Practical Report “ชานมไข่มุก” หรือกำลังจะสู่ยุคขาลงรอบที่ 2?

Phenomenon : ปรากฏการณ์ (ไม่) ธรรมชาติ

โดย : chatechenko

ชานมไข่มุก จุดกำเนิดและการเปลี่ยนผันในวงจรธุรกิจ

ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว ธุรกิจเครื่องดื่มประเภทชานมไข่มุกได้กลับมาเติบโตอีกครั้งหนึ่งหลังจากได้ซบเซาไปนาน จริงๆแล้วชานมไข่มุกนั้น เคยได้รับความนิยมในประเทศไทยมาตั้งแต่ในช่วง ปี 2544 – 2545 มาพร้อมกับกระแส เสื้อสายเดี่ยว เกาะอก เซ็นเตอร์พ้อยท์ และวงไทรอัมพ์ คิงดอม โดยแรกเริ่มเดิมทีเกิดจากร้านหนึ่งคูหา ที่ตั้งบริเวณตรงข้ามกับเซนเตอร์พอยท์ สยามแสควร์ที่เรียกว่า by pass ได้ทดลองเอาชานมไข่มุกซึ่งมีต้นกำเนิดจากประเทศไต้หวัน เข้ามาจัดจำหน่าย

หลายๆคนอาจจะคุ้นตากับแก้วทรงสูงรูปทรงคล้ายๆดัมเบลล์สีสันสดใส ภายในบรรจุเครื่องดื่มชานมไข่มุก มีราคาจำหน่ายตั้งแต่ 60 บาทขึ้นไปเป็นที่ขายดีอย่างมากในสมัยนั้น ซึ่งไข่มุกในยุคนั้นมีลักษณะ เป็นเม็ดใหญ่คล้ายกับลูกแก้ว และมีการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์กันว่าถ้าได้ดื่มลงไปแล้วจะช่วยทำให้ผิวใส และช่วยลดน้ำหนักทำให้เป็นที่นิยมของสาวๆ

แต่ถ้าหากพูดกันตามหลักวิชาการแล้ว ชานม(ที่ไม่ใส่ไข่มุก) ให้พลังงานขั้นต่ำ 200 Kcal ไม่รวมกับไข่มุกที่ลักษณะคล้ายแป้งดังนั้นเรื่องของที่จะช่วยดื่มแล้วเพื่อลดน้ำหนักนั้นจึงดูจะไม่ค่อยตรงกับข้อมูลเชิงโภชนาการ แต่ในขณะนั้นก็ยังได้รับความนิยมแพร่หลาย และได้มีแบรนด์ต่างๆทั้งที่ซื้อแฟรนไชส์จากต่างประเทศ และทำโดยคนไทยเกิดขึ้นจำนวนมาก

เมื่อเกิดผู้ผลิตมากรายตามหลักเศรษฐศาสตร์ย่อมทำให้สินค้ามีราคาถูกลง เริ่มจากการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าในราคา 40 บาทและลดเกรดลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายกลายเป็นเครื่องดื่มที่สามารถหาบริโภคได้ในตลาดนัด เช่น ตลาดนัดในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำหน่ายในราคาเพียง 10 – 15 บาทในปี 2548 เป็นต้นมา ซึ่งเรียกได้ว่าได้เปลี่ยนจากสินค้าระดับพรีเมี่ยมกลายเป็นสินค้าระดับมวลชนที่แพร่หลาย

การกลับมาเกิดใหม่ ของธุรกิจชานมไข่มุก ฤาจะกลายเป็น Red Ocean?

การกลับมาในครั้งนี้ของชานมไข่มุกเริ่มต้นอีกครั้งในกลางปี 2553 ที่ผ่านมา โดยการกลับมาในครั้งนี้ชานมไข่มุกได้ชูการตลาดในเรื่องของความหลากหลายและการปรับสไตล์ให้เหมาะกับผู้ดื่มแต่ละคน เฉกเช่นเดียวกับที่ ร้านกาแฟอย่างสตาร์บักส์ได้ประสบความสำเร็จ

การผลิตแก้วต่อแก้วแบบ On Demand นั้นกลายเป็นการสร้างความรู้สึก “พิเศษ”ให้กับผู้บริโภค ที่สามารถปรับระดับความหวานเอง เลือกใส่หรือไม่ใส่น้ำแข็ง การเปลี่ยนท็อปปิ้งที่หลากหลาย เช่น พุดดิ้งนม ถั่วอัลมอนด์ เป็นต้น หรือmix&matchกับรสชาติต่างๆที่มีความหลากหลายขึ้น เช่น ชานมเผือก ชานมมะลิ หรือจะเป็นแบบ สมูทตี้ส์โยเกิร์ตก็มีให้เลือกดื่ม ซึ่งสร้างช่องว่างทางการตลาดที่แตกต่างอย่างชัดเจนกับชานมไข่มุกแบบเก่าและชานมตามตลาดนัดที่ส่วนใหญ่จะผลิตแบบพร้อมดื่มแล้วเสร็จไม่สามารถปรับปรุงรสชาติได้

ขนาดของเม็ดไม่มุกนั้นมีขนาดที่เล็กลงและความหยุ่นที่มากขึ้น ต่างจากชานมแบบที่ขายตามตลาดนัดบางส่วนที่ใช้เม็ดสาคูขนาดใหญ่มาทำ โดยเจ้าตลาดใหญ่ๆ มีอยู่ประมาณ 3 แบรนด์ ที่มีลักษณะเด่นแตกต่างกันไป

แบรนด์ Dakasi ที่เป็นแฟรนไชส์จากประเทศไต้หวันแท้โดยเริ่มต้นจากการเปิด 2 สาขาคือบริเวณตึก Empire Tower และสยามแสควร์ ซอย 7 ก่อนจะขยายออกไปลักษณะเด่นของที่นี่ก็คือเรื่องของ การใช้เครื่องเขย่าอัตโนมัติในการผสมชา ซึ่งจะทำให้ชาละเอียดและเป็นฟอง และเรื่องของความสะอาดที่พนักงานใช้ที่คีบในการเจาะหลอดให้กับผู้ซื้อ ป้องกันการใช้มือของพนักงานเจาะแก้วโดยตรง

Dakasi แบรนด์จากไต้หวัน

Dakasi แบรนด์จากไต้หวัน

แบรนด์ต่อมาก็คือ Bubble Boy แบรนด์ที่ชูว่าเจ้าของเป็นคนไทย และมีการใน พี่Sup K อาจารย์สถาบันกวดวิชาชื่อดังเป็นพรีเซนเตอร์เจาะตลาดนักเรียนกวดวิชา ลักษณะเด่นของแบรนด์นี้ก็คือ แก้วทรงที่สูงกว่าเพื่อให้รู้สึกว่าได้ปริมาณที่เยอะกว่า

อีกแบรนด์ก็คือ Ochaya  ที่มีการประชาสัมพันธ์ว่าเป็นชาที่นำเข้าจากประเทศไต้หวัน และผ่านกรรมวิธีการปลูกแบบออร์แกนิค และใช้การชงสดจนเกิดเป็นชามีฟอง โดยเกือบทุกแบรนด์นั้นใช้กลยุทธ์การสะสมแต้มเพื่อแลกดื่มฟรี 1 แก้วเหมือนกัน

บูธของ Bubble Boy ที่ขยายฐานไปยังตาม Food Court

บูธของ Bubble Boy ที่ขยายฐานไปยังตาม Food Court

นอกจากนั้นยังมีแบรนด์ต่างๆอีกหลายแบรนด์ เช่น MR.Shake หรือ Paruu Paruu ซึ่งธุรกิจเครื่องดื่มประเภทชานมไข่มุกนั้น มีเงินหมุนเวียนต่อปีจำนวนหลักพันล้านบาท  ทำให้มีผู้เล่นกระโดดเข้ามามีส่วนร่วมในการแข่งขันครั้งนี้จนกำลังจะกลายเป็นตลาดแข่งขันมากราย แบบ Red Ocean

SIU วิเคราะห์ว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของผลิตภัณฑ์ขานมไข่มุกในระดับตลาดพรีเมียมที่เน้นการลงทุนระบบแฟรนไชส์ กำลังเดินทางมาใกล้ถึงจุดอิ่มตัวอีกครั้ง ข้อดีจะเกิดกับผู้บริโภคที่สามารถมีทางเลือกสำหรับสินค้าที่หลากหลาย และบริโภคได้ในราคาที่ถูกลง

แต่สำหรับนักลงทุนที่คิดจะเข้ามาลงทุนในตลาดนี้SIU มีข้อเสนอแนะว่าจำเป็นต้องเป็นหาทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคโดยมีการชูจุดขายที่โดดเด่นเป็นพิเศษ เช่น ปรกติพฤฒิกรรมผู้บริโภคชานมไข่มุกจะมีลักษณะแบบ Take away ซื้อกลับไปกิน จะทำอย่างไรให้เปลี่ยนหันมาใช้เวลาที่ร้านเพื่อเพิ่มโอกาสในการขายผลิตภัณฑ์อื่นๆมากขึ้น เป็นต้น คาดว่าตลาดนี้ยังจะเป็นที่นิยมไปถึงช่วงต้นปีหรือกลางปี 2555 หลังจากนั้นจะถูกตลาดมวลชน ในระดับต่างจังหวัดหรือตลาดนัดสามารถประยุกต์ใช้กลยุทธ์ต่างๆทั้งความหลากหลายของท็อปปิ้ง และการผลิตแบบ On Demand ทำให้ราคาถูกลงอีกและนำไปสู่วงจรการซบเซาของตลาดระดับพรีเมี่ยมอีกครั้งหนึ่ง

 

  • http://hachimae.com hachimae

    ผมไม่ค่อยชอบกินเพราะรู้สึกว่ามันให้แต่ความอ้วน เนื่องจากน้ำเชื่อมเยอะ และนมผง ตัวไข่มุกเองก็เป็นแค่แป้งคล้ายสาคูกินไปบางที่ไม่ได้เกิดการย่อย กินมาแบบไหนถ่ายออกมาแบบนั้น

  • http://soft2.me pizad_sura

    ผมไม่กินมาตั้งแต่เค้านิยมกันแล้วครับ ผมว่ามันไม่เห็นอร่อยตรงไหน กินตาม ๆ กัน

  • สาวใต้

    พี่ขายที่ร้านชาไข่มุขเด็กชอบค่ะ

  • สาวใต้

    บางคนเขาใส่ไข่มุขกับน้ำอิตาเลี่ยนโซดาอร่อยมากค่ะไม่มีนมมีแแต่น้ำมะนาวหวานโซดาและน้ำราดเบอร์รี่ มีขายแต่ที่ร้านพี่เท่านั้น ราคา๒๐

  • non

    พอเห็นของ Dakasi ปุ๊บ รู้สึกว่าทำไมยังไม่มีในเซเว่น-อีเลฟเว่น? บางทีก็อยากกิน(ดื่ม)บ้าง

  • http://ilumindy.com ilumin

    กินแล้วอิ่มดี เหมาะสำหรับเบื่อ ไม่อยากกินขนมอะไร

  • http://www.semsame.com/ jiw

    กินบ้าง นานๆที .. แต่ทุกครั้งที่กินก็เฉยๆนะ

  • Kkkk

    นักวิเคราะบทความนี้ดูไม่ค่อยมีความรู้ลึกเรื่องนี้นะ   บาง brand เจ้าของไม่ใช่คนไทยซักหน่อย  มั่วอ่ะ

  • A Jane88

    เจ่่้าของไม่ใช่คนไทย MD Mr.YU CHI-JANE (Stanley) ตอนน่่่่่่ี้หนีไปไต้หวันเนื่องจากไม่ต้องการรับผิดชอบเมียคนไทย่โดยมีบริษัท Ochaya ช่วยเหลือฉันเป็นคนไทยช่วยเหลือเขาในยามที่บริษัทล้ม อยู่กับเขามา6ปี เขาเอาเงินจาก บริษัท โยคุ ไปหุ้นกับ โอชายะ ตอนน่ี้ โอชายะ โตขึ้นเขาอยู่สุขสบาย ฉันยังลำบากเหมือนเดิม ตอนนี้ฉันรู้สึกแย่มากๆและเป็นคนไทยตัวคนเดียว คนของโอชายะเป็นคนไต้หวันยังไงเขาก็ต้องช่วยคนชาติเดียวกันพวกนี้เข้ามาหาผลประโยชน์ในประเทศไทยแล้วยังมาทำร้ายคนไทยที่ช่วยเหลือเขาอีกด้วย

  • Bnbon

    คนเขียนเหมือนรู้น้อยแต่เขียนให้ดูเหมือนตัวเองรู้เยอะ โดยเฉพาะพารากราฟสุดท้าย 

  • A Jane88

    ฉันไ่ม่รู้หรอกว่ารู้น้อยรู้มากแต่่ฉันรู้จากที่ตัวเองประสบอยู่ถ้าคุณ Bnbon อยากรู้ชัดเจนกว่านี้ก็ต้องเชิญทางภาครัฐเข้าไปตรวจสอบว่าเจ้าของ. ‘โอชายะเป็นใคร’ จะได้ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ดีไหม ? การที่คนเราโดนหักหลังความรู้สึกมันแย่มากนะแตุ่คุณคงไม่เข้าใจเพราะดูคุณคงเป็นคนชอบหักหลังคนอื่นเสียมากกว่า ! อย่างที่คุณบอกนั่นแหละฉันเหมือนรู้น้อย จริงๆฉันเป็นคนโง่อย่างที่แม่ของ Mr. YU ( Stanley ) บอกฉันโง่จริงๆที่ปล่อยให้ลูกเขาหลอกได้ จะไปเชื่ออะไรกับสัญญาและคำพูดของลูกเขาขนาดเขาเป็นแม่ลูกเขาสัญญาว่าจะทำให้แม่อยู่อย่างสุขสบายยังทำไม่ได้เลยแล้วที่สัญญาตกลงทางธุรกิจ, ส่วนตัวและอื่นๆไม่ต้องพูดถึงฉันโดนเขาหลอก ฉันไม่รู้ว่าเขาโดนสั่งสอนถึงลูกหลานกันมาอย่างนี้ แต่ฉันเป็นคนไทยพ่อแม่, ครูอาจารย์ก็สอนเสมอมาว่า. ‘คนเราต้องมีสัจจะต่อตนเองและต่อผู้อื่น ‘ ถ้าไม่มีสัจจะอย่างนี้คนไทยเขาเรียกว่า ‘คนกลับกลอก’ หรือพวกหมู่โจร ‘พวกนี้ชอบทำงานบนหลังผู้หญิงและชอบหลอกใช้ผู้หญิงแต่ก็ไม่แปลกเมื่อมีปัญหาชอบวิ่งหลบอยู่หลังผู้หญิงอีกคนพวกนี้เขาทำงานเป็นทีมฝากสวมกระโปรงหรือผ้าถุงให้หน่อยนะผลประโยชน์ทั่วถึง. โดยเฉพาะ พารากราฟสุดท้าย Bnbon