ด้วยปรากฎว่ามี เว็บไซต์บางแห่งรายงานข่าวว่า เว็บไซต์แห่งนี้เป็นเว็บไซต์ของ รศ. ใจ อึ๊งภากรณ์ พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ แถลงการณ์แดงสยาม ฉบับเต็ม ของ รศ. ใจ นั้น เว็บไซต์ SIU ขอชี้แจงดังต่อไปนี้

1. เว็บไซต์ SIU ได้มีการรายงานข่าว ความเคลื่อนไหวของ รศ. ใจ อึ๊งภากรณ์ ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจากการเขียนหนังสือ A coup for the rich ด้วยเห็นว่าประเด็นนี้อยู่ในความสนใจของสาธารณะมาตลอด จึงสมควรที่มีการรายงานทุกแง่มุม และล่าสุด ก็ปรากฎข่าวว่า รศ. ใจ ได้เดินทางไปยังประเทศอังกฤษ พร้อมทั้งออกแถลงการณ์ส่วนตัวออกมา เว็บไซต์ SIU จึงนำลงรายงานประกอบเนื้อข่าว เพื่อความสมบูรณ์ของข่าว และเราได้ชี้แจงว่า ด้วยเนื้อหาบางส่วนขัดกับกฎหมายไทย จึงได้มีการตัดทอนเนื้อหาบางส่วนออก
รูปแบบในการแสดงข้อมูลเป็นไปตามภาพด้านล่าง (ซึ่งผู้สนใจสามารถดึงข้อมูลจาก แคชเดิมของ google.com ได้ตลอดเวลา)

ทั้งนี้วัตถุประสงค์ในการเผยแพร่เพิ่มเติมคือ เพื่อเคารพจุดยืนส่วนหนึ่งของ รศ. ใจ ที่ต้องการจะแสดงให้เห็นว่าการเคลื่อนไหวของเขาครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ดังแสดงให้เห็นข้างล่างนี้
เลิกหวังได้แล้วว่าอดีตนายกทักษิณจะนำการต่อสู้ในทิศทางที่จำเป็นสำหรับการ ปลดแอกสังคม อย่าตั้งความหวังกับนักการเมืองพรรคเพื่อไทย เขายังไม่พร้อมที่จะต่อสู้นอกกรอบระบบปัจจุบัน แต่ประชาชนหลายแสนหลายล้านพร้อมจะไปไกล
ทั้งนี้สำนักข่าวอื่น ก็มีการรายงานข่าวและเนื้อหาบางส่วนในแถลงการณ์ที่ไม่ได้ขัดต่อกฎหมายไทยตามปกติอยู่แล้ว เช่นข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ในหัวข้อ : “เผ่น ‘ใจ’ หนีคดีหมิ่นไปอังกฤษทิ้งทวนปลุก’พรรคเสื้อแดง’จาบจ้วงสถาบัน” ดังแสดงเนื้อหาบางส่วนของข่าวดังต่อไปนี้
แถลงการณ์ตอนหนึ่งระบุและว่า “พวกไดโนเสาร์ล้าหลัง พวกเสื้อเหลือง จะบ้าคลั่งน้ำลายฟูมปากเมื่ออ่านแถลงการณ์นี้ แต่มันเป็นเพียงอาการของพวกตกยุค หลุดโลก งมงาย ที่ควรจะลงถังขยะแห่งประวัติศาสตร์ เราชาวประชาธิปไตยเสื้อแดง จะเดินหน้าสร้างสังคมอารยะ สังคมใหม่ พวกอภิสิทธิ์ชน ไม่มีสิทธิ์ปล้นชีวิต ศักดิ์ศรี ความเป็นคนของประชาชน ไปเพื่อหวังเพิ่มความเป็นคนของเขาเอง หยุดเอาคนจนมาบูชายัญได้แล้ว”
อย่างไรก็ตาม เมื่อเราพิจารณาสถานการณ์ต่างๆ อย่างรอบด้าน เราเห็นว่าสภาพสังคมในปัจจุบันยังไม่มีความเหมาะสมในการอภิปรายเนื้อหาในแถลงการณ์นี้เต็มที่ เราจึงเห็นพ้องว่าในคณะผู้จัดทำว่า ควรนำแถลงการณ์ดังกล่าวออกจากการนำเสนอในเว็บไซต์
2. เว็บไซต์แห่งนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องใด กับ รศ. ใจ อึ๊งภากรณ์ และหรือกลุ่มที่ รศ. ใจเคยสังกัดทั้งสิ้น เว็บไซต์แห่งนี้มุ่งหวังในการนำเสนอข่าวสาร และบทวิเคราะห์ ในบริบทด้าน เศรษฐกิจ การเมือง ธุรกิจ เทคโนโลยี และสถานการณ์ต่างประเทศแก่บุคคลที่สนใจ ทั้งนี้เว็บไซต์แห่งนี้ยังได้ดำเนินโครงการ Practical Utopia ในหัวข้อ Challange Thailand 2010 ซึ่งมีการสัมภาษณ์ความเห็นของ นักวิชาการ และผู้มีอิทธิพล หรือเกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะ ให้ประชาชนได้รับทราบรายละเอียดทุกแง่ทุกมุม และไม่ว่าจากอุดมการณ์ด้านใดก็ตาม เพื่อให้ได้คำตอบที่รอบด้านและครบถ้วนและเป็นประโยชน์กับการพิจารณาของประชาชนมากที่สุด ที่ผ่านมา รายการ Practical Utopia ได้มีการสัมภาษณ์วิทยากรไปแล้ว 9 ท่านดังต่อไปนี้
- สัมภาษณ์ คุณจักรภพ เพ็ญแข
- สัมภาษณ์ คุณสุริยะใส กตะศิลา
- สัมภาษณ์ รศ. ดร. ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- สัมภาษณ์ รศ. ดร. พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- สัมภาษณ์ รศ. ดร. สุวินัย ภรณวลัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- สัมภาษณ์ คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทซีพี-ออล จำกัด
- สัมภาษณ์ รศ. ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- สัมภาษณ์ ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)
- สัมภาษณ์ พันเอก ดร. ธีรนันท์ นันทขว้าง รองผู้อำนวยการกองการศึกษา กองบัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการทหารสูงสุด
3. เกี่ยวกับความเห็นเรื่องของความมั่นคงของประเทศ และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แม้หัวข้อนี้จะยังเป็นที่ถกเถียง (และสมควรถกเถียงอีกมาก) แต่เรามีความเห็นดังต่อไปนี้
“พื้นฐานขั้นต่ำที่สุด ในระบอบประชาธิปไตย ก็คือการส่งเสริมให้มีการอภิปราย โต้แย้ง ถกเถียง และวิพากษ์ วิจารณ์ได้อย่างเสรี ในกรณีที่มีการตัดสินกันด้วยความเห็นส่วนใหญ่ ความเห็นส่วนน้อยก็ต้องยอมรับ แต่ความเห็นส่วนใหญ่ก็ไม่มีสิทธิ ที่จะไปปิดกั้นการเผยแพร่ หรือวิพากษ์วิจารณ์ ตลอดจนชักชวนให้เกิดมีการรวมกลุ่มจนกระทั่งเสียงส่วนน้อยนั้น ในวันหนึ่งกลายเป็นเสียงส่วนใหญ่ในวันข้างหน้า ตราบใดที่การวิพากษ์วิจารณ์นั้นไม่ละเมิดต่อบุคคลอื่น หรือสร้างความเสียหายต่อบุคคลอื่น”
และตามสถานะกฎหมายไทยในปัจจุบัน เราเห็นว่าไม่ควรมีการอภิปรายเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเสรี และเห็นว่าอาจขัดต่อความเห็นของคนส่วนใหญ่ในประเทศที่มีความเคารพรักต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้ง
ในสถานการณ์ที่แหลมคม และมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนเช่นนี้ เรามีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์ที่อาจพัฒนาไปในทางที่มีการปะทะกันอย่างรุนแรงได้ตลอดเวลา เราจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย เปิดใจรับฟังความเห็นที่แตกต่างของแต่ละฝ่าย เรามีความเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าถึงที่สุดแล้ว “เรา” คนไทยทุกคน ควรหันหน้าเข้าหากัน เพื่อเจรจาและพูดคุยกันอย่างมีเหตุมีผล โดยสันติ และผลักดันประเทศชาติให้ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความสามัคคี

รอยประทับพระราชลัญจกรตราแผ่นดิน (ตราอาร์ม) สมัยรัชกาลที่ 5 แสดงคาถาภาษาบาลี จารึกบนแพรแถบด้วยอักษรไทยว่า “สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฒิ สาธิกา” ซึ่งคิดขึ้นโดยสมเด็จพระสังฆราช (สา) วัดราชประดิษฐ์ ในสมัยรัชกาลที่ 4 – ที่มา : วิกิพีเดีย
ดังที่ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงโปรดให้สมเด็จพระสังฆราช (สา) วัดราชประดิษฐ์ คิดค้นถ้อยคำประดับตราแผ่นดิน ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชได้คิดคาถาภาษาบาลี จารึกบนแพรแถบด้วยอักษรไทยว่า “สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฒิ สาธิกา” ซึ่งแปลโดยความหมายได้ว่า “ความพร้อมเพรียงของบุคคลทั้งปวงผู้อยู่เป็นหมวดหมู่กัน ย่อมเป็นเครื่องทำความเจริญให้สำเร็จ” หรือ การใหญ่ของแผ่นดินจักสำเร็จได้ด้วยความสามัคคี
