“มาร์ค”อัด”สมชาย”เผยมีการบงการนอกประเทศสั่งบึ้ม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (เงา) เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ว่า ถึงเหตุระเบิดกลางเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อประมาณ 03.30 น. วันเดียวกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ว่า พรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องความรับผิดชอบและความชัดเจนของรัฐบาลต่อเหตุการณ์ทั้งหมด และเชื่อว่ากำลังจะเกิดขึ้นต่อไป เพราะเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหตุบังเอิญและเกิดขึ้นมาหลายครั้ง สิ่งที่เห็นชัดเจน คือ รัฐบาลไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นรูปธรรมทั้งการป้องกันและการตามหาตัวคนผิดเพื่อนำมาลงโทษได้แม้แต่กรณีเดียว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลไม่ทุกข์ร้อนกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับประชาชน ทั้งดูเหมือนอยากจะได้ประโยชน์และปล่อยให้คนในรัฐบาลมีส่วนกับเหตุการณ์เหล่านี้อย่างชัดเจนอีกด้วย เหตุทั้งหมดเป็นความพยายามตามที่คนในรัฐบาลพูดว่า กำลังจะทำให้เกิดลักษณะของสงครามภายใน รวมถึงจะมีความรุนแรงมากขึ้นและจะมีความยืดเยื้อ ซึ่งสอดรับกับข้อมูลที่ว่าเป็นการบงการจากต่างประเทศ
40ส.ว.จี้กองทัพขัง”เสธ.แดง”ทันที เชื่อเบื้องหลังบึ้ม
เมื่อเวลา11.00 น.ที่รัฐสภา กลุ่ม 40 ส.ว. นำโดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน นายสมชาย แสวงการ นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายคำนูญ สิทธิสมาน นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา นายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง ร่วมกันแถลงกรณีเหตุระเบิดที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯในทำเนียบรัฐบาล
โดยนายประสาร กล่าวว่า 40 ส.ว.สลดใจกับเหตุระเบิด เพราะเป็นปฏิบัติการโหดหลังงานพระราชพิธีไม่กี่ชั่วโมง เหตุการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับคำแถลงของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่พูดข่มขู่เป็นระยะทุกวันว่า จะมีการยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่ผู้ชุมนุม และทอดกฐินระเบิดหลังงานพระราชพิธี ทุกครั้งที่พูดก็จะเกิดเหตุขึ้น ฉะนั้นกองทัพบกต้องรับผิดชอบ โดยสอบสวนทางอาญา และสั่งขังพล.ต.ขัตติยะ ได้ทันที เพราะถ้าไม่ใช่ผู้กระทำก็แสดงว่าเป็นผู้รู้เห็นเป็นใจ นอกจากนี้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯในฐานะรมว.กลาโหม ทุกครั้งที่เกิดเหตุก็เป็น “สมชาย ลมโชย” ไม่มีปฏิกิริยา ตั้งแต่เหตุการณ์ 7 ตุลาคม ก็ยังไม่รับผิดชอบ ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น จึงขอเรียกร้องให้นายสมชาย ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะเกรงว่าต่อไปจะเกิดสงครามกลางเมือง
สายข่าวทหารแจงป๊อกการ์ดพันธมิตรเขม่นนักรบศรีวิชัยต้นตอบึ้ม
พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงกรณีระเบิดที่ทำเนียบรัฐบาลกลางดึก จนมีผู้เสียชีวิต ว่า จากการข่าวและตรวจสอบดูแล้ว ความน่าจะเป็นอาจจะไม่ใช่อาวุธสงคราม โดยดูลักษณะการแตก ฉีก หรือระเบิด ซึ่งหากเป็นอาวุธสงครามต้องสูญเสียร้ายแรงมากกว่านี้ คิดว่าน่าจะเป็นผู้ไม่หวังดี ส่วนวิธีที่เข้าไประเบิดบนหลังคาก็มีได้ 3 ประเด็น โดยประเด็นแรกเขวี้ยงมาจากที่สูง ประเด็นที่สอง คือ เขวี้ยงจากข้างๆ และ ประเด็นที่สาม คือ ยิงมาจากภายนอก จากการดูลักษณะแล้วเราต้องไปตรวจสอบพื้นที่ให้ละเอียดมากขึ้น ตอนนี้กำลังติดตามข่าวอยู่ หน้าที่โดยตรงเป็นของตำรวจ ส่วนกรณีที่มีบางกลุ่มเสนอให้แม่ทัพภาคที่ 1 ใช้กฎอัยการศึกนั้น ตนอยากทำความเข้าใจว่า กฎอัยการศึกประกาศจะประกาศได้ต้องผ่านเป็นมติคณะรัฐมนตรี ในส่วนของตนเป็นแค่ดูแลในส่วนภูมิภาคเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ระเบิดภายในที่ชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ภายในบริเวณทำเนียบรัฐบาลนั้น ทางกองทัพภาคที่ 1 ได้ทำรายงานเหตุการณ์ชี้แจงให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยรายงานได้ระบุว่า เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากเหตุขัดแย้งกันเองระหว่างนักรบศรีวิชัย และการ์ดอาสาพันธมิตร ที่ได้ทะเลาะเบาะแว้งจนถึงได้มีดฟันแขนกัน และมีการเขม่นกันตลอด จึงได้อาศัยช่วงจังหวะที่มีการให้ข่าวจาก พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิ ทบ.ว่าจะมีเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้นแก้แค้นกัน
