Practical Report The Best aggregate the goods

โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ : Siam Intelligence Unit

เหตุที่การวิเคราะห์เศรษฐกิจ มีความผิดพลาดค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ เรามองโลกแบบง่ายเกินไป โดยใช้ โมเดลแบบเส้นตรง มาวิเคราะห์โลกอันสลับซับซ้อน ในสมัยที่ผมเรียนในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในช่วงปี 3-4 อาจารย์ท่านหนึ่งได้สอนว่า โลกธรรมชาติมีความเป็น Non linear สมการเส้นตรงธรรมดา ไม่สามารถอธิบายได้อย่างถูกต้อง แม้แต่ปรากฏการณ์ที่ง่ายที่สุด ยังไม่สามารถทำนายได้แม่นยำ แต่เนื่องจากความง่ายในการวิเคราะห์ พวกเราจึงทุ่มเทความพยายามในการปรับความจริงของธรรมชาติให้เป็นแบบ linear แต่นั่นต้องมีวิธีการพิเศษบางประการ ซึ่งย่อมต้องใช้มันสมองทุ่มเทเพื่อให้แบบจำลอง linear สามารถรองรับความจริงแบบ Non linear ให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราเรียนเกี่ยวกับฟิสิกส์ตั้งแต่มัธยมจนถึงมหาวิทยาลัยตอนต้นนั้น เป็น linear model ที่ง่ายเกินไป หากนำไปใช้จริง คงมีความผิดพลาดที่ยากยอมรับได้

บางที วิชาเศรษฐศาสตร์ยังอ่อนเยาว์เกินไป เมื่อถึงระดับหนึ่ง อาจต้องยกระดับการวิเคราะห์เป็น Non Linear เช่นเดียวกับที่วิชาแขนงนี้พยายามเจริญรอยตามวิทยาศาสตร์มาโดยตลอด แนวโน้มใหม่เช่นนี้ได้เริ่มมีการศึกษาค้นคว้ากันแล้วในส่วนที่ก้าวหน้าที่สุดของสาขาวิชา (ซึ่งคงไม่ใช่ในประเทศไทย) ผมคิดว่าเป็นความก้าวหน้าสำคัญของวิชาเศรษฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม วิชาเศรษฐศาสตร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมศาสตร์ อาจมีสภาพ Non linear ที่แตกต่างจากทางวิทยาศาสตร์ โดยมีเรื่องของจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้อง จิตใจของมนุษย์นั้นสลับซับซ้อนยิ่งนัก นอกจากจะไม่เป็นเชิงเส้นแล้ว ยังอาจมีการกระโดดข้าม แตกกิ่งก้านสาขา มีโครงข่ายพิเศษซับซ้อน แต่สิ่งเหล่านี้ยังสามารถนำไปเปรียบเทียบกับวิทยาศาสตร์ได้บ้าง ความแตกต่างที่สำคัญ น่าจะอยู่ตรงที่ว่า สังคมศาสตร์ มีเรื่องของ “คุณภาพ” มาเกี่ยวข้องมากกว่าปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งแม้จะสลับซับซ้อน แต่สามารถชั่งตวงวัดได้ แต่เมื่อเป็นเรื่องของคุณภาพแล้ว การบวกลบคูณหาร การชั่งตวงวัด จะประสบปัญหาทันที การพยายามแปลงทุกอย่างเป็นปริมาณนั้น ยุ่งยากซับซ้อนมาก อาจยากยิ่งกว่าการแปลงสมการ Non Linear ให้เป็น Linear อย่างที่วิทยาศาสตร์ชั้นสูงกระทำกัน

จึงไม่น่าแปลกใจที่ “เศรษฐศาสตร์” จึงยังมีความผิดพลาดในระดับที่ไม่น่าให้อภัย ไม่เหมือนกับวิทยาศาสตร์ ที่สามารถทำนายปรากฏการณ์ต่างๆได้แม่นยำอย่างน่าตระหนก อย่างไรก็ตาม ผมยังให้ความสำคัญกับ Model คณิตศาสตร์ ที่นำมาช่วยในการวิเคราะห์ทำนายความเป็นไปของเศรษฐกิจโลก แต่ไม่ให้ความสำคัญเท่ากับที่ทางวิทยาศาสตร์ยอมรับคณิตศาสตร์ในการทำนายปรากฏการณ์ธรรมชาติ ผมคิดว่า เศรษฐศาสตร์จะต้องมีการวิเคราะห์เชิงคุณภาพเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพื่อมองให้เห็นความจริงอันสลับซับซ้อนทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมีเรื่องของจิตใจมาเกี่ยวข้องค่อนข้างมาก เพื่อทำนายความจริงได้อย่างแม่นยำ และนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป

ภาพประกอบจาก วิกิพีเดีย
บทความแรกที่จะนำเสนอเพื่อประกอบแนวคิด Non linear Economics คือ ปรากฏการณ์ที่มีชื่อว่า The Best aggregate the goods.

ในช่วงแรกของการสร้างผลิตภัณฑ์ input ที่ใส่เข้าไปย่อมให้ output น้อย ทำให้คนทั่วไปท้อแท้ หมดหวัง จนบางครั้งถึงกับล้มเลิก แต่หากผู้มีความรักและเชื่อว่างานของตนยิ่งใหญ่ ยังคงยืนหยัดต่อไป จนบรรลุถึง Turning Point หรือจุดเปลี่ยนพลิก Critical Mass หรือ มวลวิกฤติ เราจะพบกับปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทุกสิ่งทุกอย่างจะไหลลื่น Input ที่ใส่เข้าไปเพียงน้อยนิด จะให้ผลผลิตมหาศาล บางทีเพื่อชดเชยกับ output ที่น้อยเกินไปในช่วงแรก

เราอาจต้องทดลองผลิตผลงานถึง 100 ชิ้น เพื่อแลกกับผลงานที่สมบูรณ์แบบเพียง 1 ชิ้น แต่หลังจากนั้นเราสามารถ Reproduce ต้นฉบับที่สมบูรณ์เพียง 1 ชิ้นนั้น ให้มีคุณภาพที่ดีเหมือนต้นฉบับเดิมได้นับล้านชิ้น ยิ่งในยุคโลกาภิวัตน์ ยิ่งสามารถผลิตซ้ำได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก ยิ่งทำให้ของดีสามารถแพร่กระจายไปได้ยาวไกลยิ่งนัก

การผลิต Harry Porter เล่มแรก อาจใช้เวลา 4-5 ปี แต่เล่มต่อไปจนถึงเล่มที่ 100 ล้าน อาจใช้เวลาเพียง 1 เดือน

แต่หากเราอดทนถึงแค่ 99 ครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่ 100 ล้าน แต่จะเป็นศูนย์ เพราะผลงานไม่มีคุณภาพเพียงพอที่จะเป็นต้นฉบับที่ทรงคุณค่าในการผลิตซ้ำได้

ใช่หรือไม่ว่า นี่คือ ความไม่เป็นเชิงเส้นที่แสนโหดร้ายของโลกใบนี้

(จำนวนครั้งในการทดลองผลิตสินค้าจนได้ต้นฉบับที่สมบูรณ์แบบ ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามสัดส่วนนี้เสมอ ไป ผมเพียงแต่ยกตัวอย่าง เพื่อให้เห็นภาพเป็นรูปธรรม)

โลกโหดร้ายจริงหรือ ? ผมคงไม่มีคำตอบ แต่หากโลกเป็นเส้นตรง อะไรจะเกิดขึ้น ความเพียรพยายามเพียงแค่ 50 ครั้ง แล้วได้ผลงานออกมา 50 ชิ้น พยายาม 100 ครั้ง ได้ผลงานออกมา 100 ชิ้น โลกอาจมีความยุติธรรม อย่างน่ายกย่อง แต่ลองคิดถึงผลที่เกิดขึ้น เราจะมีขยะถึง 50 ชิ้น หรือมีแต่ผลงานธรรมดาเต็มล้นโลก แต่หากต้องใช้ความพยายามกลั่นกรองจนถึงครั้งที่ 1000 แล้วค่อยได้ผลงานมา 1 ชิ้น โลกอาจโหดร้ายเกินไป ทางที่ดีที่สุดคือ 100 ครั้ง เพื่อสร้างผลงานคุณภาพ 1 ชิ้น เพื่อ reproduce ด้วยต้นทุนที่ต่ำ จนออกมาเป็น 100 ล้านชิ้น

น่าตลกร้ายยิ่ง ขนาดโลกมีกลไกกลั่นกรองคุณภาพถึงขนาดนี้แล้ว เรายังมีผลงานหรือผลิตภัณฑ์ให้เสพรับจนแทบจะล้นโลก แต่ที่ตลกยิ่งกว่า คือ ผลิตภัณฑ์ที่ด้อยคุณภาพซึ่งถูกกำจัดออกไปในยุคโลกาภิวัตน์นี้ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่อิงกับเทคโนโลยี กลับนำไปสู่การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงกว่าเดิมอย่างรวดเร็ว จนมีปริมาณมากกว่าสินค้าที่ถูกกำจัดออกไปเสียอีก

แต่ผลงานเชิงศิลปะนั้น ยิ่งเก่ายิ่งดี ผลงานเพลงของ The Beatles ได้รับการผลิตซ้ำหลายยุคสมัย ผลงานชั้นดีแต่ไม่ถึงขั้นไร้ที่สุด อาจผลิตขึ้นหลัง The Beatles มีความสามารถคงอยู่ได้นับ 10 ปี แต่สุดท้ายก็เลือนหายไป เรียกว่าเกิดหลังตายก่อน

นี่ยังไม่นับผลสะท้อนที่ The Beatles เป็นแรงบันดาลใจให้กับ ผลงานชั้นดีชิ้นอื่น ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา น่าสงสัยว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมยิ่งนัก ที่ปล่อยให้ผลงานชั้นเลิศ ผูกขาดการสร้างสรรค์เอาไว้

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

ใช่หรือไม่ว่า โลกนี้ต้องการคุณภาพ หากปล่อยให้ผลงานไม่มีคุณภาพ ทำการผลิตซ้ำตามลำดับเส้นตรง โลกนี้คงเต็มไปด้วยขยะอีกเช่นเคย เพราะหาก Beatles ผลิตได้ 1000 ล้านชิ้น ตลอด 40 ปี เพื่อให้เกิดความยุติธรรม เราต้องให้ผลิตภัณฑ์ที่ดีน้อยกว่า Beatles 10 เท่า ผลิตได้ถึง 100 ล้านชิ้น ยังไม่นับผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพน้อยกว่า 100 เท่า ซึ่งอาจมีอยู่ 100 ผลิตภัณฑ์ ต้องทำการผลิตซ้ำให้ครบจำนวน จึงจะนับว่า “สวรรค์มีตา ฟ้าดินมีใจเป็นธรรม”

แล้วโลกจะไม่วุ่นวายกระนั้นหรือ

เมืองไทยไม่สามารถใช้แรงงานราคาถูกได้อีกต่อไป และความเป็นแรงงานราคาถูก ย่อมหมายความว่าเน้นไปที่ปริมาณ มากกว่าคุณภาพ นอกจากได้กำไรต่อชิ้นน้อยแล้ว เรายังมีความเปราะบางในการถูกคู่แข่งโจมตี และยังสร้างขยะขึ้นมากมาย เป็นการขัดกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แต่ครั้นจะให้เราจำกัดการผลิตให้น้อยลง ประเทศของเราคงอยู่ไม่ได้ เพราะกำไรต่อชิ้นของเราน้อยเกินไป ด้วยปริมาณการผลิตที่มากมายมหาศาลในปัจจุบัน เรายังแทบอยู่รอดกันไม่ได้ ทางออกเดียวคือ “น้อยแต่คุณภาพ” ซึ่งนอกจากทำให้เราอยู่ได้อย่างยั่งยืนแล้ว ชาติของเราจะพัฒนาตามรอยประเทศพัฒนา เราจะมีความมั่งคั่ง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นการตอบสนองเศรษฐกิจพอเพียง ในแง่มุมที่ว่า ผลิตของน้อยลงให้เพียงพอในการบริโภค แต่มีคุณภาพมากขึ้น สร้างรายได้มากเพียงพอ ไม่มีขยะ มีแต่คุณค่า

การทุ่มเททรัพยากรเพื่อผลิต The Best 1 ชิ้น แล้วจึงนำมาผลิตซ้ำด้วยต้นทุนที่ถูกลงมากมาย ยังอาจสร้างกำไรให้ธุรกิจและประเทศชาติได้มากกว่า ผลิตสินค้าธรรมดา 100 ชิ้น แต่ขายได้กำไรเพียงน้อยนิด

Microsoft, iPod, Google ใช่เจริญรอยตามแนวทางนี้หรือไม่

คนที่มีคุณภาพในชาติของเราต้องตระหนักในความไม่เป็นเชิงเส้นของโลกให้ดี เพื่อไม่ให้โดนภาพลวงตาของการผลิตสินค้าธรรมดา 100 ชิ้น เหนือกว่า ของดีมีคุณภาพเลิศ 1 ชิ้น

ได้เวลา Revalue หรือยัง

The Best aggregate many many goods but The medium aggregate none.

ผลิตภัณฑ์สุดยอด 1 ชิ้น สร้างผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศมากมาย

ผลิตภัณฑ์ธรรมดาไม่ได้สร้างสิ่งใดเลย

  • http://- khunutai

    ขอบคุณสำหรับสาระดีๆที่ท่านนำเสนอครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ จะติดตามรายการนะครับ เพราะน่าสนใจดี

  • http://g41act.muliply.com อิ้งค์

    สวัสดีครับคุณเจริญชัย

    ไม่ได้เข้ามาซักพักเพราะช่วงนี้ยุ่งๆ ไม่ทราบว่าจะรบกวนขออีเมลย์ได้ไหมครับ ผมอยากจะเมลย์ไปคุยปรึกษาหน่อยครับ ผมจำได้ว่าคุณเคยให้ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่ผมจำไม่ได้แล้วว่าอยู่ในไฟล์ไหน กว่าผมจะหาในไฟล์ที่เก็บไว้ทั้งหมดเจอนี่ผมแก่ก่อนแน่เลยครับ :) ขอบคุณมากครับ

    อิ้ง

  • เจริญชัย

    ขอบคุณ khunutai มากครับ ผมจะพยายามทำรายการให้ดีที่สุด เพื่อตอบสนองความไว้ใจที่แฟนๆมอบให้ครับ

    สำหรับคุณอิ๊งค์ก็ต้องขอขอบคุณ ที่ยังติดตามเราอยู่เสมอ สำหรับ อีเมล์นั้น คือ
    bloomsburyman@hotmail.com
    ปรึกษาได้เต็มที่เลยครับ
    แต่หากต้องการคุยสด โทรมาได้ที่ 085-839-2718 ผมยินดีต้อนรับเสมอครับ

  • matilda

    Take YouTube Videos with you
    YouTubeRobot.com today announces YouTube Robot 2.0, a tool that enables you to download video from YouTube.com onto your PC, convert it to various formats to watch it when you are on the road on mobile devices like mobile phone, iPod, iPhone, Pocket PC, PSP, or Zune.
    Product page: youtuberobot.com
    Direct download link: youtuberobot.com/download/utuberobot.exe
    Company web-site: .youtuberobot.com
    E-mail: support@youtuberobot.com