“คำนิยม” จากคน 3 รุ่น ที่มีต่อ หนังสือ “The Big Secret”
March 29, 2009
นักเขียนจาก SIU ได้ตีพิมพ์ผลงานเล่มใหม่อีกครั้ง
“The Big Secret : เคล็ดลับแห่งชัยชนะ”
SIU จะพลาดการสนับสนุนส่งเสริมไปได้อย่างไรกัน
ดังนั้น จึงขอนำ “คำนิยม” จากคน 3 รุ่น ที่มีต่อหนังสือเล่มนี้ มาให้ได้ยลกัน
เผื่อแฟนๆ จะได้ไปซื้อหามาอ่านกันสัก 1 เล่ม
……………………………
1. ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ (ซี)
หนังสือ Big Secret หรือ “ความลับอันยิ่งใหญ่” คงเป็นความลับที่น่าเสียดายต่อไปหากคุณไม่เปิดอ่าน
หนังสือเล่มนี้เป็นการกลั่นแก่นสารของหนังสือหลายเล่มที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะประสบความสำเร็จเพื่อเป็นผู้ยิ่งใหญ่ต่อไป
รวมทั้งคนที่ไม่อยากเรียนรู้จากบทเรียนราคาแพงของตัวเอง
ดิฉันขอสารภาพว่า โดนใจแง่คิดในหลายๆบท แต่บทที่ชอบที่สุดคือ “การค้นหาเทวดาในตัวคุณ” เพราะเป็นหนึ่งในหนังสือที่ดิฉันมีส่วนสร้างแรงบันดาลใจให้คนเก่งคนหนึ่งได้เลือกแลกเปลี่ยนความคิดกับนักเขียนผ่านหนังสือเล่มบางๆที่ปลุกเร้าพลังชีวิตได้มากมาย
ด้วยความที่คุณบิ๊กเป็นคนที่อ่านหนังสือมานับไม่ถ้วน วิธีการถ่ายทอดในหนังสือเล่มนี้จึงปรุงแง่คิดจากหนังสือหลายเล่มที่ผ่านมือเข้ากับประสบการณ์ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพอย่างเต็มอิ่ม อ่านจบแล้วจะรู้สึกเหมือนเรียนจบไปได้หลายวิชา หรือภาษาวัยรุ่นต้องบอกว่า เหมือนอ่านสรุปเลคเชอร์ของเพื่อนแถวหน้าไปหลายคาบเลยค่ะ
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงหาคำตอบว่า หนังสือเล่มนี้พูดถึงอะไรบ้างนะคะ
แต่สำคัญที่ว่า “คุณเองจะได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้บ้างตอนอ่านจบค่ะ”
ซี ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์
ceemeagain.blogspot.com
………………………………
ผมติดตามผลงานของคุณเจริญชัยหรือคุณบิ๊กมาในช่วงสงกรานต์ปีที่ผ่านมา ในเว็บไซต์ www.siamintelligence.comเมื่อได้ดูรายการ Practical Utopia แล้วจึงได้ส่งเมล์ไปชื่นชมทีมงานและได้มีโอกาสติดตามผลงานเรื่อยมา และได้ทราบว่าคุณเจริญชัยเป็นนักอ่าน นักคิดที่สามารถวิเคราะห์ และถ่ายทอดออกมาได้อย่างน่าสนใจและมีแง่มุมที่น่าติดตาม เมื่อผมได้เห็นต้นฉบับของหนังสือเล่มนี้จึงมีความยินดีมากที่สังคมไทยจะได้มีโอกาสอ่านผลงานที่สั่งสมมาจากความรู้และแนวคิดที่กลั่นกรองมาจากการอ่านนักคิดชั้นนำทั้งฝั่งตะวันออกอย่างจีน หรือจากฝั่งตะวันตก ไปจนถึงภูมิปัญญาของไทย ก็สามารถร้อยเรียงออกมาเป็นหนังสือได้อย่างกลมกลืน และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยในยุคสมัยนี้ได้เป็นอย่างดี
สิ่งที่ผมประทับใจมากในหนังสือเล่มนี้คือการที่คุณเจริญชัยได้เปิดมุมมองกว้างผ่านกาลเวลาย้อนไปในประวัติศาสตร์ ชี้ให้เห็นประโยชน์จากความแตกต่างทางความคิดและวัฒนธรรมที่หลากหลาย แต่ก็อ่านง่ายและไม่ลืมที่จะกล่าวถึงการประยุกต์ใช้ได้จริงแบบติดดินใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน
คุณค่าของหนังสือเล่มนี้จึงมิได้อยู่ที่ความหนาหรือหมึกที่อยู่บนหน้ากระดาษ แต่เป็นคุณค่าของเคล็ดลับอันยิ่งใหญ่อย่างแท้จริงเมื่อคุณได้มีโอกาสอ่านและนำเคล็ดลับนี้ไปใช้จริงเพื่อความสำเร็จของคุณ
ปรเมศวร์ มินศิริ
http://webmaster.kapook.com
………………………………………
เด็กหนุ่มคนนี้น่าสนใจ
“เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์”
ผมรู้จักเขาครั้งแรกผ่านทางตัวอักษรจากหนังสือชื่อ “จอมคนในจอมคนแผ่นดินเดือด” ซึ่งเป็นงานวิเคราะห์ตัวละครในมหากาพย์กำลังภายในเรื่อง “จอมคนแผ่นดินเดือด” บทประพันธ์เลื่องชื่อของ “หวงอี้” นักเขียนนามอุโฆษจากเกาะฮ่องกง
มุมมองของเขาชวนติดตาม เพราะชูประเด็นที่ผมเห็นว่าลึกซึ้งมากพอ และครบถ้วนรอบด้านถูกใจผม
หลังจากนั้น เมื่อมีโอกาสได้พบเจอตัวกันจริงๆ ก็รู้สึกทึ่ง เมื่อทราบว่าเขามีอายุยังไม่ถึง 30 ปี แต่มีความสนใจและความสามารถในการจับประเด็นที่ลุ่มลึกต่างๆ
เขาเล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรีในสายวิศวะฯ และมาศึกษาต่อปริญญาโททางด้านเศรษฐศาสตร์ วิชาเศรษฐศาสตร์เรียกร้องให้เข้าใจโลกทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เขาจึงได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับอารยธรรมของโลกตะวันตกและโลกตะวันออก รวมทั้งมีโอกาสได้ดื่มด่ำกับวรรณกรรมเอกของทั้งสองซีกโลก
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในความคิดและจิตใจ ก่อรูปเป็นโครงร่างของหนังสือเล่มใหม่ล่าสุดเล่มนี้ “เดอะบิ๊กซีเคร็ท : เคล็ดลับแห่งชัยชนะ” ซึ่งมุ่งเสนอแนวคิดแห่งศตวรรษที่ 21 ว่า คนที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องเป็นผู้รอบรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐศาสตร์เชิงคุณค่า ซึ่งจะให้ประโยชน์แก่โลกอย่างยิ่งใหญ่มหาศาล
เมื่อผู้เขียนร้องขอให้ผมช่วยเขียนคำนำ ในโอกาสที่หนังสือเล่มนี้จะตีพิมพ์เผยแพร่สู่บรรณพิภพ ผมจึงตอบรับด้วยความยินดี เพราะมีความตั้งใจจะช่วยสนับสนุนคนหนุ่มสาวคลื่นลูกหลังให้มีพลังสร้างสรรค์สิ่งที่ดีออกสู่สังคม ในขณะเดียวกันก็หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รับความเพลิดเพลินทางปัญญา และได้ประโยชน์จากแนวคิดต่างๆ เพื่อเตรียมตั้งรับการมาเยือนของศตวรรษที่ 21 ด้วยความมั่นใจ
ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์
………………………………..
Comments
6 Responses to ““คำนิยม” จากคน 3 รุ่น ที่มีต่อ หนังสือ “The Big Secret””
Got something to say?






โอ้
ผมไม่รู้เลยว่าคุณเจริญชัย ได้รังสรรค์ ผลงานออกมาเป็นเล่ม
อ่านในบทความที่สรุป ก็เห็นว่าดี
เพียงแต่ไม่ทราบว่าได้ออกเป็นหนังสือ
ผมเคยได้อ่านเล่มแรก และ ผลงานในนี้เป็นระยะ
ใจจริงอยากเห็นแนวอื่นนอกจากแนววิเคราะห์ต่อยอดบ้างครับ
วันนั้นคงน่าตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก
ขอเป็นกำลังใจให้ครับ
ขอตินิดเดียว ไม่น่าใช้คำว่า secret เลย 55
มันจะออกแนวเกาะกระแส ไปเปล่า
อันนี้แซวเล่นเฉยๆครับ
โปรดแนะนำมาได้เลยครับ เพราะผมก็รู้สึกว่าแนวเดิมเริ่ม “ตัน” เหมือนกัน
บางทีคำแนะนำของคุณนัท อาจช่วยทำให้ผมเปิด “ตลาด” ใหม่ขึ้นมาได้
สำหรับชื่อ The Big Secret นั้น นำมาจาก ตอนที่ 1 ในหนังสือเล่มนี้
ตอนแรกจะใช้ชื่อว่า The NeXT Big thing หรืออะไรสักชื่อนี่แหละ
สุดท้ายมีคนเสนอชื่อนี้มา
จริงๆ มีคนแย้งเหมือนกัน และผมได้บอกกับทางสำนักพิมพ์แล้ว
แต่เขายังยืนยันว่าน่าจะใช้ชื่อนี้ โดยให้เหตุผลว่า
ไม่ต้องไปสนใจว่าเกาะกระแสหรือไม่ แต่ถ้าชื่อนี้เหมาะก็ใช้ชื่อนี้
อีกอย่าง เราก็มีความแตกต่างจาก The Secret พอสมควร
จึงไม่น่าจะถูกหาว่า “เกาะกระแส”
ขอบคุณที่สนใจครับ
ขอแนะนำในความเห็นผม ที่อาจจะไม่ดีและอาจไม่ใช่ความเ้ห็นคนส่วนใหญ่นะครับ
คือผมรู้สึกว่าบทความของคุณเจริญชัยมักจะลึกซึ้งและลึกล้ำ
พูดง่ายๆเปรียบเทียบกับหนังสือเล่มแรก
คือมี หนังออกมาสักเรื่อง แล้วคุณเจริญชัยก็เอามาตีความและอธิบายสัญลักษณ์ต่่างๆในหนัง
ซึ่งมันจะเป็นที่น่าสนใจกับคนที่อยากรู้จักหนังเรื่องนั้นโดยละเอียด เท่านั้น
หนังสือเล่มที่สอง ผมเดาเอา ทั้งที่ยังไม่ได้อ่าน
คือการนำเอา ข้อดีของหนังหลายๆเรื่องๆ นำมาออกเป็นการรวมช๊อตเด็ดๆซีนเด็ดๆ มารวมเป็นหนึ่งเรื่อง
คือมันเหมือนเทปรวมฮิต จะไม่ตื่นใจเท่าเืทป เดบิว ที่ออกมาตอนแรก มันจะฮือฮากว่า
แม้มีเพลงดังเพลงเดียว ที่ได้มาออกรวมฮิต ประมาณนั้น
ผมคิดแบบนั้นอาจจะผิดก็ได้ คือ มันจะไม่น่าตื่นตาตื่นใจ มันลึกแต่ไม่ใหม่อะไรแบบนั้น
ผมไม่ได้คิดว่ามันไม่ดี แต่พอมันไม่ใหม่ มันก็พอเดาได้ ยิ่งถ้าเป็นการต่อยอด มันจะสนองตลาดในกลุ่มเล็กๆที่สนใจเท่านั้น
การเขียนอะไรใหม่้ๆ ไม่ว่าจะเป็นนิยาย หรือ ทฤษฎีอะไรต่างๆ แน่นอนว่ามันต้องมีจินตนาการบวกกับการตกผลึกในเรื่องนั้นๆ(อย่างมาก)
ทฤษฏีแม้จะเป็นทางเศรษฐกิจ ก็อาจจะต้องมีจินตนาการการคาดการณ์ล่วงหน้า แล้วนำมาประยุกต์ เป็นวิทยาศาสตร์ (ผมเดาเอง)
ผมเห็นนักวิเคราะห์ เวลาคาดการณ์เศรษฐกิจ หรือราคาในตลาดหุ้น จะมีโมเดล
แต่สุดท้ายก็ต้องใช้จินตนาการตบเลขให้เข้ากับโมเดลอยู่ดี (คนใกล้ตัวผมก็เป็นแบบนั้น)
อาจจะเพราะ เรื่องจิตวิทยามหภาค มันหาสูตรมาใส่ยากก็ได้
ผมไม่ได้ตินะครับ ส่วนตัวผมชื่นชอบในแนวคิดและความรู้และความสนใจของคุณเจริญชัย
แต่ผู้บริโภคมักชอบอะไรที่ง่ายในการนำไปใช้ เข้าใจได้เอง สดใหม่ และตื่นตาตื่นใจ(คือเดาไม่ได้ว่าจะมีอะไรในหน้าต่อไป)
สำหรับเนื้อหาในเว๊ปนี้
เหมือนบทวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีจินตนาการ ไม่ค่อยฟันธง ไม่ค่อยคาดการณ์โดยใช้จิตวิทยา ความต้องการของตัวละครในเรื่องนั้นๆ เช่นการเมือง หรือเศรษฐกิจ
แต่ดันไปให้ความสำคัญกับอดีตและข่าวที่ออกๆกันมาในแต่ละสื่อซะมาก และก็มาวิจารณ์กับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เหมือนที่ใครบอกขงเบ้งยอมศึกจบแล้ว
ยิ่งแนวความคิดที่อยากจะเห็น หรือสิ่งที่ดีที่ควรจะเป็น
นั้นผมว่าคนละเรื่องกับการวิเคราะห์ข่าวหรือเศรษฐกิจ เลย
คือมันดี แต่มันคนละประเด็น คนละเรื่องครับ ผมว่าต้องแยกออกจากการวิเคราะห์และการคาดการณ์ ออกมาเป็นอีกหัวข้อ อย่าจับมารวมกัน คนเสพจะสับสน คนทำก็จะสับสนด้วย
ผมคิดแบบนั้นครับ
ขอบคุณมากๆครับ
จริงๆหลังจากที่คุณ nut วิจารณ์ไปตั้งแต่ครั้งแรกๆ ทำให้ผมคิดถึง
การ Breakthrough คือ การเอาชนะตัวเอง สร้างสิ่งใหม่ที่หลุดพ้นจากกรอบเดิม
ผมคิดว่า แนวการเขียน how to ของผมเริ่มถึงจุดสูงสุด peak แล้วเหมือนกัน
จึงอาจต้องหา “แนวทางสร้างสรรค์ใหม่”
หลายคนได้เคยเตือนๆไว้ เกี่ยวกับ
หนังสือเล่มแรก “จอมคนในจอมคนฯ” เพราะ ผมดันไปวิจารณ์หนังสือคนอื่น
่จึงทำให้ขาดความน่าสนใจ
พอมาเขียน The Big Secret คนก็คงติดภาพนี้ ยิ่งชื่อดันไปล้อเลียน The Secret
คนก็คงคิดว่าต่อยอดจากเล่มนี้
หากทว่า จริงๆแล้ว The Big Secret มีอิสระของตัวเอง ไม่ใช่หนังสือวิจารณ์
แต่เป็นการนำเสนอแนวคิดใหม่
“การเอาตัวรอดในห้วงวิกฤต การหาโอกาสท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดรุนแรงในศตวรรษที่ 21″
แน่นอนว่า หลายเรื่องผมได้เคยพูดไปแล้ว แต่หลายเรื่องก็ยังไม่ได้พูด
ที่สำคัญ การรวบรวมเป็นหนังสือ มีข้อได้เปรียบกว่า บทความ หรือรายการวิทยุ
เพราะทำให้ “ความรู้ที่กระจัดกระจาย” ได้ร้อยเรียงเป็นหนึ่งเดียว
อ่านแล้วจะ “ซึมซับ” เข้าไปในสายเลือด
ดังนั้น จึงอยากให้ซื้ออ่านกัน ผมเชื่อแน่ว่า จะช่วยจุดประกายให้ทุกคนได้เห็น “ช่องทาง” ในการ เอาตัวรอดในยุคนี้
เพื่อนๆผมซื้อไปอ่านแล้ว “ชอบมากๆ” ส่วนใหญ่อายุหมุนอยู่รอบ 30 ปี ซึ่งเป็นวัยเปลี่ยนผ่าน ว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตดี จะจมปลักเป็นลูกจ้าง และเติบโตไปเรื่อยๆ หรือจะก้าวออกไป
“การเปลี่ยนแปลงต้องใช้พลังงานมหาศาล” ดังนั้น หนังสือเล่มนี้จึงช่วยเพิ่มแรงส่ง
เปิดมุมมองให้กว้างไกล มองเห็นโลกที่ต่างออกไป เรียนรู้ว่า “คนอื่น” เขาคิดอย่างไร
ผมไม่ได้ต้องการขายหนังสือ เพราะผมได้ค่าเขียนจาก “ยอดพิมพ์” ไม่ใช่ “ยอดขาย” ดังนั้น ขายได้กี่เล่ม ผมก็ไม่ได้เงินเพิ่ม
แต่ที่เขียนขึ้นมา เพราะผมสำนึกตัวดีว่า หลังจากต้องเลิกจัด “เศรษฐศาสตร์ตลาดสด” ผมก็ไม่ได้ติดต่อกับมวลชน ไม่ได้ส่งมอบความรู้ดีๆให้
จึงต้องพยายามหาทาง “สื่อสาร” เพื่อช่วยให้คนไทยที่ปรารถนาชีวิตที่ดีกว่าได้มองเห็นทางสว่าง
หลังจากอ่าน The Big Secret จบลง ผมหวังว่าทุกท่านจะได้ “ยุทธศาสตร์” ในการดำเนินชีวิต และเล่มต่อไป หากยังมีคนต้องการงานเขียนของผม
รับรองว่าจะหา Breakthrough และสิ่งใหม่ๆมาให้ครับ เพื่อเพิ่มเติมทำให้ “ยุทธศาสตร์” ทีไ่ด้วางไว้ใน The Big Secret เข้าสู่ความจริงตามที่แต่ละคนฝันไว้ได้มากขึ้น
หนังสือดี ใช้ภาษาที่อ่านเข้าใจง่าย ได้ประโยชน์ในการพยายาม “กลั่นกรอง” ความคิด
ด้วยวิธีคิดแบบ “องค์รวม” มานำเสนอให้กับผู้อ่าน เมื่ออ่านแล้วทำให้ย้อนกลับไปคิดว่าเวลาที่มีการพูดคุยในรายการวิทยุนั้นคงน่าสนใจไม่น้อย และคงทำให้ผู้ฟังติดตามฟังเรื่องยาก ๆ ให้เป็นเรื่องง่ายได้อย่างดี
ขอเป็นกำลังใจให้หนังสือเล่มนี้ประสบความสำเร็จในแง่การ “เผยแพร่” ( อาจจะมิใช่การ “ขาย” แต่เพียงอย่างเดียวด้วย ) เพื่อจะได้เป็น “แรงบันดาลใจ ” ให้คนที่คิดอยากจะนำเสนอความคิดดี ๆ ออกสู่สังคมได้เข้าใจกระบวนการ “สร้างพื้นที่” ในตลาดหนังสือ + ในยุคที่ราคาหนังสือแพงขึ้น จนผู้อ่านท้อใจ (เพราะเงินในกระเป๋าลดลง)
ด้วยความขอบคุณ
พันชนะ วัฒนเสถียร
ผู้จัดการมูลนิธิอมตะ
หมายเหตุ…ได้ไปร่วมงานวันเปิดตัวที่ร้านคิโนคุนิยะ ณ สยามพารากอนด้วย
ฟังการพูดคุยในวันนั้นแล้วก็ดีใจที่คนรุ่นใหม่อย่างน้องน่าจะเป็นตัวอย่างให้คนอืื่น ๆได้อีกมากมายนะครับ
ขอบคุณมากๆครับพี่
ถือเป็น “คำชม” ที่สร้างกำลังใจให้อย่างล้นเหลือ
ขอให้ “มูลนิธิอมตะ” เจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นครับ