Practical Report นปช.ไม่ยอมรับสุเทพรายงานตัวดีเอสไอ ศอฉ.ขู่กลับไม่สลายพรุ่งนี้จะเริ่มมาตรการกดดัน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)แถลงภายหลังการ หารือของแกนนำ วันที่ 11 พฤษภาคมว่า กรณีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมยังมีปัญหาที่ต้องการความชัดเจน

สำหรับกรณีของนายสุเทพ ที่ได้เดินทางไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)นั้น ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นการนับหนึ่งเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด นปช.ทั้งแผ่นดินไม่ยอมรับการดำเนินการของนายสุเทพ เพราะนายสุเทพไปดีเอสไอไม่ได้ไปในฐานะผู้ต้องหา แต่ไปลงนามเพื่อรับทราบข้อกล่าวโทษร้องทุกข์

“ด้วยเหตุผลของข้อกฎหมายเรามิอาจยอมรับได้ว่านายสุเทพเป็นผู้ต้องหาดีเอสไอ เพราะทุกคดีที่ดีเอสไอจะสามารถดำเนินการได้ในฐานะเจ้าหน้าที่เมื่อคดีดังกล่าวต้องผ่านมติคณะกรรมการคดีพิเศษ และมีการประกาศขั้นตอนเอาไว้ในประกาศกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่คดีที่ประชาชนเข้าไปร้องทุกข์นายสุเทพในข้อหาสั่งฆ่าประชาชนยังไม่อยู่ใน คดีพิเศษ ดังนั้น ดีเอสไอไม่มีหน้าที่ในการสอบสวนคดีนี้แต่อย่างใด”

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ถ้านายสุเทพจะอธิบายว่าไปตรวจราชการรับได้ แต่ถ้าบอกว่าไปในฐานะผู้ต้องหาเรารับไม่ได้ เมื่อรับไม่ได้จะรอต่อไป นปช.แดงทั้งแผ่นดินขอประกาศอีกครั้งว่าเราประกาศรับวันเลือกตั้งและวันยุบ สภา แต่เราต้องการให้นายสุเทพเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีสั่งทำร้ายประชาชน ถ้านายสุเทพไปดีเอสไอหรือตำรวจต้องไปในฐานะผู้ต้องหาตามบทบัญญัติของกฎหมาย คนเสื้อแดงจะประกาศยุติการชุมนุมเช่นเดียวกัน

สำหรับกรณีที่สื่อมวลชนได้มีการรายงานว่า มี 6 คดีที่เกี่ยวข้องกับการใช้กำลังปราบปรามประชาชนวันที่ 10 เม.ย.ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของดีเอสไอที่มาจากการส่งมอบคดีต่อของกอง บัญชาตำรวจสอบสวนกลาง และ กองบังคับการตำรวจปราบปราม แต่ปรากฎว่าทั้ง 6 คดียังไม่ได้ผ่านมติของคณะกรรมการคดีพิเศษแต่อย่างใด

ที่มา – มติชน

ศอฉ. บอกไม่สลายม็อบจะเริ่มมาตรการกดดัน
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นประธานการประชุม ศอฉ.ช่วงเย็น โดยมี พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งที่ประชุม ศอฉ.ได้สรุปสถานการณ์การชุมนุมที่แยกราชประสงค์ โดยจะรอดูท่าทีในวันพรุ่งนี้ (12) อีก 1 วันเท่านั้น หากยังไม่ยุติการชุมนุมก็คงจะใช้มาตรการกดดัน เนื่องจากสัปดาห์หน้าโรงเรียนในเขต กทม.จะเปิดภาคเรียนแล้ว

นายสุเทพ ยังชี้แจงต่อที่ประชุม ศอฉ.ถึงการเดินทางไปรับทราบการร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีการขอพื้นที่คืนจากกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณสี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา จนมีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวนมาก โดยยืนยันว่าไม่ได้เดินทางไปตามเงื่อนไขของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ปัญหาความขัดแย้งจบลง และเกิดความสมานฉันท์ของบุคคลทั้งสองฝ่าย แต่การปฏิบัติงานของ ศอฉ.เป็นไปตามการประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ที่ให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานดูแลความสงบเรียบร้อยของ ประเทศ จึงไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดตามความคดีอาญาและคดีแพ่ง แต่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณแยกราชประสงค์หรือสี่แยกคอกวัว ผิดวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 กำหนดไว้ เนื่องจากสร้างปัญหาและทำให้ประชาชนเดือดร้อน โดยเฉพาะการทำให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมนายสุเทพได้สั่งการให้ พล.ต.อ.ปทีป จัดกำลังดูแลแกนนำผู้ชุมนุมที่จะเข้ามอบตัวที่กองปราบปรามในวันพรุ่งนี้ (12) จำนวน 24 คน เนื่องจากเกรงว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางไปให้กำลังใจกับแกนนำที่กองปราบปรามเป็นจำนวนมากจะสร้างความวุ่นวาย

ขณะเดียวกันยังได้วิเคราะห์ว่า ขณะนี้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงแตกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มฮาร์คอร์ที่นำโดยนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งคือ นายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ทำให้เวลานี้แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงไม่สามารถตกลงกันได้ จึงพยายามยื้อเวลาออกไปเพื่อต้องการชุมนุมต่อ

ที่มา – เนชั่นทันข่าว