Practical Report คอป. เสนอแก้มาตรา 112 และ 133

คอป. เปิดข้อเสนอแก้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ 133 ให้เลขาธิการพระราชวังเป็นผู้แจ้งดำเนินคดี และลดโทษสูงสุดเหลือ 7 ปี

คณิต ณ นคร (ภาพจาก Facebook ของ คอป.)

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2554 นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) เปิดเผยว่า คอป.ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 30 ธ.ค. 54 เรื่องข้อเสนอแนะของคอป.เกี่ยวกับความผิดที่ต้องให้อำนาจหรือการดำเนินคดีมาตรา 112 ซึ่งสังคมมีความสับสนมาก ฝ่ายหนึ่งได้ใช้ความผิดฐานดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการดำเนินการทางการเมืองของตน อ้างว่าเพื่อเป็นการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา ม.112 อย่างเคร่งครัด ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องของการใช้เสรีภาพในทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากกระทำเป็นความผิดอาญาย่อมขัดต่อเสรีภาพในการแสดงความเห็นจึงเสนอให้ยกเลิก ม.112

นายคณิต ระบุในหนังสือ คอป.ด้วยว่า ในส่วนของความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น คอป.ได้ทำการศึกษาในแง่มุมของกฎหมายควบคู่ไปด้วย เพราะประโยชน์ในการแก้ไขปรับปรุงตัวบทกฎหมาย เพื่อให้เกิดความปรองดองต่อคนในชาติ โดยได้ทำการศึกษาถึงพื้นฐานความแตกต่างในสังคมประชาธิปไตยในต่างประเทศกับในสังคมไทย พบว่าในประเทศประชาธิปไตยคนในกระบวนการยุติธรรมจะมีความเป็นเสรีนิยมสูงแต่คนในกระบวนการยุติธรรมของไทยมีความเป็นอำนาจนิยมสูง

นายคณิต ระบุด้วยว่า เกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่กำลังเป็นที่โต้เถียงและขัดแย้งกันมา คอป.เห็นว่าการจะยกเลิก ม.112 เสียเลยน่าจะยังไม่เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย แต่การที่จะคงสภาพเป็นความผิดอาญาในลักษณะปัจจุบันโดยไม่มีทางออกใดๆ ในการดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน เพราะยังมีการใช้ความผิดฐานนี้เป็นเครื่องมือทางการเมือง จากการศึกษาของคอป.พบว่าความผิดฐานนี้มีช่องทางในทางกฎหมายที่จะสร้างความสมดุลได้ เช่น ในเยอรมันมีการบัญญัติความผิดอาญาบางฐานที่ไม่ร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นความผิดที่ผู้เสียหายเป็นบุคคลสาธารณะ ซึ่งอาจแปลเป็นภาษาไทยได้ว่าเป็นความผิดที่ต้องให้อำนาจกล่าวคือ แม้การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นความผิดอาญาแต่การดำเนินคดีขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้เสียหายเป็นสำคัญ เช่นการดูหมิ่นประธานาธิบดี การสอบสวนจะเริ่มได้ต่อเมื่อประธานาธิบดีให้อำนาจดำเนินการเท่านั้น

นโยบายทางอาญาในระบบกฎหมายเยอรมันแสดงให้เห็นว่าประเทศที่เป็นประชาธิปไตย นโยบายทางอาก็ต้องเป็นนโยบายที่ส่งเสริมการฝึกและพัฒนาคน นักการเมืองก็ต้องฝึกและพัฒนา นักการเมืองในด้านจิตสำนึกความเป็นประชาธิปไตยในเมืองไทย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) ได้กล่าวไว้ว่า กฎหมายมีสองแบบ ถ้าเน้นอำนาจก็เป็นกฎหมายที่เด่นในด้านกำจัดคนชั่ว แต่ถ้าเป็นกฎหมายที่เน้นการศึกษาซึ่งมุ่งสร้างคนดีจะมีลักษณะในการจัดสรรโอกาส ในทางปกครองและกฎหมายจะต้องทำหน้าที่สองด้านคือ ส่งเสริมคนดีและกำราบคนร้าย แต่คอป.เห็นว่ากฎหมายของไทเน้นที่การบังคับด้านเดียว ส่วนมากจะจบลงด้วยบทกำหนดโทษ นโยบายทางอาญาของไทยทำให้เกิดสภาพกฎหมายอาญาเฟ้อ รัฐควรวางเป็นนโยบายเพื่อให้กฎหมายและระบบกฎหมายเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและดีขึ้น

สำหรับการแก้ปัญหาของชาติโดยเฉพาะการสร้างความปรองดอง คอป.เห็นว่านอกจากฝ่ายกระบวนการยุติธรรมแล้ว ฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติควรพิจารณาร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

โดย คอป.ขอยื่นข้อเสนอแนะดังนี้

  1. ควรตรากฎหมายกำหนดให้ความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเป็นความผิดที่ต้องให้อำนาจ โดยถือว่าการตรากฎหมายดังกล่าวมีความสำคัญและเร่งด่วน
  2. ความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นความผิดที่คุ้มครองความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร อันเป็นคุณธรรมทางกฎหมายที่เป็นส่วนรวม เป็นเรื่องของสถาบัน หาใช่เรื่องส่วนพระองค์ไม่ ดังนั้น การจะให้พระมหากษัตริย์เป็นผู้มอบอำนาจให้ดำเนินคดีย่อมเป็นการไม่เหมาะสมและขัดต่อจารีตประเพณีของบ้านเมืองที่ต้องเทิดทูนสถาบัน เลขาธิการพระราชวังเป็นข้าราชการพลเรือนในประองค์ที่ได้รับการแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัยจึงอาจกำหนดให้เลขาธิการพระราชวังเป็นผู้ให้อำนาจดำเนินคดี
  3. ในส่วนของระวางโทษตาม ม.112 ควรมีความเป็นเสรีนิยมมากกว่าในปัจจุบันหรือโทษควรเบาลง อย่างน้อยควรกลับไปนำโทษที่เคยกำหนดไว้เดิมมาใช้
  4. คอป.เสนอให้แก้กฎหมายอาญา ม.112 เสนอต่อรัฐสภา ดังนี้ ใครหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 14,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ความผิดตามวรรค 1 เป็นความผิดที่ต้องให้อำนาจ การสอบสวนดำเนินคดีจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอำนาจจากเลขาธิการพระราชวัง
  5. ความผิดตาม ม.112 และ ม.133 เป็นเรื่องที่ยึดโยงกันเมื่อแก้ ม.112 ก็ต้องแก้ ม.133 ในคราวเดียวกัน โดยให้บัญญัติว่าผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาต มาดร้ายต่อราชาธิบดี ราชินี ราชสามี รัชทายาท หรือประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

นายคณิต ระบุท้ายข้อเสนอว่า คอป.ทำงานตั้งอยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อประชาชนข้อเสนอแนะของคอป.ข้างต้นถือเป็นข้อเสนอแนะของทุกฝ่ายต่อรัฐสภาและประชาชนด้วย ในส่วนของรับสภานั้นคอป.เห็นว่าเหมาะสมที่จะผลักดันกฎหมายดังกล่าวและประชาชนเองก็ควรที่จะผผลักดันให้กฎหมายดังกล่าวเกิดขึ้นด้วย เพื่อช่วยกันสร้างสันติและความปรองดองของคนในชาติ โดยคอป. ได้ส่งเอกสารแนบท้ายข้อเสนอแนะประกอบด้วยหนังสือรวมบทความการก่อการร้ายกับการมอบอำนาจให้ดำเนินคดี หนังสือนิติศาสตร์แนวพุทธของป.อ.ปยุตโต เอกสารเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้ายญี่ปุ่นและเอกสารเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้ายในเยอรมัน

ที่มา คมชัดลึก

อ่านรายละเอียดของ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ ที่ศูนย์ข้อมูลการเมืองไทย

  • Jane

    เห็นด้วย

  • Thana 987

    ควรยกเลิกนะ  ตอนนี้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองไปมากละ

  • http://www.facebook.com/profile.php?id=100001243188369 Gina น่ารักเสมอไป

    โธ่ อ.คณิตคะ ท่านพูดขัดกันเองนะคะ แม้การจะให้ท่านมอบอำนาจใครไปแจ้งความ มันก้เหมือนกับการที่ท่านไปฟ้องร้องเองนั้นละคะ เพราะชรก.ที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระองค์ นั้นย่อมมีความกล้ชิดกันมากกว่าอยู่แล้ว ซึ่งถ้าขก.ในพระองค์จะไปแจ้งความ ยังไงก็ต้องทูลถามพระองค์อยุดี แล้วถ้าพระองค์ไม่อยากฟ้องก้เปนสิทธิของท่าน แต่ถ้าท่านเหนด้วยกับการฟ้องร้อง คิดว่า คนจะคิดยังไงละคะ 

    แล้วขรก.ในพระองค์ฟ้องร้องคนที่ทำผิดจริงๆได้ติดคุกจจริงๆ มาขออภัยโทดเนี่ยะ ท่านจะไม่ดดนต่อว่าเสียๆหายๆ ว่า กลับกลอก รึคะ สมมุตินะคะ หากท่านไม่อภัยโทดให้กับคนที่ทำผิดจริง ปชช.จะต่อต้านท่านไหมเอยยย โดยเฉพาะพวกหมายน้อยในคุกที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพแท้จริง แถมมีหลักฐานด้วยเนี่ยะ พวกมันจะยอมไหมอะคะ

    อ.คณิตคะ คุรกำลังทำให้เกิดการฆ่ากันเองระหว่างปชช.นะคะ โปรดคิดไว้นะ ว่า ถ้าท่านอภัยโทด พวกมันที่เลวออกมา แล้วยังด่าท่านอีก ทำผิดซ้ำอีก ขออภัยซ้ำอีก เมื่อถึงวันนั้น คุณจะไม่มีเงาหัวให้อยุรอดนะคะ

     ถ้าเอาบรรทัดฐานนี้มาใช้ หนูว่า น่าจะใช้ปชช.แบบเดิมแระดีแล้วคะ 

  • Phonix_

    กฎหมายถ้าคุณไม่ไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายนั้นกะจะดำรงไว้ซึ่่งความยุติธรรมหากคุณมั่นใจ่าบริสุทธิ์แล้วละก็จะกลัวอะไรกับกฎหมายที่ถึงแม้จะถูกใช้เพื่อเหตุผลทางการเมืองก็ตามถึงไม่มีใครเชื่อแต่เราก้รู้ด้วยตัวเราเองไม่ใช่หรือ

  • Gaiz

    ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โทษสูงสุด แต่อยู่ที่กระบวนการพิสูจน์ว่า ผู้นั้นกระทำผิดจริงๆ ในต่างประเทศเค้าจับ Hacker ขณะทำการ Hack อยู่ เพราะฉะนั้นต่อให้แก้กฏหมาย คนที่ไม่ได้ทำผิดก็ยังซวยได้อยู่ดี