Practical Report นานาทัศนะ ขอพระราชทานอภัยโทษ “ทักษิณ”

สดศรี :
นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ถึงแนวทางการขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ได้กำหนดให้เป็นพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติว่า คดีถึงที่สุดแล้วต้องมารับโทษ

เทพเทือก :
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเมื่อวันที่ 4 พ.ย. โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกรณีที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน เตรียมรวบรวมรายชื่อ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ รวมถึงการล่ารายชื่อประชาชน ในการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม ให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะไม่ควรออกกฎหมายเพื่อคน ๆ เดียว ขณะเดียวกัน ไม่บังควรดำเนินการ เพราะศาลได้ตัดสินคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในพระปรมาภิไธยของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ ผู้ที่ดำเนินการต้องรู้อยู่แก่ใจ ว่าสมควรหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกเหมือนคนไทยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีท่าทีที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากยังยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และดำเนินการทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของตัวเอง

นพดล :
นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและอดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีต นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 4 พ.ย. ว่า ตน ยังพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากยังเคารพรัก และได้พูดถึงเรื่องการโฟนอินมาประเทศไทยด้วย แต่ไม่ทราบรายละเอียด เพียงแต่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงยุ่งกับการเป็นที่ปรึกษาให้กับประเทศต่างๆ ส่วนการขออภัยโทษนั้น ตนไม่ทราบ และขอให้ถามจาก นายพงศ์เทพ เทพกาญจนาโฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ

สมชาย :
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ก่อนร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วยสีหน้าเรียบเฉย กล่าวถึงการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ใครทำอะไรไว้ก็ต้องรับผิดชอบเอง และทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย

เหล่าทัพ :
เมื่อเวลา 8.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นัดพบปะรับประทานอาหาร รวมถึงการประเมินสถานการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะประเด็นการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะขอพึ่งพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเดินทางกลับเข้าประเทศไทย ที่กองบัญชาการกองทัพบก โดยใช้เวลาพบปะพูดคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

พล.อ.อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การพบปะกันของ ผบ.เหล่าทัพเป็นการพูดคุยถึงสถานการณ์ทั่วไป ต้องติดตามสถานการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ เพราะห่วงความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายเป็นห่วงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะหมิ่นสถาบันเบื้องสูง พล.อ.อภิชาตกล่าวว่า ผบ.เหล่าทัพมองว่าเป็นการสร้างความอึดอัดให้กับพระองค์มากกว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ควรจะออกมาลักษณะที่จะไปดึงพระองค์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

เมื่อถามว่า แสดงว่า ผบ.เหล่าทัพเป็นห่วงว่าจะไปกดดันพระองค์ พล.อ.อภิชาตกล่าวว่า ผบ.เหล่าทัพไม่ได้พูดกันถึงขนาดนั้น เพียงแต่การที่ พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินเข้ามาในลักษณะนี้เหมือนกับว่าต้องการให้พระองค์เข้ามาดูแลอะไรต่างๆ จะกลายเป็นปัญหาว่าสมควรหรือยังที่จะดำเนินการในลักษณะนี้ เพราะความจริง พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ได้รับการลงโทษอะไรเลย ยังไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลยุติธรรมเลย ภาระหน้าที่ของกองทัพกำหนดบทบาทค่อนข้างชัดเจนคือไม่ต้องการให้ใครมาทำลายสถาบันกษัตริย์ ไม่ต้องการให้ก้าวล่วงอะไรทั้งสิ้น

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ :
นายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ทำหนังสือชี้แจงเบื้องต้นต่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หลังจากสอบถามถึงหลักเกณฑ์การขอพระ ราชทานอภัยโทษ กรณีผู้ต้องคำพิพากษาศาลไม่อยู่ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน (หนีอาญา) โดยหนังสือระบุใจความว่า กรณีที่ผู้ต้องคำพิพากษาศาลไม่อยู่ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน (หลบหนีอาญา) สามารถยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษได้หรือไม่นั้น

ตามหลักเกณฑ์และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 259 ผู้ต้องคำพิพิพากษาให้รับโทษอย่างใดๆ หรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าจะทูลเกล้าฯ ถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ขอรับพระราชทานอภัยโทษ จะยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้ และ มาตรา 261 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์พร้อมทั้งถวายความเห็นว่าควรพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดถวายเรื่องราว ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเห็นเป็นการสมควรจะถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ขอให้พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องคำพิพากษานั้นก็ได้

นักวิชาการ :
นายชัชพล ไชยพร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่ากรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณซึ่งถูกศาลฎีกาฯสั่งพิพากษาจำคุก 2 ปี สามารถขอพระราชทานอภัยโทษได้ เช่นเดียวกับตัวอยู่นอกประเทศก็สามารถขอพระราชทานอภัยโทษได้ ดังนั้นไม่ว่าใครก็ตามสามารถถวายฎีกาเพื่อพระราชทานอภัยโทษได้ทั้งก่อนบังคับโทษและหลังบังคับโทษตามประเพณีที่ได้กระทำเรื่อยมา และหากชาวต่างชาติต้องคดีในประเทศไทยก็สามารถขอพระราชอภัยโทษได้ภายใต้กฎหมายไทย

“เคยมีตัวอย่างกรณีผู้ต้องหาเสียค่าปรับแล้วขอพระราชทานอภัยโทษกระทั่งภายหลังได้รับการอภัยโทษทำให้ไม่ต้องเสียค่าปรับ และเมื่อได้ขอพระราชทานอภัยโทษแล้ว ทางคณะองคมนตรีจะทำหน้าที่กลั่นกรองเพื่อถวายรายงานต่อพระมหากษัตริย์โดยไม่มีการกำหนดกฎเกณฑ์ในเรื่องระยะเวลาแต่อย่างใด จากนั้นจะขึ้นอยู่ที่พระบรมราชวินิจฉัยของพระมหากษัตริย์” นายชัชพลกล่าว

กุเทพ :
ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง รักษาการโฆษกพรรค พปช. กล่าวถึงท่าทีของ ส.ส.พปช.จะยื่นฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวว่า เรื่องการขอพระราชทานอภัย โทษ และเรื่องนิรโทษกรรม เป็นคนละเรื่องกัน กรณีการขอพระราชทานอภัยโทษนั้นเป็นเรื่องของคนที่ต้องการได้รับพระเมตตาที่จะต้องดำเนินการเอง ส่วนเรื่องนิรโทษกรรมนั้นเป็นการดำเนินการโดยรัฐสภา ที่จะออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เหมือนกับในอดีตที่เคยมีการเสนอในโอกาสที่มีวาระพิเศษ ทั้งนี้ การเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมนั้นจะไปออกให้กับคนๆ เดียวไม่ได้ เพราะกฎหมายต้องบังคับใช้กับคนทุกคนจะเลือกปฏิบัติไม่ได้

ม. เที่ยงคืน :
นายสมชาย ปรีชาศิลปะกุล รักษาการคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กล่าวว่า ตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณมีหลายคดีก็ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด หากขอพระราชทานอภัยโทษ ก็จะเป็นปัญหาได้ หากมีคดีเข้ามอีก คิดว่าไม่น่าจะเกิดการขอพระราชทานอภัยโทษช่วงเวลานี้ ควรให้ทุกคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณพิจารณาเสร็จสิ้นก่อน ไม่เช่นนั้นก็จะต้องขอพระราชทานอภัยโทษไปเรื่อยๆ และสิ่งที่ทำได้ควรเป็นการออกกฎหมายนิรโทษกรรมมากกว่า

ที่มา – มติชน1, มติชน2