Practical Utopia สัมภาษณ์ ศ. นพ. วิจารณ์ พานิช


Challenge Thailand 2010 ตอนที่สิบสอง สัมภาษณ์ ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความรู้ ผู้ก่อตั้งและอดีตประธานสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหิดล อาจารย์วิจารณ์ยังได้แต่งหนังสือเกี่ยวกับการจัดการความรู้เชิงปฏิบัติอีกหลายเล่ม และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเรื่องการจัดการความรู้ให้กับองค์กรหลายแห่งในประเทศไทย

ข้อมูลเพิ่มเติมของ ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช

ไฟล์วิดีโอในรูปแบบอื่นๆ


โครงการ Challenge Thailand 2010 เป็นการสัมภาษณ์ผู้นำความคิด ผู้บริหารนโยบายสาธารณะ นักวิชาการอาวุโส ผู้นำภาคประชาชนที่มีมุมมองต่อความขัดแย้งทางการเมืองตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยบริบทการสัมภาษณ์เป็นการใช้ความเป็นไปได้ของประเทศไทยในอนาคต ที่ถูกกำหนดโดยสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ

โครงการ Challenge Thailand 2010 ครั้งที่ผ่านมา

  • Ink

    ลิงตอนที่ 11 ผิดนะครับ โปรดช่วยแก้ไขด้วยครับ ขอบคุณครับ

  • ouo

    ตีแพร่นักวิชาการไทย ที่เป็นนักสังเกตการ และไม่มีผลกระทบต่อวงการการศึกษาและความคิดที่จะพัฒนาความรู้ของคนในประเทศ…..ตามตูดฝรั่งมังค่าล่ำไป ไม่มีภาษาที่เกิดจากการพัฒนาของตนเลย พูดตามฝรั่ง ภาษาฝรั่ง

    ด้วยความเ คารพ

    อยากเห็นนักวิชาการเป็นนักต่อสู้เพื่อประเทศชาตบ้าง มิใ ช้ไปตามเกมของรัฐผู้ไม่เคยประสบความสำเร็จกับการบริหารประเทศอย่างแท้จริง

  • kan

    ขอบคุณคุณ Ink มากครับ แก้ให้แล้วนะครับ

  • เจริญชัย

    คุณ ouo ผมยอมรับในการแสดงความเห็นของคุณนะครับ

    แต่ผมก็อยากแสดงความเห็นต่างในบางประการ

    1. ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยนับถือนักวิชาการเท่าไร ยกย่องนักปฏิบัติมากกว่า

    อย่างไรก็ตาม กรณีหมอวิจารณ์นั้น ผมค่อนข้างเชื่อว่า ท่านเป็นคนคุณภาพจริงๆ
    และท่านเน้นปฏิบัติ มากกว่าทฤษฏีเพียงอย่างเดียว

    สิ่งที่ท่านตกผลึก ก็มีทั้งสิ่งที่เหมือนฝรั่ง และไม่เหมือนฝรั่ง
    ท่านเป็นคนไม่ยึดติดฝรั่ง แต่ก็ไม่ใช่ต่อต้านฝรั่ง

    ว่าไปตามถูกผิด

    2. ผมไม่คิดว่าการช่วยเหลือประเทศชาติจะทำได้ทางเดียว
    เราสามารถทำผ่านการผลิตความรู้ การศึกษา
    หรือแม้แต่ทำธุรกิจ คิดค้น ประดิษฐ์สิ่งต่างๆ
    บางทีอาจช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศได้มากกว่าการต่อสู้ทางการเมือง

    3. ผมไม่คิดว่า คุณหมอวิจารณ์จะทำตามเกมของรัฐเสมอไป
    ผมว่าท่านก็ต่อต้านรัฐพอสมควร

    และผมก็ไม่คิดว่า การจะทำให้สังคมดีขึ้นจะต้องตามรัฐหรือขัดแย้งรัฐเสมอไป

    บางอย่างที่รัฐทำดี เราก็สนับสนุน บางอย่างที่รัฐทำไม่ดี เราก็ค้าน

    ตีแพร่นักวิชาการไทย ที่เป็นนักสังเกตการ และไม่มีผลกระทบต่อวงการการศึกษาและความคิดที่จะพัฒนาความรู้ของคนในประเทศ …..ตามตูดฝรั่งมังค่าล่ำไป ไม่มีภาษาที่เกิดจากการพัฒนาของตนเลย พูดตามฝรั่ง ภาษาฝรั่ง

    ด้วยความเ คารพ

    อยากเห็นนักวิชาการเป็นนักต่อสู้เพื่อประเทศชาตบ้าง มิใ ช้ไปตามเกมของรัฐผู้ไม่เคยประสบความสำเร็จกับการบริหารประเทศอย่างแท้จริง

  • Ink

    ผมไม่รู้จักศ.นพ.วิจารณ์เลยครับ เลยไม่อยากวิจารณ์ท่านเป็นการส่วนตัว ่ผมพอฟังสิ่งที่ท่านพูดวันนี้จบรอบแรกแล้ว ผมเข้าใจน้อยมาก แต่ผมรู้ว่าสิ่งที่ท่านพูดนั่นสำคัญมากๆ ครับ จนต้องฟังต่อรอบสอง หรืออาจจะต้องมีรอบสาม เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไม่งั้นอ.ท่านคงไม่พูดว่าหาคนอ่านหนังสือของท่านเข้าใจน้อยมากๆ และถ้าคนไทยเห็นความสำคัญของสิ่งที่ท่านพูดมากกว่านี้ ประเทศเราจะต้องเจริญกว่านี้แน่ๆ ครับ

    การจัดการความรู้นั้นสำคัญมากต่อการพัฒนาครับ ไม่ว่าระดับประเทศ หรือระดับองค์กร ผมเป็นห่วงอนาคตของประเทศไทยมากๆ ในเรื่องนี้ คนไทยเราไม่ชอบคิดแบบวิทยาศาสตร์ มีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่นำไปขายน้อยมากๆ ตรงกันข้ามกับต่างชาิิติที่เค้าทุ่มเงินวิจัยมหาศาล ตอนแรกเงินพวกนั้นอาจจะเหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แต่พอมันผลิดอกออกผล แล้วมันสร้างรายไ้ด้มหาศาล ลองดูสิครับ เราต้องขายข้าวกี่กระสอบ เพื่อเอามาซื้อซีพียูหนึ่งตัว แล้วกว่าจะผลิตข้าวได้มันยากแค่ไหน ซีพียู ลงทุนตั้งโรงงาน ก็ผลิตแบบ mass ได้แล้ว บริษัทก็เช่นเดียวกันครับ

    ถ้าเรื่องนี้ไม่มีความสำคัญ เวลาเราไปทำงานเค้าคงไม่ต้องมีการ Training กันหรอกครับ

  • บดินทร์

    ขอโทษที่ กำลังจะกล่าว “สามหาว” วิจารณ์ ท่านเล็กน้อย

    ลำัพังการบรรยายของท่านในวิดิโอ
    ผมเห็นว่าเป็นแนวคิดที่สร้างสรรค์มาก
    ที่ไม่ dump ความคิดของใครก่อน

    แต่จากการเยี่ยมเยียน ไปที่ บล็อก ของท่าน
    ผมไม่มีความรู้สึกเช่นที่กล่าวมาข้างต้นเเลย

    http://gotoknow.org/blog/thai-politics/255028

    อ่านไปแล้ว เหมือนอ่าน คอลัมน์ไหน ซักอันนึงใน เวป ผู้จัดการ

    ผมคิดว่า เราควรเปิดโอกาสให้ถกเถียงปรากฎการ์ณนี้มากกว่า
    (อยา่งที่ คุณ กานต์ , เจริญชัย และ สุรศักดิ์ ทำกันเป็นประจำ ในเวปนี้)
    ที่เราจะมาวิจารณ์บุคคลขึ้นมาลอยๆ โดยไม่ดู บริบท โดยรอบ
    ซึ่งนอกจากจะไม่ได้ประโยชน์ อะไร ยังเป็นการมองโลกแบบดำขาว โดยสมบูรณ์ด้วย

  • big

    ผมอ่านบางอันก็เขียนดีนะครับ

    แต่ผมพอจะเ้ข้าใจความรู้สึกของคุณบดินทร์ เพราะขนาดอันที่ผมชื่นชอบ ก็ยังมีบรรยากาศแบบนั้น
    อาจเป็นเพราะ “ช่องว่างระหว่างวัย” ด้วยมั้งครับ
    จึงทำให้ภาษาและลีลา ไม่โดนใจวัยรุ่น อิอิ

    อย่างไรก็ตาม หลังๆ ผมก็ไม่อยากจะไปตัดสินใคร ถ้าไม่เห็นด้วยก็ทางใครทางมัน

    แต่สำหรับ คุณหมอวิจารณ์นั้น ผมค่อนข้างชื่นชอบท่าน ด้วยเฉพาะแนวคิดเรื่อง KM ลึกซึ้งดี
    และผมกำลังพยายามพัฒนาต่อยอดอยู่

    ผมพึ่งรู้สึกว่า KM ก็คือ Self organization ในความหมายของ Chaos นั่นเอง

  • เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

    ผมกลับมาฟังเทปนี้อีกที รู้สึกชอบมากๆเลยนะครับ

    อาจจะเพราะ ผมสนใจเรื่อง “ความรู้” มาตลอดชีวิตก็ได้

    บรรยากาศการคุยก็ดูสบายๆ

    จำได้แม่นยำว่า ออกจากบ้านตั้งแต่ตี 5 เพราะนัดอาจารย์ไว้ 7 โมงเช้า
    ขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานี “ราชเทวี” ยังมองเห็นพระจันทร์ “ค้างฟ้า” อยู่เลยครับ

  • อาจารย์วิจารณ์ ไม่ใช่คนทำงานเพื่อการเมืองแน่นอนครับ

    อาจารย์เป็นนักปฏิบัติ และเป็นตัวอย่างบุคคลที่หาได้ยาก

    ดูได้จากการทำงาน อาจารย์จะมาถึงสำนักงานก่อนหกโมงเช้าทุกวัน
    เว้นวันที่ต้องไปที่อื่นแต่เช้าเท่านั้่น ถ้ามีประชุมท่านจะให้จัดตั้งแต่
    เจ็ดโมงเช้าได้ เพื่อจะมีเวลาไปทำธุระอื่นได้ในระหว่างวัน

    การใช้เงินงบประมาณทั้งเมื่อครั้งทำงานที่ สกว. และเมื่อดำรงตำแหน่งที่ สคส.
    ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด ย้ำว่าคุ้มทุกเม็ดเงิน

    ท่านจะพยายามให้ สคส. รับทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด
    เช่นงานที่ขับเคลื่อนพัฒนาแวดวงการศึกษา พัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่าง KM

    และอีกอันคือความเป็นคนกล้าเสี่ยง ทั้งเสี่ยงวิจารณ์บุคคล การบริหารงานของรัฐ อย่าง
    ตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ เสี่ยงรับโครงการที่ทำได้ยากตอบคำถามทั้งผลลัพธ์และ
    ความคุ้มค่าทางการเงินได้ยาก แต่ขอให้เห็นว่าเป็นประโยชน์มากท่านจะกระตือรือร้นที่จะรับทำ

  • เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

    เห็นด้วยครับ ท่านอาจารย์เป็นบุคคลที่น่าทึ่งและน่านับถือจริงๆ

    ท่านสามารถอธิบาย KM ที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง Chaos ท่านก็สามารถทำให้ผมเกิดความกระจ่างแจ้ง

    สำหรับชื่อเสียงท่านในการบริหาร สกว. และ สคส. คงไม่ต้องพูดถึง ผมเคยเฉียดๆเข้าไปในแวดวงนี้ ก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ว่าท่านอาจารย์เป็นคนตรง ซื่อสัตย์ และฉลาดล้ำลึก

    ยังไงก็ขอบคุณคุณอภิชา ที่เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นครับ

  • จาก Gotoknow ขอบคุณครับ อาจารย์เจริญชัย เป็นอย่างสูง ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผมเหมือนอาจารย์อย่างหนึ่งครับ คือได้แรงบันดาลใจทางด้าน KM มาจากท่านอาจารย์วิจารณ์ พานิช และ ดร. ประพนธ์ ผาสุขยืด เช่นกัน

    หากมีโอกาส จะเชิญอาจารย์มาเป็นวิทยากรคุยเรื่อง Creative Economy ให้กับทางธนาคารกสิกรไทย เพราะธนาคารกสิกรไทย เป็นองค์กรหนึ่งที่มีบทบาทในกลุ่มลูกค้า SME ในประเทศไทยเช่นกัน คงจะช่วย Add Value ให้กับภาคธุรกิจได้บ้างครับ

    ยินดีที่รู้จักอาจารย์เช่นกันครับ

  • big

    ยินดีอย่างยิ่งครับ

    ผมเป็น “ลูกหม้อ” กสิกรไทย เหมือนกัน

    และจนถึงวันนี้ก็ยัง “รักและชื่นชม” กสิกรไทย

    ในฐานะธนาคารที่ก้าวหน้าที่สุดในประเทศไทย

    มีระบบบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศไทย

    ผมหวังว่าจะมีโอกาสได้รับใช้เรื่อง Creative Economy และเรื่องอื่นๆให้กับ ธนาคารกสิกรไทย และ SMEs ทั้งหลาย

    คนละไม้คนละมือ

    เพื่อความรุ่งเรืองของธุรกิจไทย

    เพื่อความรุ่งโรจน์ของประเทศไทย

    นับถือชื่นชม
    เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

  • Noppamba8

    ผมเคยเวทีเสวนาการนำเสนอการวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ฟังความคิดและข้อวิจารณ์ของอาจารย์ ผมมั่นใจว่าท่านเป็นนักวิชาการที่เข้าใจบริบทของสังคมไทยมากคนหนึ่งและทำงานเพื่อประเทศในรูปแบบที่ท่านสันทัด ถ้าจะวัดคุณภาพของความเป็นนักวิชาการจากการด่าหรือคัดค้านรัฐบาล ผมว่ามันคงไม่ใช่เครื่องมือที่ดีนักและผมเห็นนักวิชาการประเภทนี้เยอะมากในสื่อต่างๆ จนประชาชน(ส่วนหนึ่ง)ติดกับดักทางความคิดว่าเขาเป็นนักวิชาการที่เป็นนักต่อสู้ และผมคิดว่าความรู้เป็นของสากลไม่มีตะวันออก ตะวันตกเพียงแค่มนุษย์ไปใช้จริตของตัวเองไปจำแนกเท่านั้น แล้วเราก็ไปยึดติดในสิ่งที่ตัวเองจำแนกและนำมาเป็นเครื่องมือในการถากถางกัน เพื่อให้คนอื่นรู้สึกว่าตัวเองมีดีกว่าคนอื่น มันก็เท่านั้นเอง

  • Paranat Suksut

    ได้เรียนรู็แนวคิดและแนวทางการจัดการความรู้ที่เป็นกาสร้างความรู้เพื่อสังคมและท้องถิ่นมานานแล้ว ชอบที่มีการริเริ่มเช่นนี้มากค่ะ ได้อ้างอิงได้นำไปใช้ …วันนี้ได้กลับมาทบทวนองค์ความรู้กับงาน สกว. อีกครั้ง อ่านแล้วก็ยังปลื้มใจที่อาจารย์ได้ตั้งหลักงานวิจัยท้องถิ่นไว้ให้ลูกหลานและคนรุ่นหลัง จึงทำให้วันนี้มีความงอกงามของการนำแนวคิดนี้ไปใช้ โดยเฉพาะแวดวงงานภูมิปัญญษสุขภาพ ได้รับประโยชน์มากค่ะ