Practical Report ตระกูลเวชชาชีวะ – วิวาทะอภิสิทธิ์-สุรนันทน์

อภิสิทธิ์-สุรนันทน์ เวชชาชีวะ

การต่อสัญญาให้บริการรถไฟฟ้า BTS อีก 13 ปี มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ระหว่างกรุงเทพมหานคร กับ บริษัทกรุงเทพธนาคม กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองขึ้นมาทันที เพราะนอกจากประเด็นว่าเป็นสัญญาที่หลีกเลี่ยงกฏหมายหรือไม่แล้ว ยังมีประเด็นเรื่อง “เครือญาตินักการเมือง” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากประธานกรรมการของบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด มีชื่อว่า “นายประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ”

นามสกุล “เวชชาชีวะ” ไม่เพียงแต่เป็นนามสกุลเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น เพราะฝั่งพรรคเพื่อไทยเองก็มีนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ และปัจจุบันเป็นโฆษกประจำตัวนายกยิ่งลักษณ์ อยู่ด้วย

นายอภิสิทธิ์มีศักดิ์เป็นลูกผู้น้องของนายสุรนันทน์ และนายประพันธ์พงศ์มีศักดิ์เป็นอา (คนละปู่) ของทั้งคู่

ศึกการเมืองข้ามพรรคแต่ร่วมตระกูลจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ย้อนรอยตระกูลเวชชาชีวะ

การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของทั้งสามคน ย่อมต้องย้อนกลับไปดูสายสัมพันธ์ทางเครือญาติเสียก่อน (ดูบทความเก่า SIU เรื่อง เบื้องลึก ‘ตระกูลชินวัตร’ ผู้สร้างนายกรัฐมนตรีไทยถึง 3 คน ประกอบ)

ตระกูลเวชชาชีวะเองก็เป็นตระกูลเก่าแก่ตระกูลหนึ่ง โดยมีบรรพบุรุษเป็นชาวเวียดนาม โดยสารเรือมาขึ้นฝั่งที่ จ.จันทบุรี สำหรับรุ่นของนายอภิสิทธิ์-สุรนันทน์ ถือว่าเป็นรุ่นที่หก และปัจจุบันรุ่นลูกของอภิสิทธิ์-สุรนันทน์ถือเป็นรุ่นที่เจ็ดแล้ว

บุคคลสำคัญของตระกูลเวชชาชีวะคือ นายหลง (รุ่นที่สี่) ซึ่งศึกษาด้านการแพทย์และเข้ารับราชการในกระทรวงสาธารณสุข จนได้บรรดาศักดิ์เป็น “พระบำราศนราดูร” และนามสกุลพระราชทาน “เวชชาชีวะ” ทำให้บิดาและพี่น้องทุกคนได้ใช้นามสกุลเวชชาชีวะตามไปด้วย พระบำราศนราดูรเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และเป็นผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลบำราศนราดูร จ.นนทบุรี

น้องชายคนถัดมาของพระบำราศนราดูรคือ นายโฆษิต เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นปู่ของนายอภิสิทธิ์-สุรนันทน์ ส่วนน้องชายของนายโฆษิตคือ ขุนประวิตรเวชชาชีพ (ประวิตร เวชชาชีวะ) เป็นบิดาของนายประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ นั่นเอง

นายโฆษิตมีบุตรจำนวน 10 คน โดย นายนิสสัย เวชชาชีวะ บิดาของนายสุรนันทน์เป็นบุตรคนที่ 5 (นายนิสสัยเคยเป็นเอกอัครราชทูตหลายประเทศ และเคยเป็อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ) กับ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดาของนายอภิสิทธิ์ เป็นบุตรคนที่ 7 (นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เป็นอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน) แผนผังตระกูลเวชชาชีวะ (เฉพาะบางส่วน)

ดังนั้นโดยสรุปแล้ว นายประพันธ์พงศ์ จึงมีศักดิ์เป็นอา (คนละปู่) ของนายอภิสิทธิ์-สุรนันทน์นั่นเอง

หมายเหตุ: ข้อมูลจากบทความ ทางชีวิต “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกฯเทพประทาน

วิวาทะอภิสิทธิ์-สุรนันทน์

เรื่องเริ่มมาจากฝ่ายพรรคเพื่อไทย นำโดนายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นเรื่องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  โดยเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงมาตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของคนในตระกูลโดยตรง (ข่าวสด)

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตอบโต้ว่า นายประพันธ์พงศ์ ก็เป็นอาของนายสุรนันท์ เวชชาชีวะ สมาชิกบ้านเลขที่ 111 โฆษกประจำตัวน.ส.ยิ่งลักษณ์ เช่นกัน โดยมอบหมายให้ กทม. เป็นผู้ชี้แจง (ISN)

ส่วนนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ โฆษกส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่านายประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด มีส่วนร่วมในการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอส และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาตอบโต้ว่า นายประพันธ์พงศ์ มีศักดิ์ของตนด้วยนั้น ตนยอมรับว่าเป็นญาติกันจริงแต่ใครจะเป็นญาติกับใครไม่ใช่ประเด็นสำคัญ หากเป็นญาติแล้วทำถูกก็ไม่มีปัญหา แต่หากเป็นญาติแล้วทำผิดกฎหมาย ก็ต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นญาติฝ่ายไหนก็ตาม  และขอตั้งคำถามกลับว่าการขยายสัมปทานถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายหรือเหมาะสม และการขยายสัมปทานครั้งนี้เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่  ขอให้กรุงเทพมหานครออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจน (Daily News)

นายสุรนันทน์ยังถามข้อมูลกลับไปยังกรุงเทพมหานครใน 3 ประเด็น ดังนี้

  1. การขยายสัมปทานถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายหรือไม่ ขอให้กรุงเทพมหานครออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง
  2. การขยายสัมปทานเหมาะสมหรือไม่ เพราะการให้สัมปทานจะต้องคำนึงถึงระบบการขนส่งมวลชนอื่นๆ เช่น รฟม. และ ขสมก. ตลอดจนควรสอดรับกันกับการเดินทางในเส้นทางต่างๆ ด้วย ไม่ใช่คำนึงถึงเพียงระบบเดียว การประสานงานกับหน่วยงานหรือรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลจึงมีความจำเป็น
  3. การขยายสัมปทานครั้งนี้เอื้อประโยชน์แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่

และนี่เป็นหนึ่งในกรณีที่น่าสนใจของ “ตระกูลนักการเมือง” ที่สมาชิกในตระกูลยืนอยู่กันคนละฝั่งของอุดมการณ์

  • Kitvarit Inta

    ห่างชั้น

  • chanaporn26@hotmail.com

    สุดท้ายที่โจมตีคนอื่นว่าเล่นพวกเอาญาติมาเล่นการเมืองเนี่ยดูตัวเองบ้างนะญาติตัวเองแฝงตัวเล่นการเมืองแลธุุรกิจอะไรบ้างมันทุเรศที่ทำตัวเป็นคนดีแสนเลวนะตัวเอง

  • Guest

    จะยังไง ๆๆๆ “ก็ยังมีความเชื่อมั่นประเทศไทยกับท่านนายกอภิสิทธิ์ค่ะ” ตลอดไปไม่มีเปลี่ยนใจตลอดชีวิต โดยสังเกตจาก บุคลิก กิริยาท่าท่าง ภูมิความรู้ และบารมี

  • C

    การศึกษา อาจไม่ได้ทำให้จิตใจสูงเสมอไป

  • กรวย ศักดิ์สิทธิ์

    สวยใส ไร้สติ

  • pu man

    คุณเอาอาไรมาวัดครับ ว่าเค้าเป็นคนดี หรือ ไม่ดี หรือดูว่าหล่อก็ ok ถึงจะดีหรือไม่ดี แต่บ้านเมืองนี้ต้องยึดหลักของประชาธิปไตย เพราะอำนาจเป็นของประชาชนชาวไทย 65 ล้านคน ไม่ใช่อำนาจของคนบางกลุ่มที่จะมาใช้ระบบ ปฎิวัติ หรืยึดอำนาจ ไปอยู่ แถวรอยต่อ กับพวกว้าแดงไป ถึงไม่ต้องใช้สิทธิ์ใช้เสียง

  • จอมใจ

    หล่ออย่างเดี่ยว