เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการเปิดตัวสถาบันสถาบันองค์ความรู้แห่งเอเชีย (Asian Knowledge Institute) โดยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานและผู้ก่อตั้งสถาบัน ได้กล่าวถึง The New Asia – The Rise of GEN-A โดยได้กล่าวว่า “ในงานสัมมนานี้เป็นการฉายภาพในมุมกว้างของอนาคตที่กำลังจะมาถึง ในภาพของเอเชียยุคใหม่ กระบวนทัศน์ใหม่และรูปแบบในการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจที่จะถูกท้าทายมากขึ้น นอกจากนี้การค้นหาพลังของคนเอเชียหรือ Gen – Aซึ่งกำลังมาเป็นศูนย์กลางอำนาจทางเศรษฐกิจโลก”

ทั้งนี้ นายอภิรักษ์ ยังกล่าวถึงความสำคัญของคนเอเชียที่จะกระจายไปทั่วทุกมุมโลก และกำลังเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ผ่านสังคมออนไลน์ที่กำลังเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตของเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter โดยเฉพาะกลุ่มของ GEN – A หรือ Generation Asia ที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นโดยเฉพาะของคนรุ่นอายุ 18-35 ปีที่นับว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่เป็นกำลังขับเคลื่อนที่สำคัญทางเศรษฐกิจ การเมือง และ สังคมในเอเชียต่อจากคนในยุคเบบี้บูม หรือคนในวัย 50-60ปีที่กำลังเกษียณตัวเองออกไป
คุณอภิรักษ์ยังกล่าวอีกว่า คนในวัยนี้เป็นวัยที่ต้องการมีเอกลักษณ์ของตัวเอง มีพื้นที่สำหรับการแสดงออกของตนเองขณะเดียวกันรูปแบบการทำงานซึ่งแต่เดิมเป็นการทำงานที่เน้นทักษะในการทำงาน (Skill Job) กำลังจะเปลี่ยนไปโดยคนรุ่นนี้จะเน้นไปที่การใช้ความสามารถเฉพาะตัว(Talent Job) พร้อมกับต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานไม่จำเป็นต้องมีเจ้านาย ต้องการความอิสระ ไม่ต้องการยึดติดกับสถานที่ทำงาน สามารถทำงานในสถานที่ต่างๆได้ทั่วโลก ตั้งแต่ ที่บ้าน ร้านกาแฟ ไปจนถึงก้าวออกจากประเทศของตนเองไปยังเวทีที่ตนเองสามารถแสดงออกได้ และสุดท้ายสามารถตอบแทนคืนกลับสู่สังคมได้
ในงานนี้ยังมีผู้บริหารขององค์กรชั้นนำทั้งมาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ของเอเชียในปี 2020 ไม่ว่าจะเป็น

รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มาบรรยายเรื่อง The Future of Asia – Business Landscape ได้กล่าวว่า “ในอีก 10 ปีข้างหน้า GDPโลกจะอยู่ที่เอเชียถึง 50% แต่ด้วยประเทศที่มีความแตกต่างทั้งฐานะและทุนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจีนและอินเดียในศตวรรษที่ 21 นี้จะเป็นการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของอดีตยักษ์ใหญ่ที่เคยรุ่งเรืองมากในยุคโบราณ ”
ในหัวข้อเดียวกันนี้มีวิทยากรอีกท่านคือ Mr.Ranu Dayal จาก บริษัทที่ปรึกษา Boston Consulting Group ได้กล่าวถึง ในอนาคตอันใกล้นี้จีดีพีของจีนกำลังจะท้าทายสหรัฐอเมริกา ในภาคการบริโภคจะขยับมาที่เอเชียมากขึ้น พร้อมกับที่บริษัทในเอเชียจะก้าวขึ้นมาในระดับโลกมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นบริษัท Haier, TATA, Suntech, CIMC เป็นต้น
จากนั้นได้มีการบรรยาย หัวข้อ “NEW Dimension of Asian Wave – 2020 Marketing and Social Networking” โดย Mr.Hester Chew ประธาน McThai ได้กล่าวถึงแนวโน้มของคนในเอเชียที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้างอายุของคนในเอเชียที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป พร้อมกับพฤติกรรมการบริโภคข้อมูลข่าวสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์และอินเตอร์เน็ตของคนรุ่นใหม่ในเอเชีย นำไปสู่การประกอบธุรกิจในรูปแบบใหม่ พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงการก้าวขึ้นมาของจีนและอินเดียในทศวรรษหน้าที่จะเป็นสิ่งท้าทายต่อคนเอเชียและโลกมากขึ้น
พร้อมกับวิทยากรอีกท่านคือ คุณพรทิพย์ กองชุน ผู้จัดการฝ่ายการตลาด Google Thailand ได้ให้ภาพที่ Google มองถึงคลื่นเอเชียครั้งนี้ว่าแนวโน้มของเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนเอเชียนั้นมีอยู่ 6 ด้านที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป ได้แก่
Mobile Internet, Maps, Clouding Computing, Everything is Connect, Social Networking, Internet as Primary Platform for Media จากปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวมากขึ้นและจะสร้างโอกาสนี้ได้อย่างไร
และปิดท้ายงานสัมมนานี้ด้วย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ผู้อำนวยการศูนย์ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พูดในหัวข้อ AKI Index – Asian Wave ได้ให้ภาพแนวโน้มการใช้internetจาก 8 ประเทศ ในการเข้าสู่internet เพื่อค้นหาเรื่องที่สนใจจากการสำรวจพบว่ามี 3 เรื่องที่คนในเอเชียให้ความสนใจ คือ ด้านสังคม ด้านบันเทิง และ ด้านไอทีและคอมพิวเตอร์ ซึ่งลำดับความสนใจแตกต่างกันออกไปแต่ละประเทศ
จากการสัมมนาในวันนี้ในปี 2020 จะเป็นยุคที่เอเชียก้าวขึ้นมาท้าทายโลกตะวันตกอย่างแท้จริง บทบาทของเอเชียในเวทีโลกจะทวีความสำคัญมากขึ้น พร้อมกับกลุ่มคนรุ่นใหม่จากเอเชียกำลังก้าวขึ้นมาเป็นแรงผลักให้เอเชียก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้นผ่านการติดต่อทาง Internet สังคมออนไลน์ สื่อออนไลน์ พร้อมกับเครือข่ายของคนเอเชียทั่วโลกที่กำลังเป็นเรี่ยวแรงสำคัญที่จะกลับมาร่วมกันพัฒนากับคนในเอเชียร่วมกัน
ความรุ่งโรจน์ของเอเชียเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่สำคัญต่อคนในเอเชียที่จะปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นอาจตกขบวนรถไฟความเร็วสูงที่ชื่อเอเชียก็เป็นได้
