ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริม ทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
ในไตรมาสที่ 1 ของปี พ.ศ.2553 ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐอมริกากลับตกต่ำลงอีกครั้งหนึ่ง โดยในไตรมาสนี้ราคาที่อยู่อาศัยซึ่งถือเป็นอสังหาริมทรัพย์หลักที่ สำคัญที่สุดในสหรัฐอเมริกามีราคาลดลง 1.9% ผนวกกับน้ำมันรั่วในขณะนี้ อาจส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาลดต่ำลง ส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
จากผลการศึกษาต่อเนื่องขององค์กรการเงินเคหะการแห่งสหรัฐอเมริกา พบว่า ในรอบไตรมาสที่ 1/2553 ราคาบ้านตกต่ำลงไป 1.9% นับเป็นการตกต่ำต่อเนื่องมา 11 ไตรมาส หรือตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2550 อย่างไรก็ตามในไตรมาสนี้ ถือว่าตกต่ำในอัตราที่สูงสุดนับแต่ไตรมาสที่ 4/2551 ซึ่งเป็นไตรมาสที่ตกต่ำที่สุดในสหรัฐอเมริกาในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาเมื่อย้อนเวลากลับไป จะพบว่า ราคาบ้านลดลง 3.1% ตลอดปี (ไตรมาสที่ 1/2552 – 1/2553) แต่ก็ยังถือว่าตกต่ำน้อยกว่าปีก่อนหน้า (ไตรมาสที่ 1/2551-2552) ที่ตกต่ำถึง 7.0% ดังนั้นจึงประเมินว่า แม้ภาวะตลาดที่อยู่อาศัยและเศรษฐกิจได้พ้นก้นเหวแล้ว แต่ก็ยังตกต่ำต่อเนื่องอยู่
เมื่อพิจารณาจากตัวเลขในรายละเอียด จะพบว่า ราคาบ้านในเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2553 นั้น ราคากลับเพิ่มขึ้น 0.3% ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาบ้านในแต่ละเดือนลดลงอีกครั้งหลังจากที่เคยเพิ่มขึ้นบ้างใน บางเดือน โดยเริ่มลดลงตั้งแต่สิ้นเดือนธันวาคม 2552 มกราคม และกุมภาพันธ์ 2553 และมาเริ่มเข้าสู่ภาวะเพิ่มราคาอีกครั้ง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2553
การตกต่ำของราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาในห้วงล่าสุดนั้น ลดลงมากสุดในเดือนธันวาคม 2552 และลดลงเล็กน้อยในเดือนต่อ ๆ มา จนถึงเพิ่มขึ้นในเดือนมีนาคม ทั้งนี้อาจเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากราคาลดต่ำลงอีกก็อาจก่อปัญหาต่อภาวะเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก
เมื่อพิจารณาถึงแต่ละรัฐจะพบว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มีเพียง 9 มลรัฐเท่านั้นที่ราคาเพิ่มขึ้น ที่เหลืออีก 41 รัฐราคาลดลง แคลิฟอร์เนียมีราคาเพิ่มขึ้นในรอบ 1 ปีผ่านมา แสดงให้เห็นว่าวิกฤติได้ผ่านพ้นไป ส่วนอะริสโซนาและเนวาดา กำลังอยู่ในภาวะตกต่ำมาเกินกวา 10% ในรอบ 1 ปีล่าสุด มลรัฐทั้งสองนี้มีการเก็งกำไรสูงมากในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้สหรัฐอเมริกากำลังเผชิญปัญหาน้ำมันรั่วที่อ่าวเม็กซิโก ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่คาดคิด และได้รับการยืนย้นจากประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาว่าเป็นวิกฤติน้ำมัน รั่วที่เสียหายมากที่สุดในประเทศดังกล่าว กรณีนี้คงต้องใช้ทรัพยากรในการแก้ไขมากมาย และอาจทำให้เศรษฐกิจตกต่ำยิ่งขึ้น ปัญหาราคาที่อยู่อาศัยตกต่ำต่อเนื่องของสหรัฐอเมริกานี้ แสดงให้เห็นว่า สหรัฐอเมริกายังอยู่ในห้วงของการแก้ไขปัญหาภายใน กำลังซื้อจากต่างประเทศคงยังตกต่ำ และส่งผลต่อการค้าในระดับนานา ชาติ โดยในกรณีประเทศไทยก็คงกระทบต่อการส่งออก และต่อเศรษฐกิจไทยในที่สุด
เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีจากปัจจัยภายนอก ผนวกกับปัญหาการขาดการสมานฉันท์ภาย ในประเทศ ย่อมส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยตกต่ำลงเป็นอย่างมากในอนาคต
