ปรากฏการณ์อีกอย่างหนึ่งในวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ คือ “สงครามข้อมูลข่าวสาร” ระหว่างขั้วต่างๆ ทางการเมือง
สงครามระลอกแรกเกิดขึ้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำท่าจีนหรือภาคกลางฝั่งตะวันตก โดยเป็นวิวาทะระหว่างนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย ส.ส. จากจังหวัดบริเวณนั้นได้แก่ สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง ฯลฯ กับนักการเมืองสาย “สุพรรณบุรี” ภายใต้การนำของบรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งฝ่ายแรกออกมาโจมตีว่าอิทธิพลของนายบรรหารทำให้น้ำไม่ท่วมสุพรรณบุรี แต่มาท่วมจังหวัดอื่นๆ ซึ่งฝ่ายพรรคชาติไทยพัฒนาก็ออกมาชี้แจงโต้ตอบหลายครั้ง
ความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ถูกแก้ไขอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของ “คนไกลจากดูไบ” ที่สั่งการข้ามน้ำข้ามทะเลให้ลูกพรรคตัวเองยุติศึกโดยเร็ว
แต่เมื่อน้ำเหนือไหลบ่าลงมาอีกระลอก เราก็เห็น “สงครามข้อมูลข่าวสาร” ปะทุอีกครั้ง ระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย กับกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีสมรภูมิอยู่บนอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก
ประเด็นของ “สงครามข้อมูลข่าวสาร” มีมากมายตั้งแต่เรื่อง “รัฐมนตรีติดป้ายชื่อบนถุงบริจาคที่มีแต่ถุง” ซึ่งทำให้ รมช. คมนาคม กิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ถึงกับ “งานเข้า” ต้องออกมาชี้แจงว่าเป็นถุงสำหรับใส่ทรายเพื่อกั้นน้ำในแนวตั้ง ไม่ใช่ใส่ของบริจาคอย่างที่คนเข้าใจ (ข่าว MCOT, ข่าวไทยรัฐ) อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนถ่ายภาพถุงบริจาคสิ่งของติดชื่อรัฐมนตรีเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต และอีกฝ่ายที่ถ่ายภาพถุงบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์มาตอบโต้
เรายังเห็นข่าวฝ่ายค้านออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างเจ็บแสบ ตัวอย่างเช่น นายถาวร เสนเนียม จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่วิจารณ์นายประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่าประเมินสถานการณ์ผิดพลาด และบอกว่า “เก่งด้านจับโจร จะให้มาจับน้ำได้อย่างไร” (ข่าวไทยรัฐ)
นอกจากนี้ ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คยังมีการเผยแพร่ภาพ “สองนายกลุยน้ำ” โดยเลือกรูปภาพที่เป็นประโยชน์ต่อภาพลักษณ์ของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ หรือ นายกยิ่งลักษณ์ ในหมู่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งก็ขึ้นกับว่าจะเป็นกองเชียร์ฝ่ายไหน และกล่าวโจมตีฝ่ายไหนว่าไม่ยอมลุยน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชน
มิหนำซ้ำ องค์กรภาคสังคมหรือเอกชนบางแห่งที่เคยสนับสนุนการแก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลอภิสิทธิ์ในปี 2553 ยังปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในปีนี้ด้วยเหตุผลทางการเมือง!
…
บรรยากาศเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมนักกับสภาพของบ้านเมืองที่กำลังมีปัญหาอย่างหนักจากภาวะอุทกภัย สิ่งที่ควรทำมากที่สุดคือ “พักเรื่องการเมืองเอาไว้ก่อน” และจับมือกันช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งก็มีงานอีกมากที่ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นช่วยเหลือผู้ประสบความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ระบายน้ำลงทะเลให้มีประสิทธิภาพ และเตรียมแผนการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบหลังน้ำลดแล้ว
ภาพนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าประชุมร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีที่ศูนย์บัญชาการดอนเมืองในวันนี้ (รายงานข่าว) จึงเป็นสัญญาณที่ดีของความร่วมแรงร่วมใจจากฝ่ายการเมือง ที่จะหยุด “สงครามน้ำลาย” บนหน้าสื่อ และหันมาจับมือกันหยุดยั้ง “สงครามน้ำท่วม” ที่กำลังคุกคามประชาชนคนไทยในขณะนี้
สิ่งที่ภาคการเมืองต้องทำอย่างเร่งด่วนคือ ส.ส. ในพื้นที่ประสบภัยซึ่งก็มี ส.ส. จากทุกพรรค จะต้องทำงานร่วมกันผ่านการสั่งงานที่เป็นระบบของ ศปภ. ในขณะที่ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ก็ต้องคอยเสริมความช่วยเหลือในจุดที่รัฐบาลเข้าไม่ถึงหรือขาดแคลนทรัพยากร โดยไม่ตั้งข้อรังเกียจว่ามาจากพรรคที่ตัวเองไม่ได้เลือก หรือมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ตรงข้าม
ไว้น้ำลดค่อยมาสู้ศึกกันต่อ ยังมีเวลาสู้กันอีกยาว

