิ่งศึกษา ก็ยิ่งมีประสบการณ์
หากได้ลองเริ่มต้นทำกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ แล้วได้ผลอย่างไร ขอรบกวนช่วยแจ้งให้ทราบด้วยนะครับ ผมยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเหลือพวกคุณอย่างเต็มที่
กราบขอบพระคุณทุกท่าน ที่ให้ความช่วยเหลือ ในการให้ความรู้และแนวทาง พวกผมจะนำเอาวิธีการในเบื้องต้นนี้ไปปฏิบัติอย่างเต็มความสามารถ แล้วจะรายงานผลความเคลื้บหน้าให้ท่านทราบเป็นระยะๆ นะครับ ผมหวังว่าสาขาวิชาไทยศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าและเป็นที่ยอมรับในวงการนักวิชาการหัวก้าวหน้าของประเทศไทย
สุดท้ายนี้ก็ขอแสดงความเคารพอย่างสูง กระผมตัวแทนรุ่น 1 สาขาวิชาไทยศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อยากทราบว่าจะมีการจัดงานไทยศึกษาครั้งที่ 11 ไหมครับ ต่อเนื่องจาก ต้นปี 51 ที่ผ่านมา
อยากได้ข้อมูล นะครับ
ผมก็เรียนปริญญาโท ไทยศึกษา ม.รามคำแหง พอเรียนไปเรียนมาก็ไม่รู้ว่าจะนำไปใช้อะไรได้
เพราะมีหลายแขนงให้เลือก แต่ผลสุดท้ายเมื่อเข้าไปทำงาน ก็กลับไม่ได้รับความนิยม
กลายเป็นว่าจบไม่ตรงสาขา ทั้งๆที่มีหลายแขนง เช่น สังคมศาสตร์ ปรัชญาและศาสนา
ประวัติศาสตร์ ภาษาและวรรณกรรม คติชนวิทยา (ว่าจริงม๊ะ)
หนูจะจบม.6ปีนี้คะ สอบเข้ามมส.ได้เอกประวัติศาสตร์ชอบมากเเต่ไม่ทราบว่าจบไปจะทำงานเกี่ยวกับอะไรวานช่วยตอบทีนะคะ^-^
หนูติดคณะสังคมศาสตร์ สาขาไทยศึกษา ม.เชียงใหม่ ไม่แน่ใจว่าจะเรียนมั้ย เพราะไม่รู้ว่าจบมางานอะไร มีโอกาสตกงานรึเปล่า ดีมั้ย ช่วยแนะนำด้วย……………………………………ขอบคุณ
ดีคร้าบพ๋ม….พี่ๆๆไทยศึกษาตอนนี้พ๋มจบม.6แล้วสอบได้คณะสังคม สาขาไทยศึกษา มช.นี่หละ
พ๋มก็มีคำถามในใจ ว่า” จบไปทำงานไร” ซึ่งพ๋มก็พยามยามค้นหาคำตอบนะ แต่ไม่มีคัยตอบได้เลย พ่อแม่พ๋มก็ไม่เต็มใจให้เรียนสักเท่าไร ซึ่งพ๋ม ก็ติดคณะที่ท่านต้องการ มหาลัยที่ท่านต้องการ แต่พ๋มไม่ชอบคณะนั้นเลย และมันไม่ใช่ตัวพ๋มเลยคับ ถึงแม้อย่างไรก็ตามพ๋มก็จะเลือก คณะสังคม สาขาไทยศึกษา มช. ถึงแม้จะยังตอบคำถามในใจตัวเองไม่ได้นะ ……เอาเป็นว่าพ๋มจะเปงกำลังให้พี่ๆๆหาคำตอบแล้วนำกลับมาตอบพ๋มด้วยนะพ๋มจะรอคำตอบที่คณะนะคับ………ทุกวันนี้เพื่อนก็ยังล้อพ๋มทุกวันว่า มีที่เรียนก่อนคนอื่นแต่จบไปจะมีงานทำไหมว้า….นี่ก็เป็นอีกแรงผลักดันที่ทำใหห้พ๋มอยากรู้คับ