<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:itunes="http://www.itunes.com/dtds/podcast-1.0.dtd"
xmlns:rawvoice="http://www.rawvoice.com/rawvoiceRssModule/"
	>
<channel>
	<title>Comments on: Mark Cuban: วิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ถูกต้อง</title>
	<atom:link href="http://www.siamintelligence.com/the-cure-to-our-economic-problems/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.siamintelligence.com/the-cure-to-our-economic-problems/</link>
	<description>Dare to Think</description>
	<lastBuildDate>Sat, 11 Feb 2012 10:05:00 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
	<item>
		<title>By: เจริญชัย</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/the-cure-to-our-economic-problems/comment-page-1/#comment-1279</link>
		<dc:creator>เจริญชัย</dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Oct 2008 03:05:54 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=315#comment-1279</guid>
		<description>ขอบคุณ พี่ Huang มากๆครับ ที่ให้มุมคิดนี้

แต่ถ้าอ่านโดยภาพรวม จะเห็นว่า
สิ่งที่บทความนี้เน้น คือ

&quot;สร้างผู้ประกอบการใหม่&quot;

ส่วนเรื่องภาษีนั้น ก็น่าจะมีผลต่อกำลังใจของผู้ประกอบเก่า

จุดที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ความคาดหวังที่ว่า &quot;ผู้ประกอบการใหม่&quot;
จะกลายเป็นตัวจักรสำคัญในการแก้วิกฤตทุกครั้ง</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณ พี่ Huang มากๆครับ ที่ให้มุมคิดนี้</p>
<p>แต่ถ้าอ่านโดยภาพรวม จะเห็นว่า<br />
สิ่งที่บทความนี้เน้น คือ</p>
<p>&#8220;สร้างผู้ประกอบการใหม่&#8221;</p>
<p>ส่วนเรื่องภาษีนั้น ก็น่าจะมีผลต่อกำลังใจของผู้ประกอบเก่า</p>
<p>จุดที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ความคาดหวังที่ว่า &#8220;ผู้ประกอบการใหม่&#8221;<br />
จะกลายเป็นตัวจักรสำคัญในการแก้วิกฤตทุกครั้ง</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Huang</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/the-cure-to-our-economic-problems/comment-page-1/#comment-1277</link>
		<dc:creator>Huang</dc:creator>
		<pubDate>Wed, 29 Oct 2008 12:33:07 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=315#comment-1277</guid>
		<description>ภาษีไม่มีผลต่อธุรกิจเกิดใหม่ .. โดยทางตรง ครับ เพราะธุรกิจเกิดใหม่โดยมากใช้เวลาโดยเฉลี่ย 4-5 ปี กว่าจะคืนทุน ซึ่งแปลว่าเขาไม่ต้องเสียภาษีแน่ๆอย่างน้อย 5 ปี ดังนั้นเขาไม่สนใจอัตราภาษีในตอนแรกๆหรอก เขาสนใจแต่ว่าทำอย่างไรธุรกิจถึงจะอยู่รอดมากกว่า  อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจที่ mature แล้ว ภาษีมีผลค่อนข้างมากทีเดียวครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ภาษีไม่มีผลต่อธุรกิจเกิดใหม่ .. โดยทางตรง ครับ เพราะธุรกิจเกิดใหม่โดยมากใช้เวลาโดยเฉลี่ย 4-5 ปี กว่าจะคืนทุน ซึ่งแปลว่าเขาไม่ต้องเสียภาษีแน่ๆอย่างน้อย 5 ปี ดังนั้นเขาไม่สนใจอัตราภาษีในตอนแรกๆหรอก เขาสนใจแต่ว่าทำอย่างไรธุรกิจถึงจะอยู่รอดมากกว่า  อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจที่ mature แล้ว ภาษีมีผลค่อนข้างมากทีเดียวครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เจริญชัย</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/the-cure-to-our-economic-problems/comment-page-1/#comment-1271</link>
		<dc:creator>เจริญชัย</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Oct 2008 11:06:06 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=315#comment-1271</guid>
		<description>ขอบคุณ zneb Jeerasak และ nutjubjub

ผมเห็นด้วยว่า &quot;จริยธรรม&quot; เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งในการดำรงชีวิตและธุรกิจ
แต่การบอกว่า 
&quot;มนุษย์ทุกวันนี้ฉลาดขึ้นมาก แต่ไร้จริยธรรมมากขึ้นเหมือนกัน&quot;

ผมว่าต้องพูดกันยาว
ศีลธรรม ชีวิต และ ธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดกันได้ง่ายๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงปฏิสัมพันธ์ของมัน

แต่มีเรื่องที่น่าสนใจเกิดขึ้นกับผม คือ การได้อ่านหนังสือ
&quot;ความทรงจำ ความฝัน ความคิดคำนึง&quot; ของ Jung ซึ่งเป็นนักจิตวิทยา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ ธุรกิจเลย

แต่ผมกลับได้พลังดลใจล้ำลึกอย่างบอกไม่ถูก เขาบอกว่า สิ่งสำคัญ คือ เราต้องค้นพบตัวเอง เขาพูดถึงเรื่องจิตไร้สำนึก ที่มีปฏิสัมพันธ์กับจิตสำนึก และวิถีชีวิตของเราทุกอย่าง

จนเช้าวันนี้ ผมได้ตระหนักว่า
&quot;นอกจากต้องค้นพบตัวเอง เข้าใจตัวเองแล้ว เราต้องค้นให้พบว่า ภารกิจในชีวิต คืออะไร&quot;

ช่วง 2-3 ปีมานี้ ผมพบว่า สิ่งที่ปรารถนา คือ การเป็นสื่อมวลชน การวางกลยุทธ์ การทำธุรกิจ ผมมีไฟและแรงบันดาลใจ

แต่มันไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนความฝัน เพราะยังขาดการหลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผมยังไม่ค้นพบ &quot;ภารกิจ&quot; จากจิตใต้สำนึก จากทุกส่วนสัดในร่างกาย

แต่งานของ Jung ทำให้ผมต่อยอด และเข้าใจพลังของมนุษย์มากขึ้น

ผมจึงกระจ่างว่า &quot;นักธุรกิจที่แท้จริง&quot; นั้น จะต้องค้นพบตัวเอง ค้นพบภารกิจ โดยไม่ใช่แค่การคิด รู้สึก หรือมุ่งมั่น

แต่ต้องแนบชิดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและจิตวิญญาณ

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจ วิศวกร นักลงทุน อาจารย์ ฯลฯ คุณมี 2 สิ่งที่ต้องทำ

1. เข้าใจตัวเองและชีวิตอย่างล้ำลึก
2. ทำภารกิจของตัวเองอย่างสุดชีวิต แต่จะทำเช่นนั้นได้ คุณต้องค้นหาภารกิจให้เจอก่อน ซึ่งอาจต้องค้นไปจนถึงระดับจิตวิญญาณหรือตัวตนอันล้ำลึก</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ขอบคุณ zneb Jeerasak และ nutjubjub</p>
<p>ผมเห็นด้วยว่า &#8220;จริยธรรม&#8221; เป็นเรื่องสำคัญ ทั้งในการดำรงชีวิตและธุรกิจ<br />
แต่การบอกว่า<br />
&#8220;มนุษย์ทุกวันนี้ฉลาดขึ้นมาก แต่ไร้จริยธรรมมากขึ้นเหมือนกัน&#8221;</p>
<p>ผมว่าต้องพูดกันยาว<br />
ศีลธรรม ชีวิต และ ธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดกันได้ง่ายๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงปฏิสัมพันธ์ของมัน</p>
<p>แต่มีเรื่องที่น่าสนใจเกิดขึ้นกับผม คือ การได้อ่านหนังสือ<br />
&#8220;ความทรงจำ ความฝัน ความคิดคำนึง&#8221; ของ Jung ซึ่งเป็นนักจิตวิทยา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ ธุรกิจเลย</p>
<p>แต่ผมกลับได้พลังดลใจล้ำลึกอย่างบอกไม่ถูก เขาบอกว่า สิ่งสำคัญ คือ เราต้องค้นพบตัวเอง เขาพูดถึงเรื่องจิตไร้สำนึก ที่มีปฏิสัมพันธ์กับจิตสำนึก และวิถีชีวิตของเราทุกอย่าง</p>
<p>จนเช้าวันนี้ ผมได้ตระหนักว่า<br />
&#8220;นอกจากต้องค้นพบตัวเอง เข้าใจตัวเองแล้ว เราต้องค้นให้พบว่า ภารกิจในชีวิต คืออะไร&#8221;</p>
<p>ช่วง 2-3 ปีมานี้ ผมพบว่า สิ่งที่ปรารถนา คือ การเป็นสื่อมวลชน การวางกลยุทธ์ การทำธุรกิจ ผมมีไฟและแรงบันดาลใจ</p>
<p>แต่มันไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนความฝัน เพราะยังขาดการหลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผมยังไม่ค้นพบ &#8220;ภารกิจ&#8221; จากจิตใต้สำนึก จากทุกส่วนสัดในร่างกาย</p>
<p>แต่งานของ Jung ทำให้ผมต่อยอด และเข้าใจพลังของมนุษย์มากขึ้น</p>
<p>ผมจึงกระจ่างว่า &#8220;นักธุรกิจที่แท้จริง&#8221; นั้น จะต้องค้นพบตัวเอง ค้นพบภารกิจ โดยไม่ใช่แค่การคิด รู้สึก หรือมุ่งมั่น</p>
<p>แต่ต้องแนบชิดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและจิตวิญญาณ</p>
<p>ไม่ว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจ วิศวกร นักลงทุน อาจารย์ ฯลฯ คุณมี 2 สิ่งที่ต้องทำ</p>
<p>1. เข้าใจตัวเองและชีวิตอย่างล้ำลึก<br />
2. ทำภารกิจของตัวเองอย่างสุดชีวิต แต่จะทำเช่นนั้นได้ คุณต้องค้นหาภารกิจให้เจอก่อน ซึ่งอาจต้องค้นไปจนถึงระดับจิตวิญญาณหรือตัวตนอันล้ำลึก</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: nutjubjub</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/the-cure-to-our-economic-problems/comment-page-1/#comment-1269</link>
		<dc:creator>nutjubjub</dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Oct 2008 06:16:51 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=315#comment-1269</guid>
		<description>ส่วนตัว ผมเห็นด้วยกับไอเดียของเฮียเค้านะ
แต่เรื่องภาษี แม้มันไม่ต้องคิดตอนเริ่มปั้นmodelธุรกิจก็จริง
แต่พอดำเนินธุรกิจไป ผมว่ามันก็สำคัญมากนะไม่ว่าจะเมืองไทยหรือจะแดนมะกัน
เพียงแต่เมืองไทยมานั่งคิดว่าจะหลบยังไง
ส่วนแดนมะกันจะหาทางลดภาระภาษียังไง
ผมเคยไปอบรมผู้ประกอบการณ์อยู่courseหนึ่ง 
สังเกตได้เลย ทุกคนจะพูดตรงกันว่า วิชาเกี่ยวกับภาษีและบัญชี มีสาระในเชิงรูปธรรมมากที่สุด
แต่แน่นอน โดยรวมความคิดสร้างสรรค์และวิญญาณผู้ประกอบการณ์ย่อมเป็นสาระสำคัญกว่า
แต่นโยบายเรื่องภาษีรวมถึงดอกเบี้ย ผมว่าก็สำคัญไม่น้อย (แถมทำง่ายได้ผลเร็ว)

ส่วนตัวผมว่าการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้
เหตุน่าจะมาจากของเล่นทางการเงินมากมาย ที่ออกมาเพื่อความสนุกและการเพิ่มมูลค่าเพียงอย่างเดียวของนักการเงินทั้งหลาย
โดยไม่ได้คิดถึงการป้องกันและเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบเศรษฐกิจจริงๆเท่าไหร่เลย
ก่อนจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมว่าน่าจะต้องมาทบทวนของเล่นพวกนั้นก่อน
ว่ามันมีประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่จริงหรือเปล่า
ผมว่าระยะสั้นของเล่นพวกนั้นน่ะดี แต่ระยะยาวเดี๋ยวก็เป็นแบบนี้อีกแหละ
(ส่วนตัวผมสะใจนิดหน่อยที่มันพังลงมา เพราะเอาแต่ได้กันท่าเดียว แต่สุดท้ายคนก่อเรื่องก็ต้องมาให้คนทั้งหมดมาช่วยกันแบกรับ ก็เหมือนไม่เป็นธรรมอยู่ เลยสะใจไม่เต็มที่)</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>ส่วนตัว ผมเห็นด้วยกับไอเดียของเฮียเค้านะ<br />
แต่เรื่องภาษี แม้มันไม่ต้องคิดตอนเริ่มปั้นmodelธุรกิจก็จริง<br />
แต่พอดำเนินธุรกิจไป ผมว่ามันก็สำคัญมากนะไม่ว่าจะเมืองไทยหรือจะแดนมะกัน<br />
เพียงแต่เมืองไทยมานั่งคิดว่าจะหลบยังไง<br />
ส่วนแดนมะกันจะหาทางลดภาระภาษียังไง<br />
ผมเคยไปอบรมผู้ประกอบการณ์อยู่courseหนึ่ง<br />
สังเกตได้เลย ทุกคนจะพูดตรงกันว่า วิชาเกี่ยวกับภาษีและบัญชี มีสาระในเชิงรูปธรรมมากที่สุด<br />
แต่แน่นอน โดยรวมความคิดสร้างสรรค์และวิญญาณผู้ประกอบการณ์ย่อมเป็นสาระสำคัญกว่า<br />
แต่นโยบายเรื่องภาษีรวมถึงดอกเบี้ย ผมว่าก็สำคัญไม่น้อย (แถมทำง่ายได้ผลเร็ว)</p>
<p>ส่วนตัวผมว่าการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้<br />
เหตุน่าจะมาจากของเล่นทางการเงินมากมาย ที่ออกมาเพื่อความสนุกและการเพิ่มมูลค่าเพียงอย่างเดียวของนักการเงินทั้งหลาย<br />
โดยไม่ได้คิดถึงการป้องกันและเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบเศรษฐกิจจริงๆเท่าไหร่เลย<br />
ก่อนจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมว่าน่าจะต้องมาทบทวนของเล่นพวกนั้นก่อน<br />
ว่ามันมีประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่จริงหรือเปล่า<br />
ผมว่าระยะสั้นของเล่นพวกนั้นน่ะดี แต่ระยะยาวเดี๋ยวก็เป็นแบบนี้อีกแหละ<br />
(ส่วนตัวผมสะใจนิดหน่อยที่มันพังลงมา เพราะเอาแต่ได้กันท่าเดียว แต่สุดท้ายคนก่อเรื่องก็ต้องมาให้คนทั้งหมดมาช่วยกันแบกรับ ก็เหมือนไม่เป็นธรรมอยู่ เลยสะใจไม่เต็มที่)</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: Jeerasak</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/the-cure-to-our-economic-problems/comment-page-1/#comment-1265</link>
		<dc:creator>Jeerasak</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Oct 2008 15:29:28 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=315#comment-1265</guid>
		<description>สำหรับผม ผมมองว่าก็คือทฤษฎีบทหนึ่งครับ  เพราะท้ายสุดแล้วเมื่อสิ่งใดเกิดขึ้นแล้วก็จะถูกลอกเลียนได้โดยง่าย มองง่ายๆ ว่ามนุษย์ทุกวันนี้ฉลาดขึ้นมาก แต่ไร้จริยธรรมมากขึ้นเหมือนกัน

เดี่ยวนี้ทุกสิ่งจะเจริญเติบโตแบบต่อเนื่องเป็นระยะเวลาเฟื่องฟูแบบสมัยก่อนทำได้ค่อนข้างยาก นอกจากเป็นนวัตกรรมระดับสูง หรือทุนสูงมาก หรือซับซ้อนมากๆ

เราเรียนหนังสือกันหนักแต่ไม่ได้พัฒนา มีแต่ก๊อปปี้ซัส่วนมาก ผมมองว่าภาคการเกษตรจะเป็นจุดนำตลาดในอนาคต คนที่มีอาณาเขตดินแดน และทรัพยากร ต่อให้โง่งมเพียงใด ยังคงเจริญรุ่งเรือง

แต่ในขณะที่คนฉลาดแต่ไม่รวย ต้องเวียนว่ายตายเกิดในวงสังคม เพื่อแย่งกันเป็นลูกจ้าง พวกที่มีทรัพยากรอยุ่ในมือ ต้นทุนการศึกษาสูงขึ้นแต่ไม่ได้สะท้อนรายได้ที่ลงทุนไปกับการเรียน
คงจะมีแค่ 1 ใน 10,000 หรือ 100,000 เท่านั้นที่จะมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้ อันนี้เป็นมุมหนึ่งที่ผมมองนะครับ ผิดถูกคงไม่ว่ากันนะครับ ผมแค่อยากแลกเปลี่ยนมุมมองครับ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>สำหรับผม ผมมองว่าก็คือทฤษฎีบทหนึ่งครับ  เพราะท้ายสุดแล้วเมื่อสิ่งใดเกิดขึ้นแล้วก็จะถูกลอกเลียนได้โดยง่าย มองง่ายๆ ว่ามนุษย์ทุกวันนี้ฉลาดขึ้นมาก แต่ไร้จริยธรรมมากขึ้นเหมือนกัน</p>
<p>เดี่ยวนี้ทุกสิ่งจะเจริญเติบโตแบบต่อเนื่องเป็นระยะเวลาเฟื่องฟูแบบสมัยก่อนทำได้ค่อนข้างยาก นอกจากเป็นนวัตกรรมระดับสูง หรือทุนสูงมาก หรือซับซ้อนมากๆ</p>
<p>เราเรียนหนังสือกันหนักแต่ไม่ได้พัฒนา มีแต่ก๊อปปี้ซัส่วนมาก ผมมองว่าภาคการเกษตรจะเป็นจุดนำตลาดในอนาคต คนที่มีอาณาเขตดินแดน และทรัพยากร ต่อให้โง่งมเพียงใด ยังคงเจริญรุ่งเรือง</p>
<p>แต่ในขณะที่คนฉลาดแต่ไม่รวย ต้องเวียนว่ายตายเกิดในวงสังคม เพื่อแย่งกันเป็นลูกจ้าง พวกที่มีทรัพยากรอยุ่ในมือ ต้นทุนการศึกษาสูงขึ้นแต่ไม่ได้สะท้อนรายได้ที่ลงทุนไปกับการเรียน<br />
คงจะมีแค่ 1 ใน 10,000 หรือ 100,000 เท่านั้นที่จะมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้ อันนี้เป็นมุมหนึ่งที่ผมมองนะครับ ผิดถูกคงไม่ว่ากันนะครับ ผมแค่อยากแลกเปลี่ยนมุมมองครับ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: zneb</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/the-cure-to-our-economic-problems/comment-page-1/#comment-1262</link>
		<dc:creator>zneb</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Oct 2008 07:50:04 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=315#comment-1262</guid>
		<description>สิ่งที่คุณเจริญชัยเสนอตรงกับทฤษฎีของ Schumpeter ผมเห็นด้วยกับการสร้างนักธุรกิจใหม่ๆ และบุกเบิกผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ มีการจ้างงานมาก มีมูลค่าเพิ่มสูง และที่สำคัญสินค้าที่ผลิตออกมาจะต้องมีประโยชน์ในการใช้สอยอย่างแท้จริงไม่ใช่เพื่อการบริโภคเชิงสัญญะ</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>สิ่งที่คุณเจริญชัยเสนอตรงกับทฤษฎีของ Schumpeter ผมเห็นด้วยกับการสร้างนักธุรกิจใหม่ๆ และบุกเบิกผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ มีการจ้างงานมาก มีมูลค่าเพิ่มสูง และที่สำคัญสินค้าที่ผลิตออกมาจะต้องมีประโยชน์ในการใช้สอยอย่างแท้จริงไม่ใช่เพื่อการบริโภคเชิงสัญญะ</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: เจริญชัย</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/the-cure-to-our-economic-problems/comment-page-1/#comment-1259</link>
		<dc:creator>เจริญชัย</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Oct 2008 03:30:30 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=315#comment-1259</guid>
		<description>การสร้างนักธุรกิจใหม่ เพื่อกู้วิกฤตเศรษฐกิจ
คือ แนวคิดที่ผมเสนอมาตั้งแต่จัดรายการ &quot;เศรษฐศาสตร์ตลาดสด&quot; แล้ว
555

แต่เนื่องจากผมยังเป็น &quot;ตัวกระจอก&quot; จึงยังไม่กล้าเสนอแนวคิดนี้อย่างเต็มรูป
ไม่กล้าบอกว่า &quot;นโยบายเศรษฐกิจ&quot; มันไม่มีประโยชน์ หรือมีประโยชน์ไม่มากนัก

แต่ตอนนี้มี &quot;รายใหญ่&quot; มาบอกแทนแล้ว
โดนใจจริงๆ

มีหลายตอนที่เว่อร์ไปนิด แต่ก็สร้างแรงบันดาลใจอย่างดียิ่ง

ขอบคุณมาร์ค มากๆครับ

ปล.

&quot;ผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจขึ้นมาจากมือเปล่านั้นไม่เคยสนใจว่าต้องจ่ายภาษีกี่เปอร์เซ็นต์ ตอนที่บิล เกตส์ ลาออกจากฮาร์วาร์ดมาตั้งไมโครซอฟท์ เขาไม่สนใจว่าอัตราภาษีตอนนั้นเท่าไร (แต่จริงๆ มันเยอะกว่าตอนนี้มาก) ตอนที่ไมเคิล เดลล์ ตั้งบริษัท PC’s Limited ซึ่งกลายมาเป็นเดลล์ในตอนนี้ เขาไม่รู้หรอกว่าภาษีรายได้นิติบุคคลมันคืออะไร ผมไม่คิดว่าจะมีผู้ก่อตั้งธุรกิจคนไหนเริ่มต้นธุรกิจของเขาด้วยการค้นหาว่าอัตราภาษีตอนนี้เป็นอย่างไร&quot;</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>การสร้างนักธุรกิจใหม่ เพื่อกู้วิกฤตเศรษฐกิจ<br />
คือ แนวคิดที่ผมเสนอมาตั้งแต่จัดรายการ &#8220;เศรษฐศาสตร์ตลาดสด&#8221; แล้ว<br />
555</p>
<p>แต่เนื่องจากผมยังเป็น &#8220;ตัวกระจอก&#8221; จึงยังไม่กล้าเสนอแนวคิดนี้อย่างเต็มรูป<br />
ไม่กล้าบอกว่า &#8220;นโยบายเศรษฐกิจ&#8221; มันไม่มีประโยชน์ หรือมีประโยชน์ไม่มากนัก</p>
<p>แต่ตอนนี้มี &#8220;รายใหญ่&#8221; มาบอกแทนแล้ว<br />
โดนใจจริงๆ</p>
<p>มีหลายตอนที่เว่อร์ไปนิด แต่ก็สร้างแรงบันดาลใจอย่างดียิ่ง</p>
<p>ขอบคุณมาร์ค มากๆครับ</p>
<p>ปล.</p>
<p>&#8220;ผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจขึ้นมาจากมือเปล่านั้นไม่เคยสนใจว่าต้องจ่ายภาษีกี่เปอร์เซ็นต์ ตอนที่บิล เกตส์ ลาออกจากฮาร์วาร์ดมาตั้งไมโครซอฟท์ เขาไม่สนใจว่าอัตราภาษีตอนนั้นเท่าไร (แต่จริงๆ มันเยอะกว่าตอนนี้มาก) ตอนที่ไมเคิล เดลล์ ตั้งบริษัท PC’s Limited ซึ่งกลายมาเป็นเดลล์ในตอนนี้ เขาไม่รู้หรอกว่าภาษีรายได้นิติบุคคลมันคืออะไร ผมไม่คิดว่าจะมีผู้ก่อตั้งธุรกิจคนไหนเริ่มต้นธุรกิจของเขาด้วยการค้นหาว่าอัตราภาษีตอนนี้เป็นอย่างไร&#8221;</p>
]]></content:encoded>
	</item>
	<item>
		<title>By: iMenn</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/the-cure-to-our-economic-problems/comment-page-1/#comment-1255</link>
		<dc:creator>iMenn</dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Oct 2008 14:57:50 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=315#comment-1255</guid>
		<description>สร้างแรงบันดาลใจยิ่งนักแล้ว!!

ฤา SIU เมื่อไม่กล่าวถึงการเมืองไทย จะเป็นเว็บปลุกใจไปแล้วววว

ชอบครับ บทความนี้</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>สร้างแรงบันดาลใจยิ่งนักแล้ว!!</p>
<p>ฤา SIU เมื่อไม่กล่าวถึงการเมืองไทย จะเป็นเว็บปลุกใจไปแล้วววว</p>
<p>ชอบครับ บทความนี้</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>

