Practical Report มองโลกจากสายตาอิสลาม: 10 ข่าวประจำปีจาก Al Jazeera

เว็บไซต์ Al Jazeera ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในตะวันออกกลาง (มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศกาตาร์) ได้สรุปเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นทั่วโลกประจำปี 2010 ทาง SIU เห็นว่าการคัดเลือกข่าวและมุมมองของ Al Jazeera น่าจะแตกต่างจากสำนักข่าวในโลกตะวันตกที่คนไทยคุ้นเคยอยู่บ้าง จึงนำเสนอเรื่องนี้เพื่อเป็น “ทางเลือก” ให้กับผู้อ่าน

10 ข่าวเด่นประจำปี 2010 จาก Al Jazeera

เรียงตามลำดับความสำคัญ

1.) WikiLeaks

Al Jazeera ยกข่าว WikiLeaks และ Julian Assange เป็นข่าวอันดับหนึ่งของปีนี้ โดยให้เหตุผลว่าการปล่อย cable ของ WikiLeaks ทำให้เรารู้ความเคลื่อนไหวของวงการทูตโลก และปฏิบัติการ “ปิดล้อม” WikiLeaks และ Assange จากรัฐบาลชาติตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐ ก็เป็นปรากฎการณ์ที่น่าสนใจ พร้อมกับตั้งคำถามว่า WikiLeaks ได้ “ยกระดับ” มาตรฐานของวงการสื่อมวลชนหรือไม่ และเรากำลังอยู่ใน “สงครามสารสนเทศ” (information war) ครั้งแรกกันหรือเปล่า

2.) อิสราเอลบุกยึดเรือขนความช่วยเหลือไปปาเลสไตน์

ในเดือนพฤษภาคม กองเรือ “Gaza Freedom Flotilla” จำนวน 6 ลำ ขนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากนานาชาติ โดยเริ่มเดินทางจากตุรกีไปยังฉนวนกาซาของปาเลสไตน์ (ซึ่งโดนอิสราเอลปิดล้อมมาตั้งแต่ปี 2007) ปรากฎว่าโดนกองกำลังของอิสราเอลเข้าสกัดกั้น ส่งผลให้นักเคลื่อนไหวชาวตุรกีเสียชีวิต 9 ราย ทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาอีกครั้ง

ผลการสอบสวนจากสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุว่ากองกำลังของอิสราเอลทำเกินกว่าเหตุ และละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนอิสราเอลตอบโต้รายงานนี้ว่า “ลำเอียง”

เหตุการณ์นี้เกิดในน่านน้ำสากล และส่งผลให้ความสัมพันธ์ของอิสราเอลกับตุรกี (ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของอิสราเอล) ง่อนแง่น อิสราเอลจะโดดเดี่ยวมากขึ้น และย่อมทำให้อนาคตของสันติภาพในตะวันออกกลางมืดหม่นลง

อ่านรายละเอียดของเหตุการณ์ได้จาก Wikipedia หรือ Al Jazeera

3.) ภัยพิบัติซ้ำซ้อนที่เฮติ

ปี 2010 เป็นปีที่ยากลำบากของประเทศเฮติ เริ่มจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง ความวุ่นวายทางการเมือง น้ำท่วม และโรคระบาด

4.) น้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโก

เหตุการณ์แท่นขุดเจาะน้ำมัน Deepwater Horizon ของบริษัท BP ระเบิดในอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐ กลายเป็นภัยพิบัติที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ครั้งใหญ่ของปีนี้ และความหวังของประธานาธิบดีโอบามาที่ต้องการให้อเมริการักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น ก็ยังไม่เกิดขึ้นตามที่เขาต้องการ

5.) น้ำท่วมใหญ่ที่ปากีสถาน

น้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ของปากีสถาน ทำให้เศรษฐกิจและความมั่นคงที่ง่อนแง่นอยู่แล้ว สูญเสียเสถียรภาพอย่างหนัก ความช่วยเหลือจากภาครัฐที่เข้าไปไม่ถึงยังก่อให้เกิดการจลาจลในบางพื้นที่

6.) กู้ชีวิตคนงานเหมืองชิลี

Al Jazeera ยกให้เป็น “ข่าวดี” สำหรับคนทั้งโลกในปีนี้

7.) ฟุตบอลโลก ความสำเร็จของแอฟริกา

การจัดฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของชาวแอฟริกาทุกคน ถึงแม้จะมีคำถามว่าการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานของแอฟริกาใต้อาจจะไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจก็ตาม

8.) ความรุ่งเรืองของฝ่ายขวาในยุโรป

ปี 2010 เป็นปีที่ “ฝ่ายขวา” ของยุโรปเริ่มกลับมาครองอำนาจ ทำให้ผู้อพยพต่างชาติเริ่มลังเลกับสถานะของตัวเองที่อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายชาตินิยม เช่น นโยบายห้ามสตรีมุสลิมใส่ผ้าคลุมหน้าในฝรั่งเศส หรือนโยบายส่งผู้อพยพที่กระทำความผิดกลับประเทศของสวิตเซอร์แลนด์

9.) ภูเขาไฟระเบิดในไอซ์แลนด์

ภัยธรรมชาติที่ทำให้การคมนาคมทางอากาศของยุโรปต้องหยุดชะงัก ถ้านับจำนวนเที่ยวบินแล้วมากกว่าเหตุการณ์ 9/11 เสียอีก

10.) วิกฤตเศรษฐกิจของยุโรป

หลายประเทศในยุโรปต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเทศกลุ่ม PIGS รวมถึงอังกฤษและเบลเยียม ทำให้ชาติพัฒนาแล้วอย่างยุโรปอาจจะต้องทบทวนวิถีชีวิตและนโยบายของตัวเองอีกครั้ง

การเลือกตั้งครั้งสำคัญในปี 2010

Al Jazeera ยังได้คัดเลือกการเลือกตั้งครั้งสำคัญใน 4 ประเทศ ได้แก่

การลงประชามติแก้รัฐธรรมนูญในตุรกี

เป็นชัยชนะของพรรครัฐบาล Justice and Development Party (AKP) ที่แผนการปฎิรูปที่ทำให้ตุรกีเป็นประชาธิปไตย และมีกระบวนการยุติธรรมที่ก้าวหน้าผ่านการโหวตไปได้ และนี่อาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ตุรกีได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรปมากขึ้น

การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ

การกลับมาของพรรครีพับลิกัน โดยปัจจัยหนุนจาก Tea Party (อ่านสกู๊ป เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ: การโต้กลับของฝ่ายขวา ประกอบ)

การเลือกตั้งในอิรัก

การเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่สองของอิรัก หลังจากครั้งแรกในปี 2005 แต่กลับก่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองยาวนานถึง 8 เดือน

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม โดยฝ่ายนายกรัฐมนตรี Maliki ได้ 91 ที่นั่ง ส่วนฝ่ายค้านได้ 89 ที่นั่ง และไม่มีฝ่ายใดสามารถดึงพรรคร่วมรัฐบาลที่มีเสียงพอเพียงได้ถึง 8 เดือน จนกระทั่งนายกรัฐมนตรี Maliki สามารถเจรจากับฝ่ายมุสลิมนิกายชีอะห์ที่เคยเป็นศัตรูกัน จัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จในเดือนธันวาคม กลับมาเป็นรัฐบาลได้อีกครั้ง

รายละเอียดจาก Al Jazeera

การลงประชามติแยกประเทศซูดาน

ซูดานเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา จะต้องลงประชามติในเดือนมกราคม 2011 ว่าจะแบ่งประเทศออกเป็นเหนือ-ใต้หรือไม่

ซูดานมีวิกฤตสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้มายาวนาน (เพราะในอดีตเคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ 2 แห่ง มารวมกันเป็นประเทศเดียว) และหลังเจรจาสันติภาพในปี 2005 ก็มีแผนที่จะลงประชามติว่าจะแยกตัวออกเป็น 2 ประเทศหรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าฝ่ายใต้จะแยกตัวออกไปตั้งประเทศใหม่ นอกจากนี้ยังมีประเด็นว่ารัฐที่อยู่ระหว่างพรมแดนเหนือ-ใต้ อุดมไปด้วยน้ำมัน ซึ่งอาจทำให้ความขัดแย้งกลับมาได้อีกครั้ง

รายละเอียดจาก Al Jazeera

  • zneb

    SIU พลาได้ไงครับ ต้องมองโลกจากสายตาจีนด้วยสิครับ งั้นผมเอามาให้ดูคร่าวๆเลยดีกว่าครับ

    จากการคัดเลือก 10 สุดยอดข่าวเด่นของสำนักข่าวซินหัวของรัฐบาลจีนครับ น่าสนใจมากๆครับในหลายๆเรื่อง

    นี่ Link เต็มๆครับ

    http://news.xinhuanet.com/english2010/world/2010-12/30/c_13670630.htm

  • http://drummajorchula.multiply.com/ zneb

    SIU พลาดได้ไงครับ ต้องมองโลกจากสายตาจีนด้วยสิครับ งั้นผมเอามาให้ดูคร่าวๆเลยดีกว่าครับ

    จากการคัดเลือก 10 สุดยอดข่าวเด่นของสำนักข่าวซินหัวของรัฐบาลจีนครับ น่าสนใจมากๆครับในหลายๆเรื่อง

    นี่ Link เต็มๆครับ

    http://news.xinhuanet.com/english2010/world/2010-12/30/c_13670630.htm

  • http://www.youtube.com/watch?v=Q7SCcIJbbss zneb

    ลองสรุปคร่าวๆครับ ทั้ง 10 ข่าวเรียงตามลำดับเวลาครับ

    1. การเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน
    2. แผ่นดินไหวในเฮติ
    3. สถานการณ์ความตึงเครียดต่อเนื่องบนคาบสมุทรเกาหลี
    4. ยุโรปถุกปกคลุมไปด้วยละอองจากภูเขาไฟนานหลายวัน ทำให้การจราจรทางอากาศเป็นอัมพาต
    5. น้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโก
    6. ประเทศกำลังพัฒนาได้อำนาจทางเศรษฐกิจมากขึ้นจากโควตาการลงคะแนนเสียงที่สูงขึ้นทั้งใน IMF และ ธนาคารโลก
    7. วิกฤตหนี้สาธารณะยุโรป
    8. สิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการสังเคราะห์ของมนุษย์ครั้งแรกในโลก จากการสร้างเซลล์สังเคราะห์ของสหรัฐฯ
    9. คนงานเหมืองชิลีติดอยู่ในเหมือง 69 วัน
    10. สหรัฐฯออกมาตรการ QE2

  • http://drummajorchula.multiply.com/ zneb

    ทัศนะการมองโลกของจีนตรงนี้น่าสนใจมากครับ สรุปได้ว่าสิ่งที่จีนมองว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อโลกในนี้

    เป็นข่าวสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติเสีย 4 ข่าว คือ เฮติ ละอองภูเขาไฟ น้ำมันรั่ว และ ชิลี

    เศรษฐกิจ 4 ข่าว คือ FTA การผงาดของประเทศกำลังพัฒนาในระบบการเงินโลก วิกฤตยุโรป และ QE2

    การเมืองระหว่างประเทศ 1 คือ วิกฤตเกาหลี

    และอันสุดท้ายนี่ผมกล้าบอกเลยว่าแทบไม่มีใครพูดถึงเลยแต่เป็นเรื่องใหญ่มากๆก็คือ วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม นั่นคือ การสร้าง Synthetic Cell

    ด้านหนึ่งการเน้นข่าวด้านสิ่งแวดล้อมแสดงให้เห็นถึงทัศนะด้านการพัฒนาที่จีนเห็นว่าควรให้มีความสมดุลมากขึ้น ซึ่งในเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นประเทศจีนก็มีปัญหามากเช่นเดียวกัน อีกแง่หนึ่งก็คือ เป็นเรื่องมุมมองในเชิงนโยบายต่างประเทศหรือเรื่องของ Soft Power ซึ่งจีนมุ่งแสวงหาการเป็นหุ้นส่วนร่วมกันที่ยั่งยืนและได้ประโยชน์ในระยะยาวและการพัฒนาและอยู่ร่วมกันอย่างสันติ จีนต้องการบอกว่าจีนพร้อมเป็นมิตรกับทุกประเทศและเป็นมิตรอย่างจริงใจพึ่งได้เสมอ ซึ่งจีนเองก็แสดงความขอบคุณอย่างมากเช่นกันเมื่อประเทศต่างๆยื่นมือมาช่วยจีนเมื่อเกิดภัยพิบัติในจีนเอง เวลาที่จีนไปเยือนประเทศที่ช่วยเหลือจีน

    ในด้านเศรษฐกิจจะเห็นว่าจีนมีการมองที่หลากหลายและให้ความสำคัญในระดับโลกและระดับภูมิภาคที่ใกล้เคียงกัน ให้ความสำคัญทั้งภาคเศรษฐกิจจริงคือ การค้า รวมถึงปัญหาในภาคการเงินด้วย ที่สำคัญจีนพูดชัดเจนถึงเรื่องการปรับสมดุลระบบเศรษฐกิจโลกเป็นหลายขั้วที่สมดุลมากขึ้น โดยประเทศกำลังพัฒนาจะต้องมีบทบาทมากขึ้นในโครงสร้างส่วนบนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก

    ในด้านการเมืองนั้นชัดเจนว่าจีนยังให้ความสำคัญกับเสถียรภาพในระดับภูมิภาครอบบ้านตัวเอง ยังไม่ไปยุ่งอะไรที่ไกลตัวมากนักเพราะเงื่อนไขต่างๆยังไม่พร้อมโดยเฉพาะการแผ่แสนยานุภาพทางทหารเช่น ทางทะเล

    สุดท้ายเรื่องนวัตกรรม ปี 2010 ต้องถือว่าเป็นปีที่จีนเดินหน้าเรื่องนวัตกรรมและการดัน Sector ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเยอะมาก และจีนเองก้ตระหนักว่าต้องขยับตัวเองไปใน Sector ที่มูลค่าเพิ่มสูงขึ้น และการมุ่งลงทุนด้าน r&d ก็เป็นกุญแจสำคัญ ปีนี้จีนประสบความสำเร็จในการสร้าง Supercomputer ความเร็วสูงที่สุดในโลก เตรียมทดลองเทคโลยีรถไฟรุ่นใหม่นั่นคือ Super-speed rail technology รวมถึงเรื่องด้านการทหารด้วย

    การวิจัยและการจัดองค์กรทุนรัฐผูกขาดในภาคเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องในอนาคตถึงการสร้างศักยภาพทางเทคโลยีเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ แสนยานุภาพทางทหาร และเครื่องมือทางนโยบายการต่างประเทศด้วย

    ปีนี้จีนตบหน้าอินเดียด้วยการลงนามมูลค่า 35,000 ล้านดอลลาร์ ในสัญญาต่างๆกับปากีสถาน เทียบกับ 16,000 ล้านดอลลาร์กับอินเดีย รวมถึงพ่วงการขายดาวเทียมของตัวเองด้วย แถมอินเดียเองก็ถึงก็บ่นหนักว่าปากีสถานเอา Drone หรือ UAV ของตัวเองซึ่งซื้อจากจีน บินล้ำเข้ามาในน่านฟ้าอินเดีย

    เครียดๆกันมากมาดูอะไร Relax ปิดท้ายดีกว่า

    http://www.youtube.com/watch?v=VBnNq7Y76us&feature=related

    http://www.youtube.com/watch?v=Q7SCcIJbbss

  • http://www.isriya.com isriya

    งั้นขอเอาคอมเมนต์ของคุณ zneb ไปลงบทความด้วยเลยนะครับ