Practical Report “3 สุดยอดกลยุทธ์” ในนิยายชื่อดัง The Godfather (ก็อดฟาเธอร์)

นิยายที่ดีย่อมมีมากกว่าความบันเทิง นิยายบางเรื่องให้ภาพชีวิตและสังคมในประเทศหนึ่งได้ดียิ่งกว่าที่หนังสือประวัติศาสตร์จะมอบให้ได้ เนื่องจากนิยายไม่ได้ถูกคาดหวังว่าจะเป็น “เรื่องจริง” ดังนั้น จึงบริสุทธ์ผุดผ่องมากกว่าประวัติศาสตร์ ที่อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของผู้ชนะ

The Godfather (ก็อดฟาเธอร์) คือ นิยายระดับปรมาจารย์ที่ให้บทเรียนชีวิตอันลึกซึ้ง สะท้อนด้านมืดในสังคมที่ถูกบิดเบือนหรือละเลยจากนักประวัติศาสตร์ ปลอบโยนผู้ท้อแท้ด้วยความโรแมนติคหวานล้ำในครอบครัว คลี่คลายให้เห็นมันสมองเฉียบคมในการช่วงใช้ทั้งความโหดร้ายรุนแรงและความอ่อนนุ่มละมุนละไมเพื่อบรรลุภารกิจในการก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในโลกอาชญากรรม

จุดมุ่งหมายสูงสุดของนิยาย คือ การสร้างความสุขสมหฤหรรษ์ให้กับผู้เสพรับ แต่กระนั้น นิยายชั้นเลิศย่อมบรรจุความจริงที่ล้ำลึกของมนุษย์เข้าไปผสมคลุกเคล้า เพื่อทำให้ความสนุกสวยงามนั้นมีเลือดเนื้อและชีวิตสมจริงยิ่งกว่าความจริงในชีวิตปกติประจำวันอันน่าเบื่อหน่าย ดังนั้น การเสพนวนิยายที่ยิ่งใหญ่ จึงไม่ใช่สิ่งฟุ่มเฟือย แต่เป็นการเรียนรู้ชีวิตอย่างถึงแก่นเพื่อพัฒนาตัวเราให้มีคุณค่าความหมายมากกว่าการเกิดมา เสพสุข และตายจากไปโดยไม่ทิ้งสิ่งใดไว้ให้โลกได้จดจำ


.:: หน้าปกหนังสือ  The Godfather ของ Mario Puzo ::.

1. โลกนี้สีเทา

มาเฟียไม่ได้กำเนิดมาจากความเลวร้าย แต่เนื่องจากกลไกอำนาจรัฐที่ขาดประสิทธิภาพ อำนาจรัฐที่กดขี่ข่มเหงคนไร้ทางสู้ ดังนั้น ผู้ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาจึงต้องจัดตั้งองค์กรเพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า

มาเฟียไม่ใช่เรื่องที่ดีงาม แต่มาเฟียจะดำรงอยู่ไม่ได้เลยหากไม่มีฐานมวลชนสนับสนุน ดังนั้น การเกิดขึ้นของมาเฟียจึงเป็นการสมยอมประโยชน์กันระหว่างผู้นำบารมีกับประชาชนที่ถูกอำนาจรัฐทอดทิ้ง

โครงสร้างอำนาจของผู้ยิ่งใหญ่ จึงต้องมีความสมดุลทั้งความรุนแรงและความละมุนละไม ในขณะที่ “ดอนวีโต้” ต่อสู้ท้าทายกฎหมาย เขากลับช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ที่ถูกทำร้ายทอดทิ้งจากสังคม นี่จึงทำให้ ดอนเป็นผู้มีอิทธิพลทางการเมือง และไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจปืนอยู่ร่ำไป

ความอัจฉริยะของดอนวีโต้ ทำให้เขาตระหนักได้ดีถึงแนวโน้มทางสังคม (Trend) ที่กำลังเปลี่ยนแปลง นั่นคือ อำนาจปืนจะไม่มีความหมายอีกต่อไป ในขณะที่สังคมเจริญก้าวหน้ามากขึ้น ดังนั้น เขาจึงวางแผนการอย่างสุขุมรอบคอบที่จะเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งและขุมกำลังที่สะสมมาจากโลกมืด เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นความได้เปรียบในการต่อสู้ทางธุรกิจและการเมืองในโลกสว่าง สถานที่ซึ่งลูกหลานของเขาจะไม่ต้องหลั่งเลือดเลียคมดาบเหมือนในรุ่นตนอีกต่อไป

“ดอน” ผู้ยิ่งใหญ่จึงไม่ได้โหดเหี้ยมหรือใจดีโดยนิสัยส่วนตัว แต่ขึ้นอยู่กับบริบททางสังคม ทุกการกระทำจึงเกิดจากการไตร่ตรองถึงผลดีผลเสียอย่างรอบคอบ เพื่อปกป้องอาณาจักรและคนที่ตัวเองรัก

2. ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่

ใครที่คำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว ย่อมยิ่งใหญ่อยู่ได้ไม่นาน เพราะคนเรามีความสามารถจำกัด จึงต้องมีทีมงานและเครือข่ายในการสนับสนุน ดังนั้น วิธีการที่ดีที่สุดในการได้รับความสนับสนุนจากผู้คนก็คือ การรับผิดชอบในชะตาชีวิตของพวกเขา ทั้งการหยิบยื่นผลประโยชน์อย่างเหมาะสม การให้เกียรติด้วยความจริงใจ และการให้อิสรภาพในการทำงาน

แต่กระนั้น ความรับผิดชอบย่อมไม่ควรกระทำอย่างไร้เดียงสา ดอนวีโต้ได้ตำหนิ “จอหน์นี่” ที่ใช้ความรับผิดชอบในทางที่ผิดด้วยการให้ค่าเลี้ยงดูอดีตภรรยาด้วยเงินที่มากกว่าศาลกำหนด แต่กลับได้รับความเฉยเมินเย็นชาเป็นการตอบแทน ในขณะที่จอหน์นี่กลับทรยศเจ้านายด้วยการแย่งผู้หญิงมาครอบครอง จึงถูกล้างแค้นด้วยการไม่ให้งานแสดงภาพยนตร์ และนำไปสู่ความตกต่ำเสื่อมถอยในอาชีพการงาน

ในทางตรงข้าม ไมเคิลที่ต่อต้านดอนวีโต้มาโดยตลอด ได้ตัดสินใจสังหารนายตำรวจใหญ่ที่มั่วสุมกับแก๊งมาเฟียเพื่อปกป้องชีวิตพ่อของเขา ซึ่งแม้จะทำให้ความปรารถนาในชีวิตที่จะเป็นพลเมืองดีของชาติบ้านเมืองต้องจบสิ้นลง แต่มันก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่ตัวเขามีต่อครอบครัว และในภายหลังเมื่อไมเคิลได้ขึ้นเป็น “ดอนไมเคิล” เขาได้ตัดสินใจที่จะกำจัดน้องเขยและเตสซิโอลูกน้องผู้ทรยศ ก็เนื่องจากความรับผิดชอบต่อครอบครัวและลูกน้องที่ต้องพึ่งพาอำนาจและการดำรงอยู่ของเขา

ความโหดร้ายรุนแรงและการล้างแค้นย่อมไม่ใช่สิ่งที่วิญญูชนพึงกระทำ แต่กระนั้นก็ได้สะท้อนให้เห็นว่าความรับผิดชอบที่กระทำอย่างเหมาะสม ย่อมเป็นรากฐานสำคัญในการบริหารปกครององค์กร

3. รื่นรมย์ท่ามกลางความขมขื่นของชีวิต

ดอนได้เรียนรู้ที่จะเป็นคนมีเหตุผล ซึ่งตรงข้ามกับความบุ่มบ่ามใจร้อนที่ได้จบชีวิตบิดาของเขา โดยถือคติว่า “การล้างแค้น คืออาหารที่มีรสชาติดีที่สุดเมื่อเย็นแล้ว”

อานิสงส์ในการเป็นคนมีเหตุมีผลมาตลอดชีวิต ได้ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเชื่อถือในคำมั่นสัญญาของดอนที่จะไม่แก้แค้นในความตายของลูกชายคนโต ซึ่งการที่ดอนยอมรับเงื่อนไขนี้ก็เพื่อรักษาชีวิตของลูกชายคนเล็กไว้ให้ปลอดภัย หลังจากนั้นจึงได้ร่วมมือกันวางแผนเพื่อหลอกให้ศัตรูตายใจและทำการสังหารอย่างเลือดเย็น เพื่อปิดฉากความขัดแย้งอันยาวนาน

การตัดสินใจเข้าสู่ชีวิตด้านมืดอันยิ่งใหญ่นี้ ได้ผ่านการไตร่ตรองมาแล้วอย่างรอบคอบที่สุด ดังนั้น ดอนจึงไม่มีความสำนึกเสียใจที่ได้เลือกเดินเส้นทางนี้ แม้ว่าจะต้องสูญเสียลูกชายคนโตอันเป็นที่รักไปก็ตาม เพราะนั่นคือ ราคาที่ต้องชดใช้สำหรับความรื่นรมย์และสะดวกสบายในชีวิตทั้งของตนเองและครอบครัว

ในบั้นปลายชีวิต ดอนวีโต้ได้ปล่อยวางอำนาจทั้งหมดให้ลูกชายคนเล็ก โดยตัวเขาหันไปปลูกผักทำสวน ที่แม้จะเป็นงานอดิเรกที่กระจ้อยร่อย แต่ดอนก็มีความสุขล้นและตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ในงานเล็กๆนี้ ที่ต้องอาศัยความอดทนและเอาใจใส่ดูแลประดุจเดียวกับมิตรภาพ ที่เป็นเสาหลักอำนาจอันยิ่งใหญ่ในอดีตของเขา

ดอนวีโต้ผู้ยิ่งใหญ่ ก็ได้จบสิ้นชีวิตของตนเองท่ามกลางสวนไม้ดอกที่เขาดูแลเอาใจใส่ ซึ่งเป็นสวนที่ทำให้เขารำลึกถึงวัยเด็กที่ซิซิลีเมื่อ 60 ปีที่แล้ว รำลึกถึงมันได้โดยไม่มีความกลัว ไม่มีความเสียใจที่พ่อเขาตาย และในที่สุดวันนี้ความตายก็ได้มาเยือนเขา

ดอนผู้ยิ่งใหญ่กำลังจะสิ้นสุดชีวิตลง เขาได้กลิ่นสวน ได้กลิ่นแสงสีเหลืองที่เสียดแทงตา แล้วเขากระซิบอย่างแผ่วเบาว่า “ชีวิตสวยงามมาก”

เสน่ห์ลี้ลับของ The Godfather คือ การบรรยายสลับไปมาระหว่างความโหดร้ายขมขื่นและความหวานหอมของชีวิต ในท่ามกลางความงามที่ร้อนแรงของวงการมายาฮอลลี่วู้ด ก็กลับมีความหยาบคายมั่วสุมยิ่งกว่าคนธรรมดาจะรับได้ ในความทารุณที่มืดมิดของเกาะซิซิลีบ้านเกิดมาเฟีย ก็กลับมีแสงสว่างแห่งความงามของดอกไม้พืชผลที่แทบจะเป็นสวนสวรรค์บนแดนดิน

The Godfather จึงเป็นเหมือนกระจกเงา ที่ส่องสะท้อนให้ “มนุษย์” ได้เรียนรู้ถึงความหมายชีวิต ทั้งในด้านที่อัปลักษณ์บิดเบี้ยวและในด้านที่งดงามอ่อนช้อย โดยการเขย่าส่วนผสมทั้งหลายนี้ให้ตกตระกอนเข้มข้น ที่ไม่อาจแยกแยะถึงความแตกต่างระหว่างกัน เพราะต่างก็สะท้อนถึงจิตวิญญาณอันละเอียดอ่อนของมวลมนุษยชาติ

  • http://www.annefriday.com White

    ขอบคุณที่นำมาแบ่งปัน
    เห็นด้วยว่าการ “รู้จักวาง” และความสวยงามของชีวิต คือหัวใจหลักของเดอะก็อด ฟาเธอร์จริง ๆ ครับ

    ปล. ช่วงแรกเรียก “ดอนวีโต้” น่าจะเข้าใจได้เคลียร์กว่า เพราะตอนหลังไมเคิลก็เป็น “ดอน” เช่นกันครับ

  • big

    ขอบคุณมากครับที่เข้ามาชื่นชมกัน

    ตอนแรกผมกลัวว่า “ดอน” จะดูห้วนไป แต่ครั้นจะใส่ว่า “ดอนคอร์เลโอเน” ก็รู้สึกยาวเยิ่นเย้อ

    พอคุณ White แนะนำว่า “ดอนวีโต้” ผมรู้สึกว่าใช่เลย แต่ครั้นจะเข้าไปแก้ไขก็หลายคำอยู่ ที่สำคัญ “ดอน” ดูเรียบง่ายและยิ่งใหญ่กว่า “ดอนวีโต้”

    ผมจึงได้ข้อสรุปว่า ควรจะเปลี่ยน “ดอนไมเคิล” ดีกว่า เพราะชื่อ “ดอน” นั้นควรสงวนไว้ให้บุคคลเดียวเท่านั้น “วีโต คอร์เลโอเน”

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำอันมีค่าครับ ทำให้ผมได้ตระหนักถึงความละเอียดอ่อนในการใช้คำ

  • Sheradia

    1. ปกติไม่ค่อยจะถูกโฉลกกับสำนวนแอบเลี่ยนเล็ก ๆ ของคุณเจริญชัยเท่าไรนะค่ะ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาบรรยายเรื่องความสำเร็จของสตาร์บัค LOL) แต่บทความนี้อ่านแล้วโดน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทเกริ่นนำที่พูดถึงการอ่านเสพนวนิยายที่ดี เขียนได้ดีนะค่ะ

    2. อ่านบทความนี้แล้วนึกถึงเรื่อง You’ve got mail มีตอนหนึ่งที่นางเอก chat กับพระเอก แล้วบ่นเรื่องธุรกิจของตนเอง และอยากได้คำแนะนำ แล้วพระเอกแนะนางเอกว่า go to the mattresses (เตรียม ‘สงคราม’ ในเรื่อง the godfather) แล้วพระเอกก็ยกย่องว่า the godfather เปรียบดังตำราอี้จิง อุดมไปด้วยแนวคิดล้ำลึกมากมาย

  • ShiZuka

    ปกติไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือหรือดูหนังโหดๆประเภทเลือดท่วมจอสักเท่าไร อย่างเรื่อง “The God Father” เนี่ยที่จริงเพิ่งเข้าฉายไปที่โรงหนังใกล้บ้าน เมื่อเดือนที่ผ่านมานี่เอง มีเพือนชวนไปดูเหมือนกัน แต่รีบปฏิเสธทันที เพราะชื่อเรื่องชวนให้คิดไปในทำนองนั้น แต่พออ่านบทวิเคราะห์อันลึกซึ้งนี้แล้ว ทำให้รู้สึกเสียดายอย่างยิ่งที่ไม่ได้ไปดู ไม่น่าเชื่อว่าหนังจะมีมุมรื่นรมย์ให้ชวนคิดได้ดีขนาดนี้ เพลงประกอบบทความก็แสนจะไพเราะ

    บทวิเคราะห์ด้านบนเหมือนออกมาแนวปลงๆ ขัดกับหลักธุรกิจในโลกที่มีการแข่งขันกันอย่างสุดขั้วแบบทุกวันนี้

    สรุปแล้ว “เรื่องนี้ให้เคล็บลับสุดยอดในการดำเนินธุรกิจอย่างไรคะ?”

    ความท้าทายของธุรกิจสร้างสรรค์ คือทำอย่างไรจึงจะผสานกลยุทธ์ “เต๋า” ที่ไม่ใช่ “เต่า” และ/หรือ “เซน” ที่ไม่ใช่ “เซ่น”

    สุขสันต์ปีใหม่ 2510 สำหรับทีมงาน SIU ทุกท่านนะคะ ขอให้สนุกสนานกับการทำงานอย่างปราดเปรื่อง ว่องไว ไม่มีพลาด เยี่ยงพญาเสือในปีเสือ

  • big

    ShiZuka

    จริงๆ พยายามเขียนให้ Soft ไม่อยากเปลือยกลยุทธ์ล่อนจ้อนนัก เพราะอาจทำให้บางคนรู้สึกไม่ดี

    ประยุกต์กับธุรกิจได้ก็คือ คุณต้องมองโลกตามความจริง “สีเทา” ใช้ทั้งพระเดชพระคุณให้เหมาะสม แม้แต่มาเฟียก็ไม่ใช่เน้นแต่ความรุนแรงในที่ที่ความรุนแรงใช้ไม่ได้ผล

    ที่สำคัญ คือ การปล่อยวาง ซึ่งทำให้คุณสามารถสร้างยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์ได้ ประดุจการถอยอย่างมีกลยุทธ์ของดอนคอร์เลโอเน

    ยังมีอีกมากมาย แต่เนื้อที่จำกัด และผมพยายามทำให้เห็นความงามของ Godfather มากกว่ากลยุทธ์ที่แฝงฝังอย่างแยบยลในหนังสือที่ละเมียดเล่มนี้

  • Iterator

    เป็นหนังที่ทำได้ดีครับ สะท้อนชีวิตอีกแบบนึง
    เพราะความแยบยลที่ไม่มีแนวหนังพระเอกผู้ร้ายทั่วไปนี่แหละครับ

    ในหนังที่ฉายให้เราเห็นส่วนใหญ่มันง่ายเกิน
    ในประวัติศาสตร์หรือชีวิตจริง มีอะไรลึกซั้งซับซ้อนกว่านี้เยอะมาก

    The Godfather ของไทย
    เรื่องจริงที่สนุกกว่านี้ ร้อยเท่าครับ (ฮา)

  • Kay

    คลาสสิคมาก

  • big

    ขอบคุณครับ

    หนังสือเล่มนี้ ผมอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกระดาษเปื่อยผุไปหมด

    บวกกับประสบการณ์ชีวิตที่ซับซ้อน

    จึงกลั่นกรองออกมาเป็นบทความชิ้นนี้

    คารวะ
    เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

  • Kay

    ประมาณ สามก๊ก”ฝรั่ง”เลยค่ะนิยายเรื่องนี้

  • big

    “3 ก๊กไทย” สนุกกว่าฝรั่งเยอะเลยนะครับคุณ Kay