Practical Report วงการมือถือระอุ TRUE แจ้งความ dtac ข้อหาเป็นบริษัทต่างด้าว

ความขัดแย้งระหว่างบริษัทมือถือเบอร์สอง dtac และเบอร์สาม TRUE MOVE ซึ่งเป็นบริษัทใต้คู่สัญญาสัมปทานเดียวกันคือ กสท. โทรคมนาคม ยังไม่จบลงง่ายๆ ล่าสุด TRUE งัดมุขใหม่ใช้มาตรการกฎหมาย แจ้งความต่อกองปราบว่า dtac เป็น “บริษัทต่างด้าว”

จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งระหว่าง TRUE/dtac

ความขัดแย้งนี้เริ่มจากการเข้าซื้อกิจการ Hutch ของกลุ่ม TRUE เพื่อเปิดบริการ 3G ใต้คลื่นความถี่ระหว่าง CAT/Hutch เดิม (ข่าวเดิม TRUE เซ็นสัญญา CAT ทำโครงข่าย 3G เสียบแทน Hutch เรียบร้อย) ทำให้ทาง dtac ตัดสินใจยื่นฟ้องศาลปกครองกลางให้ระงับสัญญาระหว่าง TRUE/CAT ในการดำเนินการ 3G ใต้คลื่น Hutch แต่ศาลปกครองกลางกลับไม่มีคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉิน (ข่าวเดิม DTAC เตรียมอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด หลังศาลปกครองไม่สั่งคุ้มครองดีล CAT/TRUE)

true move

TRUE แจ้งความ dtac คนต่างด้าวถือหุ้นเกิน 49%

ล่าสุดทางฝั่ง TRUE ได้ “โต้กลับ” โดยเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่กองปราบปรามเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ให้ ดำเนินคดีเอาผิดกับ dtac ในข้อหาปล่อยให้มีคนต่างด้าวถือหุ้นในดีแทคซึ่งเป็นนิติบุคคลให้สามารถ ดำเนินธุรกิจโทรคมนาคม มากถึงเกือบร้อยละ 72 โดยจัดตั้งให้กลุ่มบุคคล และกลุ่มบริษัทต่างๆ จำนวนมากถือหุ้นแทน การถือหุ้นนี้ถือเป็นการหลีกเลี่ยง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 4 ของกระทรวงพาณิชย์

ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการของ dtac ระบุโครงสร้างผู้ถือหุ้นไว้ดังนี้

จากข้อมูล พบว่า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) มีคณะกรรมการจำนวน 12 ราย ได้แก่ นายบุญชัย เบญจรงคกุล นายสุนทร โภคาชัยพัฒน์ นายจุลจิตต์ บุณยเกตุ นายคนุท บอร์เก้น นายชาร์ลส์ เทอเร็นซ์ วู้ดเวิร์ธ นายซิคเว่ เบรคเก้ นายสตีเฟ่น วูดรุฟ ฟอร์ดแฮม นายคนุท สนอร์เร่ บัค คอร์เนเลสเซน นายกุนนาร์ โจฮัน เบอร์เทลเซ่น นายฮิลเด เมอเรท ทอนฯ นายจอน ทราวิส เอ็ดดี้ และ นายสมพล จันทร์ประเสริฐ

บริษัทมีทุนจดทะเบียนกว่า 4,744 ล้านบาท แบ่งเป็นจำนวนหุ้นทั้งสิ้น 2,367.81 ล้านหุ้น โดยมีผู้ถือหุ้นชาวไทยรวม 33,528 คน รวม 1,207.58 ล้านหุ้น หรือ 51% และต่างด้าวถือหุ้น 75 คน รวม 1,160.22 ล้านหุ้น หรือ 49%

ส่วนข้อมูลตามการอ้างอิงของ TRUE ซึ่งใช้ข้อมูลจากรายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการสื่อสารโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย

สัดส่วนบุคคลและนิติบุคคลไทยที่เป็นผู้ถือหุ้นคนไทยถืออยู่รวม 28.65% ในขณะที่สัดส่วนนิติบุคคลต่างด้าวที่เป็นผู้ถือหุ้นอยู่รวมทั้งสิ้น 71.35% ประกอบด้วย

สัดส่วนนิติบุคคลต่างด้าวที่เป็นผู้ถือหุ้น 1.บริษัท เทเลนอร์ เอเชีย จำกัด (สิงคโปร์) 39.58% 2.บริษัท ไทยเทลโค โฮลดิ้งส์ 25.59% 3.NORTRUST NOMINEES LIMITED – NTGS 3.46% 4.THE CENTRAL DEPOSITORY PLE.LTD. 1.24% 5.STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY FOR LONDON 0.98% 6.HSBC (SINGAPORE) NORMINEES PTE LTD. 0.54% รวมหุ้นต่างด้าวถืออยู่ร้อยละ 71.35

ตัวแทนฝ่ายกฎหมายของ TRUE ยังระบุว่า dtac ได้แจ้งสัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างด้าว กับกระทรวงพาณิชย์ไว้เพียง 49% แต่ปรากฏว่า บริษัท เทเลนอร์ ได้แจ้งข้อมูลการถือหุ้นต่อตลาดหลักทรัพย์ที่ประเทศนอร์เวย์ และประเทศสิงคโปร์ว่า เทเลนอร์ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจต่างประเทศ ถือหุ้นในดีแทคสัดส่วนประมาณ 66.50% ถือเป็นการทำผิด ฝ่าฝืนกฎหมายไทยอย่างชัดเจน

ดังนั้น การเข้าแจ้งความต่อกองปราบปรามดำเนินคดีกับ dtac ที่กระทำผิดกฎหมายแล้ว เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการตีความเรื่องสัญชาติของดีแทค ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทยมีความชัดเจนมากขึ้น

“การที่ดีแทคเป็นต่างด้าวแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจในกิจการโทรคม ที่มีการสงวนสิทธิ์ให้เฉพาะกับนิติบุคคลไทย และเข้ามาถือใบอนุญาตประเภทต่างๆ นั้นเป็นความผิด ซึ่งที่ผ่านมาดีแทคทำตัวเสมือนเป็นนิติบุคคลไทยมาตลอด ซึ่งการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมต่อนิติบุคคลไทย”

ข้อมูลจาก suthichai yoon, mxphone

dtac โต้ ทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

ฝั่ง dtac ได้ออกมาตอบโต้ โดยการออกแถลงการณ์และการให้สัมภาษณ์ของนายจอห์น เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ซีอีโอของบริษัท

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า “ดีแทคดำเนินธุรกิจภายใต้กฏหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของไทยทุกประการ ในฐานะที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย เรามีการเปิดเผยข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้นต่อสาธารณชน และกระทรวงพาณิชย์อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ดีแทคขอยืนยันในความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การสื่อสารที่ดีที่สุดแก่ ลูกค้า และคนไทยทุกคน และดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงด้านกฏระเบียบข้อบังคับใดๆ เรายินดีที่จะปฏิบัติตาม” – ข้อมูลจาก mxphone

แถลงการณ์ของ dtac

การถือหุ้นของเทเลนอร์ กรุ๊ป ในดีแทคเป็นไปตามกฏหมายและกฏระเบียบในประเทศไทยดีแทค เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพทย์แห่งประเทศไทยและมีการเปิดเผยโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทต่อสาธารณะ

การถือหุ้นของเทเลนอร์ กรุ๊ป ในดีแทคเป็นไปตามกฏหมายและกฏระเบียบในประเทศไทยดีแทค เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพทย์แห่งประเทศไทยและมีการเปิดเผยโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทต่อสาธารณะอีกทั้งยังเป็นบริษัทที่ได้รับการจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์

เทเลนอร์ กรุ๊ป เข้าใจว่ารายงานผลการพิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีปัญหาการถือหุ้นการครอบงำกิจการที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคมยังคงเป็นแค่ร่างซึ่งต้องผ่านขบวนการพิจารณาและอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรและหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องต่อไป

เทเลนอร์ กรุ๊ป ใคร่ย้ำจุดยืนของบริษัทที่ต้องการผลักดันให้เกิดการพัฒนาในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทยและบริษัทได้ให้การสนับสนุนดีแทคมาโดยตลอดในการให้บริการ 3G อย่างทั่วถึงเพื่อประโยชน์แก่อุตสาหกรรมและผู้บริโภคไทย

เทเลนอร์ กรุ๊ป คือ บริษัทที่ให้บริการโทรคมนาคมชั้นนำของโลกโดยมีการลงทุนเพื่อให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมใน 11 ประเทศ ทั้งนี้ เทเลนอร์ กรุ๊ป ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและให้ความสำคัญกับประกอบกิจการภายใต้กฏระเบียบในทุกประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนมาโดยตลอด – ข้อมูลจาก mxphone

ส่วนการดำเนินการขั้นต่อไปของ dtac จะรอหมายเรียกจากตำรวจเพื่อไปให้ปากคำต่อไป

“สมเกียรติ” บอกชาตินิยมไม่ช่วยพัฒนาวงการ-ต้องให้กรมพัฒนาธุรกิจชี้ขาด

ความเห็นจากนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา หรือทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า รู้สึกน่าเป็นห่วงอุตสาหกรรมโทรคมไทย ที่ผู้ประกอบการหันมาใช้วิธีเรื่องของกฎ กติกาภาครัฐในการแข่งขันกันมากกว่า แข่งเพื่อให้บริการผู้บริโภคบนความเท่าเทียม ซึ่งไม่เห็นว่าเป็นผลดีต่อตลาดโทรคม และผู้บริโภค ที่ตลาดควรจะต้องมีการเปิดกว้าง ผู้เล่นไม่ควรไปจำกัด แต่ควรมุ่งพัฒนาบริการของตัวเองแทนที่จะไปขัดขวางผู้เล่นรายอื่น

“การปลุกกระแสชาตินิยม เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการรายหนึ่งทำมาโดยตลอด ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ก่อให้เกิดความก้าวหน้าต่ออุตฯ โทรคม และผู้บริโภค เพราะขณะนี้ทุกประเทศ มุ่งการเปิดเสรี ให้ผู้ประกอบการทุกประเทศมาแข่งขันกันได้ในอาเซียน ไทยเองเราก็มีข้อตกลงร่วม เออีซี (AEC) ซึ่งมุ่งเปิดเสรีมากขึ้น โดยให้ผู้ประกอบการในอาเซียนถือหุ้นได้ร้อยละ 70 ผมเห็นว่า ผู้ประกอบการไทยควรมุ่งพัฒนา เพื่อรับการเปิดเสรีมากกว่าการสกัดกั้น”

เขากล่าวด้วยว่า กฎหมายประกอบธุรกิจต่างด้าว เป็นกฎหมายที่อยู่ภายใต้ กรมการพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยเคสก่อนหน้านี้ คือ ตระกูลชินวัตรได้ขายหุ้นชินคอร์ป ให้เทมาเส็ก ซึ่งเกิดข้อสงสัยว่า เอไอเอส และบริษัทอื่นๆ ในเครือชิน เป็นสัญชาติไทย หรือต่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจได้ตรวจสอบ ขยายผลไปยังบริษัทอื่นๆ รวมถึงดีแทค เท่าที่ตรวจสอบตอนนั้น กรมพัฒนาธุรกิจก็ไม่ได้มีข้อสรุปขั้นสุดท้ายออกมา ดังนั้นการจะไปสรุปว่า บริษัทใดเป็นต่างชาติ จึงต้องขึ้นอยู่กับกรมพัฒนาธุรกิจเป็นหลัก ไม่ว่า กองปราบฯ จะดำเนินคดีก็จะต้องขอความเห็นจากหน่วยงานดังกล่าวเช่นกัน

ข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ

  • Tons_tour

    แล้วมันดีตรงไหนที่จะให้ต่างชาติเข้ามาครอบครองทรัพยากรของไทยมากกว่า50% แต่ว่าจริงอยู่เขานั้นนำความเจริญมาให้ แต่ว่าเราก็ต้องรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประเทศชาติค๊ะ