กระทรวงการคลังสหรัฐ และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (เอไอจี) บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ที่กำลังประสบปัญหาสภาพคล่องจนอาจล้มละลาย จะได้รับการอัดฉีดเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.05 ล้านล้านบาท) ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 ที่รัฐบาลยื่นมือเข้ามาพยุงบริษัทให้รอดพ้นจากวิกฤติ
ในแถลงการณ์ร่วมโดยกระทรวงการคลังและเฟดระบุ ว่า เอไอจีได้สร้างความเสี่ยงที่จะทำให้ระบบการเงินทั้งระบบได้รับความเสียหาย (systemic risk) ส่งผลให้รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาดำเนินการในครั้งนี้
เอไอจีจะได้รับเงินช่วยเหลือจากกระทรวงการคลังเป็นจำนวน 3 หมื่นล้านดอลลาร์ แลกกับการที่กระทรวงฯเข้าถือหุ้นบุริมสิทธิ์ในบริษัท นอกจากนี้ รัฐบาลจะแลกเปลี่ยนหุ้นบุริมสิทธิ์มูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ได้จากการเข้าลงทุนในบริษัทเมื่อปีที่แล้ว เป็นหุ้นใหม่ที่คล้ายคลึงกับหุ้นสามัญ
นอกจากนี้ เพื่อแลกกับการลดเงื่อนไขการชำระหนี้ เอไอจีจะยินยอมให้เฟดเข้า ถือหุ้นในอเมริกัน ไลฟ์ อินชัวรันส์ (เอลิโก) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่ทำรายได้ให้กับเอไอจี และอเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล แอสชัวรันส์ (เอไอเอ) กลุ่มกิจการประกันชีวิตที่มีฐานในฮ่องกงและเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดประกัน ชีวิตชนิดเกินครึ่งในหลายประเทศของเอเชีย
ก่อนหน้านี้ เอไอจีได้รับความช่วยเหลือมาแล้วสองครั้ง เป็นมูลค่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์ในปีก่อน เนื่องจากไม่สามารถขายบริษัทในเครือเพื่อหาเงินมาชำระเงินกู้ได้มากพอ
ที่มา – กรุงเทพธุรกิจ
ความเห็น SIU:
สงสัยสหรัฐฯ คงกลืนน้ำลายที่ตัวเคยพูดเมื่อตอนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งไปแล้ว อย่าอุ้มธุรกิจที่ล้มเหลว รัฐบาลต้องรัดเข็มขัดการใช้จ่าย ฯลฯ แต่ตอนนี้สหรัฐฯ เดินหน้าผนวกกิจการเข้าเป็นของรัฐลูกเดียว (nationalization)
มองอีกแง่หนึ่ง ภายใต้สถานการณ์วิกฤติเฉพาะหน้าแบบนี้ สหรัฐฯ ต้องทำเช่นนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าจะไม่มีสถาบันของรัฐล้มเพื่อไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก และยิ่งส่งผลกระทบซ้ำกับวิกฤติมากไปกว่านี้ แต่ก็อย่างว่าหากสหรัฐฯไม่ปรับปรุงคุณภาพและโครงสร้างเศรษฐกิจพื้นฐานให้ดีขึ้นกว่านี้ ในที่สุดแล้วปัญหาอาจจะไม่ถูกแก้ไขที่รากฐานเลยก็ได้
