Arrietty (อาริเอ็ตตี้) ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องล่าสุดของสตูดิโอ Ghibli ตำนานแห่งภาพยนตร์การ์ตูนฝั่งญี่ปุ่น ผู้สร้างผลงานเลื่องชื่อมาแล้วมากมาย (คนไทยอาจรู้จัก Ghibli ในวงกว้างจากภาพยนตร์เรื่อง Spirited Away ที่ผงาดไปคว้ารางวัลออสการ์ในปี 2002)
Arrietty หรือชื่อเต็มๆ คือ The Borrower Arrietty เป็นผลงานลำดับที่ 17 ของ Ghibli โดยคราวนี้เป็นผลงานเปิดตัวของ “ฮิโระมาสะ โยเนะบายาชิ” (Hiromasa Yonebayashi) ลูกหม้อของ Ghibli ที่เติบโตมาในสายแอนิเมเตอร์ ที่ถูกเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นผู้กำกับครั้งแรก แต่ก็ยังมี “ฮายาโอะ มิยาซากิ” ผู้ก่อตั้งและบรมครูแห่งโลกภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นช่วยประคองโดยการเขียนบทภาพยนตร์ให้
Arrietty นำโครงเรื่องมาจากนิยายเยาวชนชื่อ The Borrowers ของ Mary Norton เป็นเรื่องของ “คนจิ๋ว” ที่อาศัยอยู่ในบ้านสวนแห่งหนึ่ง และต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปโดย “หลบ” สายตาของมนุษย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อเผ่าพันธุ์ของตัวเอง

สิ่งเล็กเล็ก
ภาพยนตร์หลายเรื่องของ Ghibli เป็น “การผจญภัย” ที่ยิ่งใหญ่และสง่างาม ไม่ว่าจะเป็นสงครามในหุบเหวลมของ Nausicaa, การผจญภัยบนเกาะลอยฟ้าในเรื่อง Laputa, มหากาพย์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติใน Princess Mononoke
หลายเรื่องอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น และหันมาสนใจเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น เช่น ชีวิตบ้านป่าสงบสุขกับ Totoro, โลกแฟนตาซีในสายตาเด็กผู้หญิงอย่าง Spirited Away และ Ponyo ซึ่งก็ขับเน้นจุดเด่นด้าน “ความละเมียด” ของ Ghibli ออกมาได้เป็นอย่างดี
แต่ทั้งหมดที่ว่ามา เทียบไม่ได้เลยกับ Arrietty ที่สนใจในเรื่องเล็กๆ ยิ่งกว่านั้น นอกจากประเด็นหลักของเรื่องจะเกี่ยวข้องกับ “คนตัวเล็ก” แล้ว ขนาดของพล็อตและการเดินเรื่องยังสนใจเฉพาะตัวละครเพียงไม่กี่ตัว ในบ้านหลังเล็กๆ เพียงหลังเดียวเท่านั้น
การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน Arrietty เป็นเพียงแค่ช่วยตามหาแม่ของเธอที่ถูกจับไปขังในขวดโหลเท่านั้น ถือว่าต่างไปอย่างสิ้นเชิงกับโลกแห่งท้องทะเลของ Ponyo หรือการขี่มังกรไปบนท้องฟ้าใน Spirited Away และแน่นอนว่าลืมสัตว์ประหลาดพิสดารไปได้เลย เพราะสัตว์ที่ร้ายกาจที่สุดใน Arrietty เป็นเพียงแมวอ้วนตัวหนึ่งเท่านั้น
แต่ “ความเล็ก” ของ Arrietty กลับยังดูสนุก ซึ่งตรงนี้แสดงให้เห็นฝีมือที่แท้จริงของ Ghibli ว่าถึงเรื่องจะไม่มีอะไร แต่ยังสร้างออกมาเป็นภาพยนตร์ให้ดูสนุกได้

คนตัวเล็ก
Arrietty เป็นเรื่องของครอบครัวคนจิ๋ว (ตัวเล็กพอที่จะยืนบนฝ่ามือของมนุษย์ได้) ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก 3 รายคือ พ่อ แม่ และอาริเอ็ตตี้ ลูกสาววัย 14 ปี ครอบครัวนี้อาศัยอยู่ใน “บ้านจิ๋ว” สร้างจากอิฐบล็อค หลบอยู่ชั้นใต้ดินของบ้านสวนหลังหนึ่งในญี่ปุ่น
เหล่าคนจิ๋วกลัวภัยคุกคามจากมนุษย์มาก และเมื่อใดที่ถูกมนุษย์พบเห็น คนจิ๋วจะต้องหลบหนี ย้ายถิ่นฐานไปให้ไกลเพื่อป้องกันอันตรายจากมนุษย์ เพื่อนบ้านของอาริเอ็ตตี้ต่างหลบหนีไปจนหมดแล้ว เหลือเพียงครอบครัวของเธอเพียงครอบครัวเดียวในละแวกนั้น
แต่ถึงแม้ว่าคนจิ๋วจะกลัวมนุษย์ขนาดไหน คนจิ๋วเองกลับต้องพึ่งพาทรัพยากรจากมนุษย์เป็นอย่างมาก (เพราะมีวิถีชีวิตเหมือนกับมนุษย์ทุกประการ แค่ตัวเล็กกว่าเท่านั้น) ดังนั้นคนจิ๋วจึงต้อง “ขอยืม” ทรัพยากร อย่างเช่น น้ำตาล กระดาษชำระ จากมนุษย์โดยไม่ให้มนุษย์รู้
คำว่า “ขอยืม” เป็นคำศัพท์ของคนจิ๋วที่นำมาใช้แทนคำว่า “ขโมย” และนี่จึงเป็นเหตุว่าทำไมคนจิ๋วถึงเรียกตัวเองว่า “ผู้หยิบยืม” หรือ The Borrowers ตามชื่อเรื่องและชื่อนิยาย
ปกติหน้าที่ “ขอยืม” สิ่งของจากมนุษย์เป็นของพ่อของอาริเอ็ตตี้ แต่เมื่อเธอมีอายุครบ 14 ปี พ่อของเธอก็เห็นว่าควรสอนวิชาการหยิบยืมสิ่งของจากมนุษย์ได้แล้ว เพื่อให้เธอเอาชีวิตรอดไปได้ในอนาคตที่ไม่มีพ่อแม่อยู่
อาริเอ็ตตี้เองก็เฝ้าฝันถึงการผจญภัยครั้งแรกใน “บ้านใหญ่” ของมนุษย์ที่อยู่เหนือหัวเธอไปเพียงไม่กี่เมตร แต่ภารกิจแรกของเธอที่เหมือนจะราบรื่นไร้อุปสรรค กลับต้องพังทลายลงเพราะบ้านใหญ่หลังนั้นมีสมาชิกใหม่ “โช” หลายชายของคุณยายเจ้าของบ้าน ที่ย้ายจากเมืองใหญ่มาเพื่อตระเตรียมสุขภาพก่อนผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ
โชไม่ตกใจอะไรกับการพบเห็นเพื่อนตัวเล็กโดยบังเอิญ เพราะแม่ของเขาที่เคยอาศัยในบ้านหลังนี้ เล่าให้ฟังว่าเธอเคยพบมนุษย์จิ๋วมาก่อน และโชกลับมองอาริเอ็ตตี้เป็น “เพื่อน” ที่เขาไม่เคยมีมาก่อนเพราะสุขภาพไม่ดี
เรื่องราวที่เหลือในภาพยนตร์เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอาริเอ็ตตี้กับโช และการผจญภัยเล็กๆ (แต่ยิ่งใหญ่มากในสายตาของอาริเอ็ตตี้) ในบริเวณบ้านเท่านั้น

ความบันเทิงที่ไม่เล็ก
การผจญภัยเล็กๆ ของอาริเอ็ตตี้กลับดูสนุก นี่เป็นเพราะฝีมือการเขียนบทที่ค่อยๆ นำผู้ชมไปสู่โลกเล็กๆ ของอาริเอ็ตตี้ทีละน้อย และแทรกปัญหา การผจญภัย ไคลแมกซ์ มาทีละเปลาะ
และในระหว่างนั้น ผู้สร้างภาพยนตร์ก็สอดแทรกด้วยความละมุนละไมเล็กๆ น้อยๆ ที่เรียกวิญญาณความเป็นเด็กของผู้ชมกลับมาทีละนิด เราจะได้เห็นวิถีชีวิตในฐานะ “คนตัวเล็ก” ของอาริเอ็ตตี้ที่ต่างไปจากมนุษย์ เช่น การใช้เข็มหมุดเป็นดาบ การชงชาที่ใช้น้ำเพียงหยดเดียว เทคนิคการปีนป่ายของคนจิ๋วที่ใช้เพียง “เทปกาว” ของมนุษย์พันแขนขาเอาไว้
ส่วนงานภาพของ Arrietty กลับมาใช้สไตล์ภาพวาดทิวทัศน์ด้วยมืออันเป็นเอกลักษณ์ของ Ghibli อีกครั้ง (หลังจากที่ Ponyo หันไปใช้ภาพแบบการ์ตูนลายเส้นที่ต่างออกไปพอสมควร) ผู้ชมจะได้ตื่นตะลึงกับทุ่งดอกไม้อันงดงามข้างบ้านของโช เถาไม้เลื้อยบนหลังคาบ้าน งานภาพของ Ghibli ลงละเอียดจนถึงแมลงเต่าทองที่เกาะบนยอดหญ้า เม็ดฝนที่โปรยปราย และลวดลายวิจิตรบนอุปกรณ์ตกแต่งใน “บ้านคนจิ๋ว” พื้นที่สำคัญภายในเรื่อง เรียกได้ว่าแฟนพันธุ์แท้ของ Ghibli ไม่มีทางผิดหวังกับงานภาพในเรื่องนี้
ดนตรีประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างสรรค์โดย Cécile Corbel ศิลปินสาวชาวฝรั่งเศส ที่บรรเลงเพลง Arrietty’s Song ด้วยฮาร์พ ซึ่งไพเราะและเข้ากับบรรยากาศของเรื่องอย่างมาก (ฟังเพลงประกอบได้จากวิดีโอตัวอย่างภาพยนตร์ด้านล่าง)
ถึงแม้ The Borrower Arrietty จะไม่ใช่ผลงานที่ดีที่สุดของ Studio Ghibli แต่ก็เป็นผลงานชั้นเลิศที่จะสร้างความอิ่มใจให้กับผู้ชม และความสดใสร่าเริงของอาริเอ็ตตี้ก็ย่อมทำให้เธอเป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟนๆ ของ Ghibli ชื่นชอบอย่างแน่นอน
ตอนนี้ Arrietty ฉายในประเทศไทยเพียงโรงเดียวที่ลิโด้ ผู้ที่สนใจอาจต้องรีบหน่อย หรือไม่อย่างนั้นก็อาจติดตามทางดีวีดีแทน
